คนงานค้านแนวคิดขยายอายุการรับเงินชราภาพของผู้ประกันตนจาก 55 ปี เป็น 60 ปี

เครือข่ายประกันสังคมคนทำงาน ยื่นค้านแนวคิดการขยายอายุการรับเงินชราภาพของผู้ประกันตนจากอายุ 55 ปี เป็น 60 ปี  ขณะที่ปลัดแรงงาน ยันการปรับหลักเกณฑ์เพื่อให้สอดคลองกับสภาพเศรษฐกิจ และรองรับสังคมผู้สูงอายุในอนาคต

ภาพจาก เว็บไซต์กระทรวงแรงงาน

5 ก.ค. 2560 รายงานข่าวจากเว็บไซต์กระทรวงแรงงาน ระบุว่า วันนี้ (5 ก.ค.60) เวลา 13.30 น. ม.ล.ปุณฑริก สมิติ ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานกรรมการประกันสังคม เปิดเผยว่า มนัส โกศล ประธานเครือข่ายประกันสังคมคนทำงาน (คปค.) นำสมาชิก คปค. พร้อมด้วยภาคีเครือข่าย 17 องค์กร เข้าพบเพื่อหารือเกี่ยวกับความคืบหน้าสิทธิประโยชน์ทางการแพทย์ของผู้ประกันตน และยื่นหนังสือเสนอแนะการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค โดยทางเครือข่ายได้เสนอให้สถานพยาบาลที่ให้บริการทันตกรรมจะต้องตรวจสุขภาพช่องปากและฟันให้แก่ผู้ประกันตนที่เข้ารับบริการ เพิ่มการส่งเสริมให้ผู้ประกันตนวางแผนครอบครัวและฝากครรภ์ตามเกณฑ์คุณภาพ โดยไม่เสียค่าบริการทางการแพทย์ และเพิ่มการตรวจมะเร็งต่อมลูกหมากในผู้ประกันตนชาย รวมถึงข้อเสนอกรณีขยายอายุรับเงินบำนาญชราภาพ ซึ่งข้อเสนอทั้งหมด กระทรวงแรงงานรับไว้พิจารณาดำเนินการให้มีความเหมาะสมต่อไป        

โดยรายละเอียดนั้น เว็บไซต์ voicelabour.org รายงานไว้ด้วยว่า คปค. และภาคีเครือข่าย ยื่นหนังสือต่อ ประธานกรรมการประกันสังคม  เนื่องไม่เห็นด้วยต่อแนวคิดการขยายอายุการรับเงินชราภาพของผู้ประกันตนจากอายุ 55 ปี เป็น 60 ปี ของสำนักงานประกันสังคม เนื่องจากไม่สอดคล้องกับสภาพสังคมที่การจ้างงานตามโรงงานจะเกษียณอายุที่ 55 ปี ดังนั้น การขยายระยะเวลาออกไป อาจส่งผลกระทบต่อผู้ประกันตน

ม.ล.ปุณฑริก เปิดเผยว่า สำนักงานประกันสังคมมีการวิเคราะห์รูปแบบการจ่ายประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ และรองรับสังคมผู้สูงอายุในอนาคต จึงได้มีแนวคิดขยายอายุการรับเงินชราภาพของผู้ประกันตนจากอายุ 55 ปี เป็น 60 ปี และยืนยันว่าจะไม่กระทบต่อสิทธิของผู้ประกันตนอย่างแน่นอน สำหรับแนวคิดขยายอายุรับเงินกรณีชราภาพจาก 55 ปี เป็น 60 ปี ขณะนี้ผ่านการพิจารณาของคณะอนุกรรมการกลั่นกรองกฎหมาย ระเบียบ ปรับปรุงอัตราเงินสมทบแล้ว และคาดว่าจะเสนอคณะกรรมการประกันสังคม ในวันที่ 11 กรกฎาคมนี้ จากนั้นสำนักงานประกันสังคมจะทำประชาพิจารณ์ในระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

ด้าน มนัส กล่าวว่า หาก สปส. ยืนยันจะเดินหน้าขยายอายุของผู้ประกันตนที่รับบำนาญชราภาพจากอายุ 55 ปี เป็น 60 ปี ผู้ประกันตนจะรวมตัวกันล่ารายชื่อไม่ต่ำกว่า 1 ล้านรายชื่อ เพื่อเสนอต่อนายกรัฐมนตรี เนื่องจากหากพิจารณาจากตัวเลขผู้ประกันตนปี 2558 ที่ได้รับเงินก้อนนี้หลังอายุ 55 ปี จะมีประมาณหลักแสนคน ขณะที่ข้อมูลปี 2557 ใช้งบประมาณในการจ่ายเงินบำนาญประมาณ 3,000 ล้านบาท ซึ่งไม่แน่ใจว่านโยบายดังกล่าวเพื่อผู้ประกันตน หรือเพื่อให้กองทุนยังอยู่ได้

ผู้ประกันตนอายุ 55 ปี ต่างรอคอยที่จะได้รับเงินบำนาญก้อนนี้มาตลอด การขยายอายุการรับเงิน ย่อมส่งผล แม้กระทรวงแรงงานจะบอกว่าเวลาอีก 5 ปี จะจัดหางานรองรับให้ แต่ไม่แน่ใจว่าจะทำให้การคิดคำนวณค่าเฉลี่ยของเงินบำนาญต่ำลงหรือไม่ อย่างไรก็ตาม จากการพูดคุยกับปลัดกระทรวงแรงงาน บอกว่า อาจเป็นไปได้ยากในการขยายอายุรับบำนาญ แต่ก็ต้องมีการทำประชาพิจารณ์เรื่องนี้ก่อน

ทั้งนี้ จากการหารือกับปลัดแรงงาน ท่านบอกว่า อาจมีแนวทางอื่นๆ อาทิ ไปขยายฐานเงินเดือนการหักเงินสมทบ จาก 15,000 บาท น้อยไป อาจเป็น 20,000 บาท ซึ่งจุดนี้น่าจะเป็นไปได้มากกว่า ทำให้เงินออมมากขึ้นได้ ส่วนกรณีคนรับบำนาญชราภาพรายเดือน น่าจะให้สมัคร ม.39 ได้ เพราะเมื่อรับเงินบำนาญจะถูกตัดสิทธิรักษาพยาบาล จึงอยากให้เปิดให้พวกเขาทำได้ ซึ่งจากการหารือถือว่าน่าพอใจเรื่องนี้ นอกจากนี้ สปส. ยังมีเรื่องสิทธิประโยชน์ตรวจสุขภาพของผู้ประกันตน เดิมได้รับเพียงการตรวจมะเร็งปากมดลูก แต่ครั้งนี้จะขอเพิ่มในเรื่องการตรวจมะเร็งต่อมลูกหมาก การตรวจการตั้งครรภ์ และการตรวจสุขภาพช่องปาก