ครม.อนุมัติงบฯ 1.7 พันล้าน ทำบัตรคนจน-บัตรรักษาข้าราชการ

ครม. อนุมัติงบ 1,581 ล้าน ออกบัตรประจำตัวผู้ที่มีรายได้น้อย พร้อมบัตรรักษาพยาบาลข้าราชการ 124 ล้าน เริ่มใช้ 1 ต.ค. นี้ พร้อมอนุมัติ 2.2 หมื่นล้าน พัฒนาอาชีพเกษตรกร ผ่านโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ  

 

เมื่อวันที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา รายงานข่าวระบุว่า กอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้จัดทำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐประจำปี 2560 จำนวน 14 ล้านใบ ใช้งบประมาณ 1,581 ล้านบาท จากยอดผู้ลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐ 14.12 ล้านคน ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ลงทะเบียน จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เมื่อผลิตบัตรสวัสดิการเสร็จเตรียมเปิดให้ประชาชนรับบัตรได้ตามสถาบันการเงินที่ลงทะเบียน  สำหรับลักษณะของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะมีชิพฝัง 2 อัน ชิพแรก เป็นข้อมูลสำหรับค่าโดยสารสาธารณะและบริการอื่น ๆ 

ชิพอันที่ 2 เป็นข้อมูลประวัติประชาชน มีรูปถ่ายจากบัตรประชาชน เพื่อใช้สำหรับจ่ายเงินตามเครื่องรูดบัตร EDC และใช้งานทั้งระบบออนไลน์และออฟไลน์ และยังใช้ร่วมกับระบบตั๋วร่วมแมงมุมของกระทรวงคมนาคม สำหรับชำระค่าโดยสารรถเมล์ ขสมก. รถไฟ บขส. ทุกระบบขนส่ง และยังเติมเงินเพิ่มสำหรับใช้บริการประเภทอื่นได้  นอกจากนี้ ยังใช้นอกภาคบริการขนส่ง สำหรับชำระค่าไฟฟ้า ประปา ก๊าซหุงต้ม และใช้เป็นส่วนลดร้านธงฟ้าประชารัฐที่เข้าร่วมโครงการ  หรือเป็นกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์สำหรับการเติมเงินเพื่อใช้จ่ายด้านต่าง ๆ  รวมถึงใช้บัตรสำหรับการรองรับการโอนเงินของภาครัฐให้กับประชาชน เช่น เบี้ยคนพิการ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และเงินสวัสดิการอื่น ๆ 

นอจากนี้ ครม.ยังเห็นชอบให้จัดทำบัตรสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ เพื่อใช้กับข้าราชการ ลูกจ้าง และบุคคลในครอบครัวที่มีสิทธิ์รักษาพยาบาลประมาณ 4.5 ล้านคน ใช้งบประมาณผลิตบัตร 124 ล้านบาท หวังเพิ่มประสิทธิภาพการจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลของราชการ เนื่องจากปัญหาการเวียนเทียนเบิกยา การรับยาซ้ำซ้อน เกิดปัญหารั่วไหล รัฐบาลจ่ายเงินรักษาเพิ่ม 4,000-5,000 ล้านบาทต่อปี ยอดรวมประมาณ 70,000 ล้านบาทต่อปี  กระทรวงการคลังจึงต้องการปฏิรูประบบเบิกจ่าย เพื่อพิสูจน์ตัวตน ด้วยการแสดงบัตร ณ จุดบริการเบิกจ่ายตรง เพื่อตรวจสอบว่าส่วนราชการมีสิทธิ์การเบิกหรือไม่ ตรวจสอบจำนวนครั้ง จำนวนเงินเบิกจ่าย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเบิกจ่ายเงินรักษาพยาบาล บัตรสวัสดิการ 2ประเภททั้งรักษาพยาบาลและบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เริ่มใช้ได้ในวันที่ 1 ต.ค. นี้

นอกจากนี้ที่ประชุมอนุมัติการให้ประชาชนสามารถชำระค่าต่อใบอนุญาตของรัฐ ผ่านช่องทางการจ่ายเงินทางในช่องทางที่รัฐกำหนดโดยไม่ต้องเดินทางมาต่ออายุใบอนุญาตที่หน่วยงานต่างๆ ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลา และเป็นการปรับตัวเข้าสู่ยุค 4.0 

อนุมัติ 2.2 หมื่นล้าน พัฒนาอาชีพเกษตรกร ผ่านโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ  

ขณะที่ ณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม. เห็นชอบโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาเกษตรอย่างยั่งยืน อนุมัติงบกลางประมาณ 22,895 ล้านบาท จัดสรรให้ชุมชนละ 2.5 ล้านบาท ทั้งหมด 9,101 ชุมชน ครอบคลุมเกษตรกร 4.5 ล้านราย ผ่านการตั้งศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) และเครือข่ายการเป็นศูนย์กลางการพัฒนาภาคเกษตรของชุมชนการมีส่วนร่วมแบบประชารัฐ 

ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมเกษตรกร 9 ด้าน ได้แก่  1.ด้านการผลิตพืชและพันธุ์พืช  2.ด้านการผลิตปุ๋ยอินทรีย์  3. ด้านการจัดการศัตรูพืช  4. ด้านฟาร์มชุมชน  5. ด้านการผลิตอาหาร การแปรรูปผลผลิตและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร 6.ด้านปศุสัตว์  7. ด้านประมง  8. ด้านการปรับปรุงดิน   9. การเกษตรอื่นๆ   โดยเปิดให้ชุมชนดำเนินการได้เองหรือเป็นโครงการต่อยอดจากโครงการเดิม โครงการต้องมีสมาชิกไม่น้อยกว่า 10 คน มีผู้รับประโยชน์จากโครงการไม่ต่ำกว่า 500 คน หรือให้ครอบคลุมเกษตรกรมากที่สุด เป็นโครงการที่มีความครบถ้วนทั้งการผลิต การตลาด การนำไปใช้ประโยชน์ เน้นการจ้างงานในชุมชน เพื่อเสนอให้กระทรวงเกษตรฯพิจารณาโครงการ  ดำเนินการตั้งเดือนเดืนพฤษภาคม- ธันวาคม 60 

นอกจากนี้ ครม.เห็นชอบตามข้อเสนอของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ปรับปรุงแผนจัดทำตลาดข้าวแบบครบวงจร เพื่อส่งเสริมการทำเกษตรแปลงใหญ่ การผลิตสินค้าเกษตรภายใต้ใบรับรองระบบเกษตรกรที่ดี GAP และการปลูพืชอินทรีย์ ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ กำหนดให้ลงนามร่วมกับกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ เพื่อรับซื้อข้าวจากชาวนา โดยขอกู้ดอกเบี้ยต่ำ รัฐบาลชดเชยร้อยละ 3 ธนาคารชดเชยร้อยละ 1 เอกชนเข้าร่วมโครงการรับซื้อในราคานำตลาดร้อยละ 4 และหากเป็นสินค้าเกษตรแบบออร์กานิกไทยแลนด์ รับซื้อนำตลาดร้อยละ 15 เพื่อจูงใจให้เกษตรกรเข้าร่วมโครงการมากขึ้น และกระทรวงพาณิชย์ยังเตรียมนำสินค้าออร์กานิกส่งออกไปยุโรป 2,000 ตันต่อปี ด้วยงบประมาณอุดหนุนโครงการทั้งหมด 2,873 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการในปี 60-64 

ที่มา : สำนักข่าวไอเอ็นเอ็น และสำนักข่าวไทย