ยาง-ปาล์มตก 'ถาวร' ขอ รบ.แลกกับซื้อเรือดำน้ำ กระบี่เผาหุ่นรองอธิบดีค้าภายในประท้วง

สถานการณ์ราคายาง-ปาล์มดึ่ง 'สภาอุตฯใต้' แนะใช้ ก.ม.พิเศษแก้ปัญหาราคายาง-ปาล์มตกต่ำ 'ถาวร' ขอให้รัฐบาลแลกกับซื้อเรือดำน้ำ กระบี่ เผาหุ่นรองอธิบดีค้าภายใน ประท้วง หลังราคาปาล์มดิ่งเหว ยื่น 4 ข้อเสนอให้รัฐช่วย

ภาพจากยูทูบ MGR Online VDO

5 ก.ค. 2560 จากสถานการณ์ ยางพารา และปาล์มน้ำมันที่มีราคาตกต่ำ นับตั้งแต่ช่วงกลางปีเป็นต้นมาโดยยางพาราที่มีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ กก.ละ 40 บาท ขณะที่ปาล์มน้ำมันล่าสุด มีราคาร่วงลงไปเหลือ กก.ละ 3 บาทเศษๆ เท่านั้น 

'สภาอุตฯใต้' แนะใช้ ก.ม.พิเศษแก้ปัญหาราคายาง-ปาล์มตกต่ำ

กระทั่งวานนี้ (4 ก.ค.60) ผู้จัดการออนไลน์ รายงานว่า  วิถี สุพิทักษ์ ประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัทวู้ดเวอร์ค ผู้ประกอบการธุรกิจยางพารารายใหญ่ของจังหวัดตรัง และประธานสภาอุตสาหกรรมภาคใต้ มองว่า สถานการณ์เศรษฐกิจของจังหวัดตรัง และของภาคใต้ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ (กรกฎาคม-ธันวาคม 2560) ยังคงต้องจับตามองอย่างต่อเนื่อง และมีโอกาสที่จะเติบโตได้น้อยกว่าปีที่แล้ว อันเนื่องมาจากปัญหาพืชผลทางการเกษตร โดยเฉพาะยางพารา และปาล์มน้ำมันที่มีราคาตกต่ำ นับตั้งแต่ช่วงกลางปีเป็นต้นมา ขณะที่มาตรการแก้ไขปัญหาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่เป็นรูปธรรมเด่นชัด เช่น การสนับสนุนให้ใช้ยางพาราในประเทศเพื่อทำถนน หรือทำผลิตภัณฑ์ต่างๆ มากขึ้น แต่ในความเป็นจริงกลับยังคงมีการแก้ปัญหาที่ไม่ตรงจุด หรือติดขัดในเรื่องระบบราชการแบบเดิมๆ ทั้งที่รัฐบาลชุดนี้มีอำนาจพิเศษที่จะเข้าไปดำเนินการให้ทุกอย่างเห็นผลได้อย่างรวดเร็ว และขณะนี้ก็กำลังมีปัญหาเรื่องกฎหมายแรงงานต่างด้าวฉบับใหม่ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการรายย่อย หรือ SME ที่มีความจำเป็นต้องนำแรงงานต่างด้าวมาใช้งานต่างๆ เช่น การกรีดยาง การตัดปาล์ม หรือการจับสัตว์น้ำ เพราะหาแรงงานคนไทยได้ยาก
       
ทั้งนี้ ก่อนหน้านั้นในช่วงต้นปี 2560 ภาคการเกษตรของภาคใต้กำลังมีทิศทางที่สดใส รวมไปถึงภาคการท่องเที่ยว และส่งผลดีมาถึงภาคอุตสาหกรรม แต่เมื่อถึงช่วงปลายไตรมาส 2 (เมษายน-มิถุนายน) พืชผลทางการเกษตรกรกลับมีราคาตกต่ำลงอย่างมาก ส่งผลให้ประชาชนระดับรากหญ้าซึ่งส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทางเกษตร ต้องประสบกับความเดือดร้อน เนื่องจากมีรายได้ลดลง แต่มีรายจ่าย หรือค่าครองชีพต่างๆ ที่สูงขึ้น และยังมองไม่เห็นว่าในอนาคตจะดีขึ้นหรือไม่ อย่างไร
       
โดยเฉพาะยางพาราที่มีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ กก.ละ 40 บาท ซึ่งผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงก็คือ ลูกจ้าง หรือคนกรีดยาง เนื่องจากเมื่อแบ่งรายได้กับนายจ้าง หรือเจ้าของสวนในอัตรา 50-50 เปอร์เซ็นแล้ว ลูกจ้างจะมีรายได้ประมาณเดือนละ 1 หมื่นบาทต่อครอบครัว ซึ่งถือว่าค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับภาระค่าใช้จ่ายในยุคปัจจุบัน ประกอบกับยังเจอปัญหาฝนตกชุก จนทำให้มีวันกรีดน้อยกว่าทุกปีด้วย ดังนั้น จึงควรหามาตรการทำให้ราคายางพาราขยับตัวขึ้นไปอยู่ที่ กก.ละ 50 บาท เป็นอย่างน้อย และสนับสนุนให้ใช้ยางพาราในประเทศอย่างจริงจัง
       
สำหรับปัญหาของปาล์มน้ำมันก็คล้ายๆ กับยางพารา เพราะล่าสุด มีราคาร่วงลงไปเหลือ กก.ละ 3 บาทเศษๆ เท่านั้น ซึ่งในส่วนของลูกจ้าง หรือคนตัดปาล์มอาจจะไม่ค่อยมีผลกระทบมากนัก เพราะยังคงได้รับค่าแรงเท่าเดิมคือ กก.ละ 80 สตางค์ ถึง 1 บาท แต่ในส่วนของนายจ้างเมื่อหักลบทั้งค่าจ้าง และต้นทุนแล้ว จะเหลือเงินค่อนข้างน้อยจนอยู่ได้อย่างยากลำบาก ภาครัฐจึงเห็นควรหามาตรการทำให้ราคาปาล์มน้ำมันขยับตัวขึ้นไปอยู่ที่ กก.ละ 4 บาทเป็นอย่างน้อย และสนับสนุนวิชาการเพื่อช่วยเพิ่มผลผลิต

'ถาวร' แนะแก้ราคายางขอให้รัฐบาลแลกกับซื้อเรือดำน้ำ

ขณะที่วันนี้ วันนี้ (5 ก.ค.60) Voce TV รายงานว่า ถาวร เสนเนียม แกนนำกปปส.และอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสงขลา เสนอทางออกในการแก้ไขปํญหาราคายางพาราตกต่ำเพื่อนำเสนอไปยังพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. โดยเรียกร้องตลาดใหม่ในประเทศจีน และวิธีการเสนอขายแบบใหม่

ถาวร กล่าวว่าอยากให้มีการแลกเปลี่ยนการค้าขายกับจีน เช่น รัฐบาลไทยซื้อเรือดำน้ำจากประเทศจีน ก็อยากให้ทางจีนซื้อยางพาราของประเทศไทยบ้าง ราคายางนั้นไม่ควรต่ำกว่า 70 บาท กระตุ้นให้หน่วยงานต่างๆใช้ยางพาราเพิ่ม ชวนอินโดนีเซียและมาเลเซียมาร่วมกันกำหนดราคายางพารา ปรับลดดอกเบี้ยให้เหลือไม่เกินร้อยละ 3 ต่อปี และยื่นเสนอให้ปลดพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกาตรและสหกรณ์ออกจากตำแหน่งให้นำคนมีความสามารถมาดำรงตำแหน่งแทน

เผาหุ่นรองอธิบดีค้าภายใน ประท้วง หลังราคาปาล์มดิ่งเหว ยื่น 4 ข้อเสนอให้รัฐช่วย

วันเดียวกัน (5 ก.ค.60) ผู้จัดการออนไลน์และไทยรัฐออนไลน์ รายงานความเคลื่อนไหวของกลุ่มปลูกปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย ในจังหวัดกระบี่ และจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งประกอบด้วย นครศรีธรรมราช ตรัง พังงา ชุมพร ระรอง และสุราษฎร์ธานี กว่า 100 คน นำโดย ชโยดม สุวรรณวัฒนะ ประธานกลุ่มคนปลูกปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย ได้เดินทางมารวมตัวกันชุมนุมที่หน้าศาลากลางจังหวัดกระบี่ พร้อมนำรถกระบะบรรทุกผลปาล์มเต็มคันรถมาจอดที่หน้าอาคารศาลากลางจังหวัดกระบี่ 

โดยมีการนำพวงหรีด และหุ่นจำลอง สมศักดิ์ เกียรติชัยลักษณ์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน ขึ้นบนรถ ซึ่งมีป้ายระบุถึงคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) รวมถึงกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงเกษตร กระทรวงพลังงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยแกนนำผลัดเปลี่ยนกันปราศรัยโจมตีการบริหารของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่บริการปาล์มน้ำมันล้มเหลว ไม่สามารถแก้ปัญหาราคาปาล์มน้ำมันตกต่ำได้
       
ปัจจุบันราคาต่ำกว่าต้นทุน กก.ละ 3.50 บาท ขณะที่ต้นทุนเกษตรกรอยู่ที่ กก.ละ 3.80บาท ส่งผลให้เกษตรกรประสบปัญหาอย่างหนัก ท่ามกลางการดูแลความสงบเรียบร้อยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ อส.กว่า 30 นาย 

ชโยดม กล่าวว่า เป็นเวลาหลายปีมาแล้วที่ราคาผลปาล์มน้ำมันของไทยตกต่ำลงมาตลอด ไม่สามารถแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านได้ แถมยังมีนายทุนร่วมกับภาครัฐบางคนที่คอยกดขี่เกษตรกรมาโดยตลอด ทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน ประสบปัญหาขาดทุนอย่างรุนแรง ส่งผลทำให้เศรษฐกิจของประเทศย่ำแย่ไปด้วย

ดังนั้น เกษตรกรจึงต้องรวมตัวยื่นหนังสือผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ และกระทรวงที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามข้อเรียกร้อง 4 ข้อ คือ 1.กระทรวงพาณิชย์ จัดให้มีการซื้อขายในรูปแบบสากล โดยเอาประเทศมาเลเซียเป็นแบบอย่าง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่เกษตรกรชาวสวนปาล์ม 

2.ให้กระทรวงเกษตร ออกมาตรการบังคับสินค้าเกษตรจากมาตรฐานทั่วไปเป็นมาตรฐานบังคับ 3.ให้กระทรวงเกษตร ออกมาตรการบังคับซื้อผลปาล์มที่ 20 เปอร์เซ็นต์ และซื้อเฉพาะปาล์มทะลาย และ 4.ให้กระทรวงพลังงาน ปรับใช้เป็น B10 เพื่อเป็นช่องทางการระบายน้ำมันปาล์มที่เกินสต๊อก อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลไม่สามารถทำตามข้อเรียกร้องได้ ทางกลุ่มคนปลูกปาล์มน้ำมันจะยกระดับการชุมนุมอีกครั้ง

รายงานขาวระบุอีกว่า ต่อมา นอบ คงพูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ได้ออกมารับหนังสือเรียกร้องของกลุ่มเกษตรกรชาวสวนปาล์ม พร้อมกล่าวว่า ทางจังหวัดรับทราบเรื่องปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันเป็นอย่างดี และได้นำเสนอแนวทางแก้ปัญหาต่อรัฐบาล และหน่วย เกี่ยวข้องทุกครั้ง และในวันนี้ก็จะนำข้อเรียกเรียกร้องจากกลุ่มเกษตรกร ไปยังนายกรัฐมนตรีให้รับทราบเพื่อหาทางแก้ปัญหาต่อไป 

ต่อมา ชโยดม พร้อมด้วย สมาชิก ได้ขึ้นไปบนรถกระบะที่บรรทุกผลปาล์มเต็มคัน พร้อมนำน้ำมันถั่วเหลืองไปราดบนหุ่นจำลองของรองอธิบดีกรมการค้าภายใน และกระทรวงที่เกี่ยวข้อง จากนั้นก็ได้จุดไฟเผา ท่ามกลางเสียงโห่ร้อง และเสียงปรบมือของผู้ร่วมชุมนุม ที่ต้องประสบปัญหาราคาปาล์มตกต่ำมานาน