งัด 'ม.44' แก้ปัญหาหนี้เกษตร-การศึกษา ดึงสถาบันอุดมศึกษาจากต่างประเทศเข้ามาเติมเต็ม

ที่ประชุมร่วม ครม. - คสช. ไฟเขียว ใช้ ม.44 ชักชวนสถาบันอุดมศึกษาจากต่างประเทศเข้ามาเติมเต็ม ในสาขาที่ขาดแคลน พร้อมพัฒนาวิทย์-เทคโนฯอาชีวะ 

เมื่อวันที่ 16 พ.ค. ที่ผ่านมา พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด  โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ร่วมกับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลักการให้หัวหน้า คสช. ใช้อำนาจตามมาตรา 44  ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย(ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 เพื่อส่งเสริมการจัดการศึกษาโดยสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ

"ที่ผ่านมาการจัดการศึกษาในภาคเอกชนของไทย ยังมีปัญหาที่บางสาขาไม่สามารถเปิดได้ จึงจะชักชวนสถาบันอุดมศึกษาจากต่างประเทศเข้ามาเติมเต็ม ในสาขาที่เราขาดแคลน โดยสถาบันศึกษาฯที่จะเข้ามาต้องปฏิบัติตามกฎหมาย และตามที่เราพิจารณาว่าเหมาะสม" พล.ท.สรรเสริญ กล่าว พร้อมระบุด้วยว่า  อีกเรื่องที่จะมีการใช้อำนาจหัวหน้า คสช.ตามมาตรา 44 คือ การพัฒนาการศึกษาของประเทศด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในระดับที่ต่ำกว่าอุดมศึกษา เช่น อาชีวะ ในส่วนนี้เราจะมีมาตรการที่เข้มกว่าระดับอุดมศึกษาข้างต้น เพื่อจะได้ไม่เป็นคู่แข่งขันของสถาบันการศึกษาของเราเองในประเทศ

พล.ท.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า การดำเนินงานของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ซึ่งในส่วนนี้มีพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ฟื้นฟูพัฒนาเกษตรกร ที่มีคณะกรรมการอยู่ 3 คณะ ได้แก่ คณะกรรมการกองทุนฟื้นฟู คณะกรรมการบริหารกองทุน และคณะกรรมการจัดการหนี้ของเกษตรกรดูแลอยู่ แต่จากการสำรวจเกษตรกรยังมีหนี้สินอยู่ถึง 15,000 ราย วงเงิน 3,000 ล้านบาท ซึ่งอยู่ในช่วงกำลังจะถูกบังคับคดี วันนี้ คสช.จึงเห็นชอบหลักการให้คณะกรรมการทั้ง 3 คณะจบภารกิจไป 

และจัดตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจขึ้นมาใหม่ 1 คณะ เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว พร้อมให้ศึกษาจุดอ่อนของกฎหมายฉบับเดิมที่มีอยู่ เพื่อเสนอครม.ให้แก้ไขในคราวเดียวกัน โดยคณะกรรมการชุดนี้มีระยะเวลาในการปฏิบัติงานเบื้องต้น 6 เดือน และหากยังดำเนินงานไม่แล้วเสร็จ ก็สามารถขอขยายระยะปฏิบัติงานจากครม.ได้

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ และคมชัดลึกออนไลน์