พศ. เผยยังไม่พบหลักฐาน 'พุทธะอิสระ' ขออนุญาตอัญเชิญพระปรมาภิไธยย่อมาใช้ด้านหลังพระ

กรณี 'พุทธะอิสระ' ถูกร้องเอาผิด ม.112 เหตุใช้เลือดปลุกเสกพระมีพระปรามาภิไธย ภปร. ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาฯ ยันยังไม่พบหลักฐาน ขออนุญาตอัญเชิญพระปรมาภิไธยย่อมาใช้ด้านหลังพระ ด้านพุทธะอิสระยันพร้อมที่จะขึ้นศาลพิสูจน์ เชื่อ 'ทองแท้ไม่กลัวไฟ'

ที่มาภาพ เพจ Issaradham

13 พ.ค. 2560 กรณีเมื่อวันที่ 10 เม.ย. ที่ผ่านมา องค์กรส่งเสริมและปกป้องคุ้มครองพระพุทธศาสนา (อสคพ.) ร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดี พระสุวิทย์ ธีรธฺมโม หรือพระพุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม ซึ่งจัดให้มีการประกอบพิธีปลุกเสกพระเครื่อง “พระนาคปรก” รุ่น “หนึ่งในปฐพี”  โดยด้านหลังของพระเครื่องดังกล่าว มีการอันเชิญพระปรมาภิไธยย่อ ภปร.และ สก.อุดปรอท (จารนะอ่อนช้อย) และมีการใช้เลือด หรือการทำปะสะโลหิตของพระพุทธะอิสระ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 30 พ.ค. 2552 อันเป็นการกระทำที่เข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 หรือไม่ นั้น (อ่านรายละเอียด)

ขณะที่วันต่อมา (11 เม.ย.60) พระพุทธะอิสระ ได้ยื่นหลักฐานการขออนุญาตจัดสร้างพระดังกล่าว แก่พนักงานสอบสวนกองปราบปราม ซึ่งเป็นหลักฐานเกี่ยวกับการขอพระบรมราชานุญาตอัญเชิญพระปรมาภิไธยย่อมาใช้ด้านหลังพระเครื่องดังกล่าว มามอบให้พนักงานสอบสวนเพื่อตรวจสอบ พร้อมยืนยันด้วยว่าก่อนที่จะทำพิธีปลุกเสกพระเครื่องดังกล่าวนั้นได้ทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษร และเอ่ยด้วยวาจา ขออนุญาตจาก แก้วขวัญ วัชโรทัย อดีตรองเลขาธิการพระราชวังแล้ว ส่วนกรณีที่ใช้เลือดในการประกอบพิธีนี้ด้วยนั้นยอมรับว่าทำจริง แต่เห็นว่าไม่ได้ผิดอะไรเพราะเป็นหนึ่งในวิชาปะสะโลหิตซึ่งเป็นวิชาโบราณ 

ล่าสุดเมื่อวานนี้ (12 พ.ค.60) เดลินิวส์ รายงานว่า พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เปิดเผยความคืบหน้ากรณีมีผู้ร้องเรียนกับ พศ. และกองปราบปราม เพื่อขอให้ตรวจสอบกรณีพระพุทธะอิสระ จัดสร้างพระเครื่องดังกล่าวว่า เรื่องนี้จุดเริ่มต้นมาจากการที่มีผู้ไปร้องเรียนกับกองปราบปราม ดังนั้นการดำเนินการจึงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม แต่ พศ.เองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะมีการยื่นเรื่องร้องเรียนกับ พศ. ด้วย จึงได้มีการทำหนังสือไปถึงกองปราบปราม เพื่อสอบถามว่าจะมีข้อมูลในส่วนใดที่เกี่ยวข้องกับทางคณะสงฆ์ และพศ. หากทางกองปราบปรามต้องการข้อมูลใดให้แจ้งมายังพศ. เพื่อจะดำเนินการประสานข้อมูลกัน หรือถ้าทางกองปราบปรามพบหลักฐานที่มีมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็ขอให้ส่งหลักฐานมาที่พศ. เพื่อจะได้ดำเนินการแจ้งไปยังเจ้าคณะผู้ปกครองเพื่อดำเนินการทางพระธรรมวินัยต่อไป

เดลินิวส์ รายงานเพิ่มเติมว่า ต่อคำถามว่าทาง พศ.ได้มีการตรวจสอบว่าพระพุทธะอิสระทำหนังสือขอพระบรมราชานุญาตตามขั้นตอนในระเบียบมหาเถรสมาคม ว่าด้วยการขอพระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์ หรือไม่ นั้น พ.ต.ท.พงศ์พร กล่าวว่า ขณะนี้ตามหลักฐานทาง พศ. ยังไม่มี แต่ทางพระพุทธะอิสระบอกผ่านทางสื่อสารมวลชนว่ามีการขออนุญาตแล้ว แต่ทาง พศ. ยังไม่พบหลักฐานดังกล่าว
 
ด้าน วิชัย ประเสริฐสุดสิริ ผู้ประสานงาน อสคพ. กล่าวว่า จากการเดินทางไปสอบถามความคืบหน้ากรณีดังกล่าวที่กองปราบปราม ทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งว่า ทางกองปราบปรามได้ทำหนังสือไปยังสำนักราชเลขาธิการ เพื่อสอบถามข้อมูลว่าพระพุทธะอิสระได้ทำเรื่องขออนุญาตจริงหรือไม่ พร้อมกันนี้ทางกองปราบปราม ยังแนะนำให้ตนไปยื่นเรื่องกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท) อีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งขณะนี้กำลังรวบรวมข้อมูลอยู่ คาดว่าจะดำเนินการยื่นเรื่องกับปอท.ได้ในเร็วๆนี้ ทั้งนี้ที่ผ่านมามีการพยายามโยงว่าการที่ตนออกมาเคลื่อนไหวเรื่องนี้มีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งตนขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง

พุทธะอิสระยันพร้อมที่จะขึ้นศาลพิสูจน์ 

ขณะที่วันนี้ (13 พ.ค.60) พระพุทธะอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ 'หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara)' ด้วยว่า คนอย่างพุทธะอิสระ นั่งไม่เปลี่ยนชื่อ ยืนไม่เปลี่ยนแซ่ และไม่เคยหนีความจริง ไม่เคยละทิ้งความภาคภูมิที่จะหายใจ
 
พระพุทธะอิสระ ระบุว่า ชั่วชีวิตของของตนเชื่อมาตลอดว่า “เพชรแท้ไม่กลัวการเจียระไน ทองแท้ไม่กลัวการเผาไฟ เหล็กแท้ไม่กลัวการทุบตี คนดีแท้ๆ ไม่กลัวการพิสูจน์”

"หากใครมีหลักฐานสามารถเอาผิดพุทธะอิสระได้ ก็พร้อมที่จะขึ้นศาลพิสูจน์ และจะให้งดงาม สมดุล สำนักพุทธควรจะช่วยตรวจสอบกรณีเจ้าคณะปกครองและมหาเถรสมาคม นำชื่อบุคคลที่ไม่ใช่พระไปขอพระราชทานสมณศักดิ์ด้วย ว่าเป็นการหมิ่นเบื้องสูงหรือเปล่า และจะให้สังคมเขาเห็นว่าความยุติธรรมยังมีอยู่ ก็ควรนำตัวอลัชชีผีบุญมาขึ้นศาลพร้อมพุทธะอิสระด้วย ก็จะสมบูรณ์งดงามมากๆ" พระพุทธะอิสระ โพสต์