ผบ.ทบ. เผยกลาโหมรอชง 'รถเกราะจีน' 34 คัน เข้า ครม. 'ประวิตร' ไม่ทราบเรื่องซื้อรถถัง

ผบ.ทบ.เผยจัดซื้อรถถัง VT4 อยู่ระยะที่ 2 ได้รับอนุมัติ 10 คัน ก่อนหน้านั้นอีก 28 คัน ในส่วนรถถังออฟลอตมีอยู่ 20 คัน และจะมา 5 คัน ในปีนี้ ตามข้อตกลง จนครบ 48 คัน ขณะที่รถเกราะล้อยาง VN-1 จากจีน 34 คัน วงเงิน 2 พันล้าน อยู่ที่กระทรวงกลาโหมรอเข้าสู่การพิจารณาของครม. ประวิตร ไม่ทราบเรื่องซื้อรถถัง โยนถาม ผบ.ทบ. 

ภาพการฝึกการดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง (ที่มาภาพ เฟซบุ๊กแฟนเพจ Army PR Center)

เมื่อวันที่ 8 พ.ค.ที่ผ่านมา ช่วงเข้า พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) เยี่ยมชมการฝึกการดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริงของกรมทหารม้าเฉพาะกิจที่ 4 กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ พร้อมด้วยหน่วยสนับสนุนการรบและหน่วยสนับสนุนทางการช่วยรบ โดยให้มีการบูรณาการการฝึกของหน่วยต่างๆ ตามวงรอบการฝึกประจำปี 2560 ณ บ้านดีลัง อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติการรบร่วมของหน่วยระดับกองพันและทหารหน่วยต่างๆ ในสถานการณ์เสมือนการปฏิบัติจริงให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น หน่วยเกิดความพร้อมรบ กำลังพลมีความมั่นใจในยุทโธปกรณ์มากขึ้น ซึ่งหากเมื่อมีภัยคุกคามเกิดขึ้นก็จะสามารถเข้าปฏิบัติการได้อย่างทันท่วงที

พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) เยี่ยมชมการฝึกการดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริงของกรมทหารม้าเฉพาะกิจที่ 4 กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (ที่มาภาพ เฟซบุ๊กแฟนเพจ Army PR Center)

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ รายงานด้วยว่า พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวถึงยุทโธปกรณ์ที่ใช้ ว่า ถือเป็นการปฏิบัติของกรมทหารม้าที่ 4 ยุทโธปกรณ์หลัก ก็คือรถถัง M60 เป็นของ A3 เข้าประจำการปี 2539 โดยศักยภาพแล้วมีอายุการใช้งานที่ 20 กว่าปี ก็ยังสามารถใช้งานได้ ทั้งนี้ได้สอบถามในเรื่องของการซ่อมบำรุงเครื่อง ปัจจุบันก็ยังมีการซ่อมบำรุงน้อย เพียงแต่อัพเกรดขึ้นไป ถือเป็นกำลังหลัก แต่ที่เป็นปัญหาจริงๆ คือรถถังชนิด M 41 ที่รับมาตั้งแต่ปี 2505 จำนวน 272 คัน ซึ่งปัจจุบันส่วนหนึ่งได้มีการจำหน่ายไปแล้ว อีกส่วนหนึ่งยังคงใช้งานอยู่ในกองพันรถถังทั้ง 4 กองทัพภาค ถือเป็นโครงการที่เราได้จัดหารถถังที่ทดแทนที่อยู่ระหว่างการดำเนินการที่ผ่านมาก็คือ รถถังออปล็อตของประเทศยูเครนได้รับแล้ว 20 คันอีก 5 กำลังจะมา และที่มีการลงนามสัญญาในปีที่แล้วคือรถถัง VT4 จากจีน จำนวน 28 คัน ตามสัญญาจะมาในปีหน้าแต่จะเร่งรัดให้มาทันในปีนี้และจะนำไปบรรจุที่ กองร้อยกองบังคับการ กองพันทหารม้าที่ 6 (ม. พัน 6) และ กองร้อยกองบังคับการ กองพันทหารม้าที่ 21 (ม. พัน 21 )จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดร้อยเอ็ด 

เมื่อถามว่า ในการจัดซื้อรถถัง VT4 จะชี้แจงให้ประชาชนได้รับทราบหรือไม่ พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวว่า สำหรับยุทโธปกรณ์ที่ใช้อยู่ค่อนข้างจะเก่ากว่า 50 ปี มีการจัดหามาใน 2 ระบบคือ จัดหามาจากประเทศยูเครน ซึ่งยังมีปัญหาในเรื่องของสงครามภายในประเทศการส่งยังไม่ครบขั้นตอน ส่วนระยะที่ 2 ได้ไปดูที่ประเทศจีนและมีคณะกรรมการเปรียบเทียบกัน 4 ประเทศคือจีน รัสเซีย ยูเครน สิงคโปร์ และท้ายที่สุดคณะกรรมการก็เลือกของประเทศจีน เพราะจากที่ได้ไปดูรายการส่งกำลังบำรุงค่อนข้างจะชัดเจน และข้อตกลงสุดท้ายคือการมาสร้างศูนย์ซ่อมสร้าง เพื่อมาดูแลเรื่องอะไหล่ในพื้นที่ของเราเอง ทำให้มีความมั่นใจจึงมีมากขึ้น ขณะที่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างในส่วนของการจัดศูนย์ซ่อมสร้างนั้นอยู่ในขั้นตอนของกระทรวงกลาโหมที่ดูในภาพรวมที่อยู่ในความดูแลของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ถือเป็นขั้นตอนใหญ่ 

เมื่อถามว่า การจัดซื้อ รถถัง VT4 ต้องจัดซื้อกี่ระยะถึงจะพบอัตราทดแทน พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า การจัดซื้ออยู่ในระยะที่ 2 ได้รับอนุมัติจำนวน 10 คัน และในก่อนหน้านั้นอีกจำนวน 28 คัน ในส่วนของรถถังออฟลอตมีอยู่ 20 คัน และจะมา 5 คัน ในปีนี้ ในปีต่อๆ ไปตามข้อตกลงทั้งหมด จนครบจำนวน 48 คัน

ไทยโพสต์รายงานเพิ่มเติมด้วยว่า ผบ.ทบ.ระบุว่า การจัดหายานเกราะล้อยางระยะต่อไปในปีงบประมาณ 2560 ทบ. ได้คัดเลือกรถเกราะล้อยาง VN-1 จากจีน 34 คัน วงเงินประมาณ 2 พันล้านบาท ขณะนี้ขั้นตอนอยู่ที่กระทรวงกลาโหมรอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.)

ไทยโพสต์ รายงานด้วยว่า ในปีนี้ถือเป็นการปรับแนวทางการใช้ยุทธยานยนตร์ของกองทัพบกครั้งใหญ่ เมื่อคณะกรรมการคัดเลือกแบบของ ทบ.เห็นชอบให้จัดหารถถังหลัก VT-4 ของจีนในระยะที่ 1 (ปีงบประมาณ 2559) จำนวน 28 คัน ระยะที่ 2 (ปีงบประมาณ 2560) 11 คัน ซึ่งผ่านความเห็นชอบจาก ครม.ไปแล้ว และมีโครงการจะซื้อให้ครบ 49 คันในปีงบประมาณ 2561 เพื่อใช้ทดแทน M-41 ที่กำลังปลดประจำการ ขณะที่คณะกรรมการ ทบ.ยังเห็นชอบเลือกรถเกราะล้อยาง VN-1 ของจีน โดยส่งเรื่องไปที่ กห.แล้วรอความเห็นชอบจาก ครม.

ประวิตร ไม่ทราบเรื่องซื้อรถถัง โยนถาม ผบ.ทบ. 

ขณะที่วันนี้ (9 พ.ค.60) สำนักข่าวไทย รายงานว่า พล.อ.ประวิตร กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ถึงเรื่องการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ของกองทัพบก ว่า ยังไม่มีการเสนอเรื่องมาที่ตน ถ้าผ่านตนแล้วจึงจะสามารถนำเข้าที่ประชุม ครม. ได้ ส่วนเรื่องการจัดซื้อรถถังนั้น ตนไม่ทราบขอให้ไปถามผู้บัญชาการทหารบก ส่วนเรื่องเรือดำน้ำ ได้ผ่านครม.ไปเรียบร้อยแล้ว ทางกองทัพเรือ ยืนยันมาว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญแน่นอน กองทัพเรือเป็นหน่วยงานดำเนินการทุกขั้นตอนแล้ว 

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในการพัฒนาของกองทัพมีการจัดซื้อยุทโธปกรณ์แบบอื่นที่มีราคาสูงกว่าเรือดำน้ำอีก แต่ไม่เป็นประเด็นมากนัก เพราะเข้าใจว่าเรือดำน้ำเป็นของใหม่และที่ผ่านมาโดนคัดค้านตลอด แต่ตอนนี้สำเร็จจึงถูกจับตาซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจได้  เงินที่ใช้เป็นงบประมาณของกองทัพในการดำเนินการจัดซื้อ ซึ่งทราบว่าทางกองทัพเรืออยากซื้อถึง 3 ลำ แต่งบประมาณไม่พอจึงต้องทยอยจัดซื้อ ซึ่งนี่เป็นหนึ่งในการพัฒนาศักยภาพของกองทัพให้เกิดความมั่นคง