สองผู้พิพากษาสหรัฐฯ ตัดสินค้านคำสั่งพิเศษห้ามการเดินทางฉบับที่ 2 ของทรัมป์

ช่วงเย็นวันที่ 15 มี.ค. ที่ผ่านมาตามเวลาสหรัฐฯ ผู้พิพากษารัฐบาลกลางสหรัฐฯ ประจำฮาวายออกคำสั่งแบบมีผลทั่วประเทศสกัดกั้นคำสั่งห้ามการเดินทางชุดที่ 2 ของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มีลักษณะกีดกันคนที่เดินทางมาจากประเทศกลุ่มโลกมุสลิม นอกจากนี้ยังส่งสัญญาณให้ทรัมป์ต้องอธิบายต่อศาลในเรื่องที่เขาใช้โวหารโจมตีอิสลาม

นอกจากศาลฮาวายแล้วศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ แห่งรัฐแมริแลนด์เป็นศาลอีกแห่งหนึ่งที่ตัดสินสกัดกั้นคำสั่งพิเศษชุดที่ 2 ของโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ให้มีผลชั่วคราว

เป็นอีกครั้งหนึ่งที่คำสั่งพิเศษของทรัมป์ที่อ้างเรื่องความมั่นคงถูกศาลสั่งสกัดกั้นโดยที่ก่อนหน้านี้คำสั่งพิเศษฉบับแรกของทรัมป์เคยถูกศาลรัฐบาลกลางในซีแอตเทิลสั่งสกัดกั้นมาแล้ว

คำสั่งห้ามเดินทางเข้าสหรัฐฯ ฉบับที่ 2 ของทรัมป์นั้นออกมาเมื่อวันที่ 6 มี.ค. มีการลดความเข้มงวดลงเมื่อเทียบกับฉบับแรกโดยให้เลือกแค่มีผลกับ 6 ประเทศ และนำเนื้อหาบางส่วนที่เกิดเป็นข้อพิพาทระดับแรกออก

อย่างไรก็ตามผู้พิพากษาเดอร์ริค เค วัตสัน ผู้ได้รับการแต่งตั้งจากบารัก โอบามา เป็นผู้พิพากษาศาลแขวงในฮอนโนลูลูกล่าวว่าคำตัดสินของเขามีเหตุผลเพราะคำสั่งทรัมป์มีลักษณะจงใจออกมาด้วยการแสดงความไม่ชอบศาสนาใดศาสนาหนึ่งอย่างชัดเจนแม้จะอ้างว่าเป็นคำสั่งที่เป็นกลางทางศาสนาก็ตาม ทางด้านผู้พิพากษาธีโอดอร์ ดี ชวง จากศาลในแมริแลนด์ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งจากโอบามาก็ออกมากล่าวในทำนองเดียวกันหลังจากที่มีกลุ่มองค์กรเพื่อผู้อพยพและผู้ลี้ภัยฟ้องร้องศาลในเรื่องนี้

ทางด้านทรัมป์ออกมากล่าวตอบโต้เรื่องนี้ในสไตล์เดียวกับที่เขาใช้ช่วงรณรงค์หาเสียง โดยกล่าวตอบโต้วัตสันด้วยเสียงตะโกนว่าคำตัดสินของวัตสันเป็นไป "ด้วยเหตุผลทางการเมือง" และยังกล่าวประณามศาลอุทธรณ์ภาคเก้าที่ยืนยันคำตัดสินระงับคำสั่งพิเศษห้ามการเดินทางชุดก่อนหน้านี้ด้วย ทรัมป์อ้างอีกว่าคำสั่งศาลเหล่านี้ทำให้สหรัฐฯ "ดูอ่อนแอลง" และบอกว่าอาจจะประกาศใช้คำสั่งชุดเดิมอีกครั้ง

หลังมีการประกาศใช้คำสั่งพิเศษห้ามการเดินทางชุดที่ 2 กลุ่มองค์กรด้านผู้อพยพและลี้ภัยต่างก็พากันยื่นฟ้องต่อศาลอีกครั้ง โดยผู้พิพากษาวัตสันตัดสินว่าคำร้องของอิหม่ามจากสมาคมมุสลิมแห่งฮาวายมีเหตุผลพอที่จะต่อต้านคำสั่งนี้ด้วยฐานเรื่องการกีดกันทางศาสนา นอกจากนี้ยังมีเรื่องที่คำสั่งนี้จะส่งผลเสียที่แบบที่แก้ไขเยียวยาไม่ได้อยู่ด้วย โดยวัตสันเปิดเผยว่าทรัมป์เป็นผู้แสดงออกเจตนาการกีดกันทางศาสนาเองผ่านคำปราศรัยของเขา 

อิสมาอิล เอลชิคห์ อิหม่ามที่เป็นพลเมืองสหรัฐฯ มีแม่ยายเป็นชาวซีเรียที่กำลังหาวีซ่าเข้าสหรัฐฯ ซึ่งวัตสันชี้ว่ากรณีคำสั่งห้ามเดินทางจะส่งผลเสียหายต่อพวกเขาอย่างไร เอลชิคห์กล่าวถึงคำตัดสินในครั้งนี้ว่า "นี่คือช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมสำหรับประชาธิปไตย ศาสนา และสิทธิมนุษยชน" และแสดงความดีใจที่ครอบครัวของเขาจะไม่ถูกคำสั่งห้ามเดินทางเหนี่ยวรั้งไม่ให้ครอบครัวไม่ได้พบหน้ากันอีก

ในกรณีของศาลในรัฐแมริแลนด์ผู้พิพากษากล่าวว่ามีสิ่งบ่งชี้ชัดเจนว่าการสั่งห้ามเดินทางของทรัมป์นั้นไม่ได้เป็นไปด้วยเหตุผลหลักๆ ในด้านความมั่นคงของชาติ 

 

เรียบเรียงจาก

2 Federal Judges Rule Against Trump’s Latest Travel Ban, New York Times, 15-03-2017
https://www.nytimes.com/2017/03/15/us/politics/trump-travel-ban.html