ทริปดูงานยุโรป ผบ.สส.ย้ำทหารยุคใหม่ต้องดูมาตรฐานสากล 'หมาเฝ้าบ้าน' แฉซ้ำล่องเรือสำราญสแกนดิเนเวีย

ปม ทริปนศ.วิทยาลัยเสนาธิการทหาร ดูงานยุโรป 'ประวิตร' บอกไม่ต้องตั้ง กก.สอบ ผบ.สส.คาดใช้เวลาสอบ 7-10 วัน พร้อมให้ชดใช้หากใช้งบฯไม่ตามระเบียบ ย้ำต้องดูมาตรฐานสากล ทหารยุคใหม่จำเป็นที่จะต้องได้รู้ ได้เห็น ด้าน 'หมาเฝ้าบ้าน' ขยี้ซ้ำ ปล่อย EP.2 ภาค ล่องเรือสำราญสแกนดิเนเวีย

 

16 มี.ค. 2560 ความคืบหน้ากรณี เว็บไซต์องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) รายงานปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน ว่าได้เปิดข้อมูลทริปศึกษาดูงานของวิทยาลัยเสนาธิการทหาร (วสท.) สถาบันการศึกษาชั้นสูงทางทหารขึ้นตรงกับสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ กองบัญชาการกองทัพไทย จัดทริปนำนักศึกษาและคณาจารย์ในหลักสูตรเสนาธิการร่วม รุ่น 57 รวม 107 คน ไปดูงานต่างประเทศ แบ่ง 3 สาย แต่ละสายใช้เวลาเกือบครึ่งเดือน ช่วงเดือนมี.ค. 2559 ซึ่งรายละเอียดการเดินทางส่วนมากเป็นการท่องเที่ยว ช็อปปิ้ง รวมทั้งชมการแข่งขันฟุตบอลนั้น (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม)

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ (แฟ้มภาพ)

ประวิตร บอกไม่ต้องตั้ง กก.สอบ

วานนี้ (15 มี.ค.60) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว แต่ยังไม่ได้มีการตรวจสอบรายละเอียดวิทยาลัยเสนาธิการทหาร โดยยืนยันว่า ไม่จำเป็น ต้องตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง  อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาได้กำชับไปแล้วว่าการศึกษาดูงานนั้น ต้องเน้นการได้ข้อมูลความรู้ ไม่ใช่เป็นการท่องเที่ยว และกลับมาก็ต้องมีการเขียนรายงานผลการดูงาน

"ถามไปทางโรงเรียนเขาก็รู้ ไม่ต้องตั้งกรรมการ เอะอะอะไรก็ตั้งกรรมการ เดี๋ยวผมจะตั้งพวกคุณนี่ล่ะ" พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบในกรณีทริปดูงานยุโรปวิทยาลัยเสนาธิการทหาร

ผบ.สส.คาดใช้เวลาสอบ 7-10 วัน พร้อมให้ชดใช้หากใช้งบฯไม่ตามระเบียบ

ล่าสุดวันนี้ (16 มี.ค.60) สำนักข่าวไทย รายงานว่า พล.อ.สุรพงษ์  สุวรรณอัตถ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ให้สัมภาษณ์ ถึงกรณีการเดินทางไปดูงานของหลักสูตรวิทยาลัยเสนาธิการทหาร  ที่กำลังถูกวิจารณ์และเป็นข่าวว่า ในเบื้องต้นได้มอบหมายให้ พล.อ.อ.สุทธิพันธ์ กฤษณคุปต์ รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด ด้านการศึกษา ไปดูข้อเท็จจริง ว่ามีอะไรที่ไม่ถูกระเบียบหรือไม่  เนื่องจากเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว คาดว่า จะใช้เวลาในการตรวจสอบ 7-10  วัน

“ที่ผ่านมาการดูงาน ข้อมูล ไม่ได้มีการนำเสนอ และไม่ให้เผยแพร่  ภาพที่ออกมาส่วนใหญ่จึงเป็นช่วงของการพักผ่อน  อย่างไรก็ตาม หากการตรวจสอบพบว่าบกพร่อง หรือการใช้งบฯ ไม่เป็นไปตามระเบียบ ก็จะมีการเรียกเงินคืน หรือให้ชดใช้  ซึ่งในอดีตก็เคยมีการเรียกเงินคืนมาแล้ว” พล.อ.สุรพงษ์  กล่าว และย้ำว่า วิทยาลัยเสนาธิการทหารเป็นหลักสูตรที่เป็นมาตรฐานสากล  มีนายทหารจากเหล่าทัพต่างๆ มาศึกษาร่วมกัน  โดยการคัดเลือกนายทหารจาก 1,000 คน เหลือเพียง 100 คน

พล.อ.สุรพงษ์ กล่าวว่า เราเข้าใจเศรษฐกิจของประเทศที่ไม่เข้มแข็ง การดูงานต้องคุ้มค่าและประหยัด ประกอบกับช่วงนี้เป็นช่วงการปฎิรูป ก็พร้อมจะมีการปรับรูปแบบ และงบฯ ลดลง การดูงานมีคณะกรรมการคอยพิจารณา ในปีนี้จะเน้นดูงานในประเทศอาเชียน บวก 3 เน้นสถานการณ์ในภูมิภาคใกล้ และลดการดูงานเหลือเพียง 10 วัน

ย้ำต้องดูมาตรฐานสากล ทหารยุคใหม่จำเป็นที่จะต้องได้รู้ ได้เห็น

“การดูงานต่างประเทศ เราต้องดูมาตรฐานสากล ว่าการศึกษาหลักสูตรลักษณะนี้ เขาทำอะไรกันบ้าง เราต้องอยู่ในมาตราฐานใกล้เคียงกัน เราอาจจะจำกัดด้วยงบประมาณ ไปสั้นกว่าระยะทางอาจจะใกล้กว่า ในหลายประเทศเขาไปเป็นเดือน ดูทั้งทวีป” พล.อ.สุรพงษ์ กล่าว

พล.อ.สุรพงษ์  ยืนยันว่า ในยุคใหม่ มีความจำเป็นที่จะต้องได้รู้ ได้เห็น เพราะนายทหารของเราที่เติบโตขึ้นมา ส่วนมากอยู่ตามพื้นที่ต่างจังหวัด และพื้นที่ชายแดน  พอมาเรียนโรงเรียนเสนาธิการเหล่าทัพ ก็ประมาณพันตรี ให้เห็นประเทศรอบบ้าน  พอระดับพันเอก มาเรียนหลักสูตรนี้ ควรจะได้รู้เห็นอะไรมากขึ้น ซึ่งเป็นแนวทางที่ปฎิบัติมานานแล้ว และเป็นแนวทางสากล  อย่างไรก็ตาม เรามีการทบทวนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีการใช้งบฯ อย่างคุ้มค่าและประหยัด       

'หมาเฝ้าบ้าน' ปล่อย EP.2 ภาค ล่องเรือสำราญสแกนดิเนเวีย

ขณะที่วานนี้ (15 มี.ค.60) ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน ได้เปิดเผยทริบวิทยาลัยเสนาธิการทหาร EP.2 ภาค ล่องเรือสำราญสแกนดิเนเวีย พร้อมเชิญชวนให้รอติดตามตอนต่อๆ ไปด้วย โดยปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน โพสต์ว่า นำชมข้อมูลทริปศึกษาดูงานสายที่ 2 ยกคณะกันไป 36 คน เยือนกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย  13 วัน ระหว่างวันที่ 4-17 มี.ค. 2559 ครบหมดทั้งเดนมาร์ก นอร์เวย์ ฟินแลนด์ และสวีเดน รวมทั้งล่องเรือสำราญสุดหรูสองรอบซ้อน กับหนึ่งเที่ยวรถไฟสายโรแมนติก

ที่มาภาพ เพจ ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน

โดย ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน ระบุรายละเอียดดังนี้ 

คณะออกเดินทางคืนวันที่ 4 มี.ค ด้วยสายการบินไทย TG950 ถึงเมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์กช่วงเช้าวันที่ 5 มี.ค. เท้าแตะพื้นก็เจิมทริปแบบงาม ๆ ด้วยการเซลฟี่กับจตุรัสหน้าพระราชวังอมาเลียนบอร์ก สถานที่ประทับในช่วงฤดูหนาวของราชวงศ์เดนมาร์กในเมืองโคเปนเฮเกน ต่อด้วยรูปปั้นนางเงือกน้อย พักกินข้าวเที่ยงแล้วชมปราสาทเฟรเดอริกบอร์ก ตกเย็นไปเข้าชมพระราชวังโครนบอร์กที่เมืองเฮลซิงเกอร์ กลับไปพักที่ First Hotel Copenhagen

6 มี.ค. เช้าชมพระราชวังคริสเตียนบอร์ก บ่ายออกเดินทางไปเมืองมัลโม ประเทศสวีเดน ผ่านช่องแคบโอเรซุนด์ (Oresund) ชมปราสาทมัลโมและพิพิธภัณฑ์ เดินทางกลับเข้าเมืองโคเปนเฮเกนเพื่อชมหมู่บ้าน Hereford 

7 มี.ค. เก้าโมงเช้าเข้าฟังบรรยายสรุปและชมกิจการของ Royal Danish Defence College ใช้เวลาแบบแผ่วเบาแล้วต่อด้วยการเข้าคำนับเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงโคเปนเฮเกนตอนสิบเอ็ดโมง ตกบ่ายเดินทางไปยังเมืองออสโล ประเทศนอร์เวย์ โดยล่องเรือ DFDS เรือสำราญสุดไฮโซที่มีทั้งผับ บาร์ ห้องซาวน่า ห้องเล่นเกม ค่ำนั้นพักค้างคืนบนเรือ

8 มี.ค. เรือสำราญ DFDS เทียบท่าที่เมืองออสโล นอร์เวย์ คณะเข้าชมพิพิธภัณฑ์ Norwegian Maritime Museum ต่อด้วยพิพิธภัณฑ์เรือไวกิ้ง แวะถ่ายรูปที่ Vigeland Park สวนประติมากรรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตอนเย็นเข้าคำนับเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงออสโลใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงค่อยปิดท้ายด้วยอาหารเย็น 

9 มี.ค. เดินทางไปเมืองฟลอม แวะชมพิพิธภัณฑ์เหมืองแร่และรถไฟที่หมู่บ้าน Flamsbana ล่องเรือชมซองเนฟยอร์ด ช่องทางน้ำที่เกิดจากการกัดเซาะของธารน้ำแข็งบนที่ราบหุบเขาที่ใหญ่ที่สุดในนอร์เวย์

10 มี.ค. ขึ้นรถไฟศึกษาภูมิประเทศระหว่างเมืองฟลอม ไมร์ดัล และวอสส์ ด้วยรถไฟสายโรแมนติค Flambanen ที่โด่งดังที่สุดของนอร์เวย์ด้วยขบวนรถแบบคลาสสิคซึ่งตลอดเส้นทางผ่านทั้งหุบเขา ทะเลสาบ และฟยอร์ด แวะชม Fleischer's Hotel แล้วขึ้นกระเช้าชมเมืองเบอร์เก้น

11 มี.ค. บินจากเมืองเบอร์เก้น นอร์เวย์ แวะเปลี่ยนเครื่องที่เมืองสตอล์กโฮล์ม สวีเดนเพื่อไปยังเมืองเฮลซิงกิ ฟินแลนด์ ตอนเย็นคำนับเอกอัครราชทูตไทยประจำเฮลซิงกิ พักที่โรงแรม Radisson Blu

12 มี.ค. ชมแลนด์มาร์กดังของเมืองเฮลซิงกิ ทั้งจัตุรัสรัฐสภา (Senate Square) มหาวิหารอุสเปนกี้ โบสถ์นิกายออร์โธดอกซ์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปตะวันตก ชมอนุสาวรีย์ฌองซีเบเลียส ตามด้วยโบสถ์หิน Temppeliaukio ตรวจสภาวะแวดล้อมด้านเศรษฐกิจและสังคมที่ตลาดริมท่าเรือ จากนั้นพักผ่อนบนเรือสำราญสุดหรู Silja Line ผ่านทะเลบอลติกสู่เมืองสตอล์กโฮล์ม ประเทศสวีเดน

13 มี.ค. เรือสำราญนำเดินทางถึงเมืองสตอล์กโฮล์ม สวีเดนในช่วงสาย เข้าชมเรือรบโบราณที่พิพิธภัณฑ์เรือวาซ่า ช่วงบ่ายเข้าชมศาลาว่าการเมืองสตอล์กโฮล์มซึ่งเป็นสถานที่สำหรับจัดเลี้ยงให้ผู้ได้รับรางวัลโนเบลของทุกปี 

14 มี.ค. เช้าดูงานที่โรงผลิตไฟฟ้าจากขยะ บ่ายครึ่งไปชมบริษัทผลิตเครื่องบินกริพเพน รับฟังบรรยายสรุป สนทนาซักถาม ห้าโมงเย็นคำนับเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงสตอล์กโฮล์ม 

15 มี.ค. ช่วงเช้าชมพระราชวังหลวงของราชวงศ์สวีเดนที่ย่านเมืองเก่าบนเกาะกัมลาสตอน (Gamla stan) จากนั้นภาคบ่ายตรวจสภาวะแวดล้อมทางเศรษฐกิจ สังคม ศิลปะวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของเมืองสตอล์กโฮล์ม เช่น Stockholm Quality Outlet

16 มี.ค. เช้าเดินทางไปสนามบิน บ่ายโมงออกเดินทางกลับไทยด้วยเที่ยวบิน TG963 ถึงประเทศไทยในช่วงเช้าของวันที่ 17 มี.ค. ปิดทริปเรียบร้อย
 

"ทริปดูงาน “ค่อนข้างจริงจัง” ตามคำยืนยันจาก ผบ.สูงลิ่ว ของบรรดานายทหารหลักสูตรเสนาธิการร่วมชั้นยศพันเอกของสามเหล่าทัพ ตำรวจและข้าราชการพลเรือนซี 8 ซี 9 หักวันเดินทางเหลือเวลาในยุโรปราว 10 วัน คิดชั่วโมงดูงานที่พอจะพูดได้ว่าสอดคล้องภารกิจ ได้แก่ ดูงานที่ Royal Danish Defence College เกือบสองชั่วโมงกับดูโรงงานเครื่องบินกริพเพนราว 3 ชั่วโมง กับดูโรงงานขยะราว 3 ชั่วโมง" ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน โพสต์ทิ้งท้าย