ใบตองแห้ง: หายนะศาสนาใต้ ม.44



ความตายของชายสูงวัยที่ผูกคอประท้วงการใช้ ม.44 กับวัดธรรมกาย ไม่ได้ส่งผลให้คนอีกฝ่ายเห็นอกเห็นใจ ตรงข้าม กลับถูกเยาะเย้ยหยามหยัน ดูหมิ่น ประณาม และยิ่งปลุกความโกรธแค้นเกลียดชัง

สังคมไทยสังคมพุทธ อำมหิตได้ถึงเพียงนี้ ทั้งที่อ้างตนเป็นพุทธแท้นับถือพระดี วิพากษ์ธรรมกายหลอกคนฉิบหายขายตัว แต่ไหนล่ะ ความมีสติ หรือยิ่งอ่านหนังสือพระดี พุทธทาส พระประยุทธ์ฯลฯ ยิ่งเพิ่มอัตตา ยิ่งแก่กล้าว่าตัวเองเป็น “คนดี” ยิ่งมีโมหะโทสะต่อ “คนชั่ว”

ว่าธรรมกายไม่ใช่พุทธ ไปๆ มาๆ อีกฝ่ายก็หลุดจากความเป็นพุทธเหมือนกัน เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร ไม่ทบทวนบ้างหรือ

ว่าที่จริง ถ้ามองความคิดคนทั่วไป ไม่ว่าคนกลางๆ หรือคนข้างไหน ส่วนใหญ่ก็ไม่เห็นด้วยหรอกกับคำสอนธรรมกาย ที่ให้สาวกทุ่มเทบริจาคเงินทองเพื่อไปสวรรค์นิพพาน ทั้งยังไม่สบายใจที่ธรรมกายแผ่อิทธิบารมีกว้างขวาง จัดธุดงค์ธรรมชัย บวชธรรมทายาท อิงหน่วยงานรัฐจัดอบรมนักเรียนนักศึกษา

ปัญหาคือจะจัดการธรรมกายอย่างไร สู้กันในความเชื่อ คำสอน หรือว่าใช้อำนาจรัฐ อำนาจมหาเถรสมาคมจัดการ แต่ความที่ธรรมกายมีลูกศิษย์ทุกระดับชั้น มีเครือข่ายไพศาล ตราบใดที่ไม่สามารถหักล้างให้เสื่อมศรัทธา ก็ยากที่จะใช้อำนาจจัดการ กลุ่มคนที่หวาดวิตกว่าธรรมกายจะเป็นภัย จึงปลุกความเกลียดชังโดยโยงเข้ากับการเมือง ทั้งการเมืองเสื้อสี และการเมืองเรื่องสงฆ์ เช่น ธรรมกายเป็นฐานอำนาจทักษิณ ธรรมกายซื้อพระผู้ใหญ่ในมหาเถรฯ จนลุกลามไปต่อต้านสมเด็จช่วง

ทักษิณ เพื่อไทย ธรรมกาย อาจเกี่ยวโยงกันบ้าง บางเรื่องบางคน แต่ไม่ใช่ทักษิณ=ธรรมกาย=สมเด็จช่วง หรือสาวกธรรมกาย=เสื้อแดง ที่ไม่ใช่ก็เยอะไป ที่ไม่ชอบก็เยอะไป

แต่การเหมารวมสร้างความชอบธรรมในการใช้อำนาจทำลาย พร้อมๆ กับขยายความไม่พอใจ ลูกศิษย์สมเด็จช่วง พระมหานิกาย ที่ไม่ใช่พวกทักษิณไม่ใช่พวกธรรมกายก็เยอะไป

ความพยายามใช้ “กฎหมาย” จัดการธัมมชโย ก็เป็นปัญหา คดีสหกรณ์คลองจั่น DSI ปปง.ยึดอายัดทรัพย์ศุภชัย ศรีศุภอักษร ตั้งแต่กลางปี 2556 แต่ศุภชัยยังได้ประกันตัวอยู่จนเมษายน 2558 จากนั้นในปี 2559 จึงตั้งข้อหาธัมมชโยฟอกเงิน รับของโจร

“ทำไมธัมมชโยไม่มอบตัว ถ้าไม่ได้ทำผิดกลัวอะไร” แต่สาวกธรรมกายก็แย้งว่า นี่ไง แค่คดีฟอกเงิน รับของโจร ใช้ ม.44 ยกตำรวจทหาร 4-5 พันคน มาปิดล้อมวัด แสดงเจตนาชัดเจนว่านี่ไม่ใช่คดีธรรมดาตั้งแต่ต้น

ต่อให้บอกว่าปัญหาเริ่มต้นจากคำสอนผิดๆ ของธรรมกาย เรื่องมันก็มาไกลจนเละไปหมดแล้ว จากความเชื่อว่าธรรมกายเป็นภัย ไม่มีหนทางอื่นกำจัดได้ นอกจากใช้อำนาจพิเศษ ล้อมวัด ตัดสัญญาณโทรศัพท์ ตัดน้ำตัดอาหาร ปลดผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ตั้งผู้บัญชาการจาก DSI ไป “บัญชาการ” เรื่องพระ (โดยสาวก ม.44 ไชโยโห่ร้อง ทั้งที่พนม ศรศิลป์ ก็ได้เป็น ผอ.สำนักพุทธฯในรัฐบาลนี้เอง)

ความแตกแยกขยายไปแล้ว ทั้งในหมู่สงฆ์และสังคม คำถามคือจะใช้ ม.44 ไปถึงไหน ถ้ายังจับธัมมชโยไม่ได้ จะทำอย่างไร จะยึดวัด? จะจับสึกพระที่ไม่ไปรายงานตัว? จะกำจัดธรรมกายได้ไหม ในเมื่อทำลายศรัทธาไม่ได้กลับไปทำให้คนรู้สึกว่านี่ไม่ใช่ความยุติธรรม

 

 

หมายเหตุ: เผยแพร่ครั้งแรกใน คอลัมน์ ทายท้าวิชามาร นสพ.ข่าวหุ้นธุรกิจ