ส.ศิวรักษ์ เผยเอาตัวเองเป็นหลักประกันให้ “ไผ่ ดาวดิน” ระบุหากไผ่ หนีให้มาจับตนไปแทน

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิฯ เตรียมยื่นขอประกันตัวไผ่ ดาวดิน กับศาลจังหวัดขอนแก่นอีกครั้ง หลังศาลรับฟ้อง และพิจารณาสั่งขังระหว่างพิจารณาคดี ปมแชร์บทความ BBC Thai ด้าน สุลักษณ์ ศิวรักษ์ พร้อมเป็นนายประกัน ระบุหากไผ่ หลบหนี ให้มาจับตนไปแทน

21 ก.พ. 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทีมทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เตรียมที่จะยื่นขอประกันตัว จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน อีกครั้งหลังจากเมื่อวันที่ 10 ก.พ. 2560 ศาลได้รับฟ้องคดี ในหมายเลขคดีดำที่ 301/2560 ซึ่งอัยการจังหวัดขอนแก่นเป็นโจทก์ฟ้องคดี จากความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 จากการแชร์บทความพระราชประวัติรัชกาลที่ 10 จากเว็บไซต์ BBC Thai

กฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความของจตุภัทร์ ให้ข้อมูลว่า พรุ่งนี้ (22 ก.พ. 2560) จะเข้ายื่นขอประกันตัวจตุภัทร์ ในคดีดังกล่าวอีกครั้ง โดยจะให้เหตุผลกับศาลว่า สำหรับเรื่องที่เป็นข้อกังวลขอศาลเช่นเรื่องการที่ จำเลยจะเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานและหลักฐานนั้น ในทางปฎิบัติเมื่อพนักงานสอบสวนได้สรุปคดีและส่งให้อัยการ และอัยการได้ยื่นฟ้องแล้วนั้น ถือว่ากระบวนการในการสอบสวนพยานหลักฐานได้สิ้นสุดไปแล้ว ฉะนั้นการที่จตุภัทร์จะได้รับการประกันตัว จึงไม่ส่งผลให้จำเลยสามารถที่จะเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานและหลักฐานได้ และการได้รับการประกันตัวจะสามารถทำให้จำเลยสามารถที่จะออกมารวบรวมพยานหลักฐานเพื่อสู้คดีต่อไปได้ ซึ่งการได้รับการประกันตัวเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ต้องหา

ส่วนข้อกังวลเรื่องพฤติการณ์หลบหนีนั้น กฤษฎางค์ ระบุว่า จำเลยไม่มีความคิดจะหลบหนีตั้งแต่ต้น และในวันพรุ่งนี้นอกจาก วิบูลย์ บุญภัทรรักษา พ่อของจตุภัทร์ ที่จะมาเป็นนายประกันแล้ว ยังมี สุลักษณ์ ศิวรักษ์ หรือ ส.ศิวรักษ์  มาเป็นนายประกันอีกคน และนอกจากนี้ยังมีใบรับรองพฤติกรรมของจตุภัทร์ว่าจะไม่หลบหนีจาก รองศาสตราจารย์ โคทม อารียา นักวิชาการด้านสันติวิธี อดีตผู้อำนวยการสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล น.พ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ อดีตคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง คณบดีวิทยาลัยแพทยศาสตร์และการสาธารณสุข มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และ เอกพันธุ์ ปิณฑวณิช ผู้อำนวยการสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล

สุลักษณ์ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวประชาไทว่า การที่เอาชื่อตัวเองร่วมเป็นนายประกันให้กับ จตุภัทร์ เนื่องจากได้ทราบเหตุผลของศาลที่ไม่อนุญาตให้ประกันตัวครั้งก่อนซึ่ง ระบุว่า เกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี และคดีดังกล่าวเป็นคดีที่มีโทษสูง ตนจึงต้องการที่จะเอาชื่อ และเอาตัวของตัวเองเป็นประกันว่า จตุภัทร์ จะไม่หลบหนี หากเขาจะหนีก็ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับตนไปแทน

“ประเด็นเรื่องหลักทรัพย์มันไม่สำคัญ เพราะถ้าเขาไม่ให้ประกันเท่าไหร่เขาก็ไม่ให้ เรื่องนี้อยู่ที่ว่าศาลเองจะมีความกล้าหาญทางจริยธรรมหรือไม่ เมื่อก่อนผมถูกจับเพราะไปต่อต้านท่อแก๊สจากพม่ามาที่เมืองกาญ ผมถูกจับขึ้นศาล ศาลก็ถามว่าผมจะประกันหรือไม่ ผมก็บอกว่าผมจะประกัน ศาลก็ถามต่อว่าจะเอาอะไรเป็นหลักประกัน ผมก็บอกว่าเอา เกียรติยศของผมเป็นประกัน ถ้าศาลไม่เห็นว่าผมมีเกียรติก็เอาผมเข้าคุกได้เลย ตอนนั้นศาลก็ให้ผมประกันตัว แต่ตอนนี้ไม่รู้ว่าศาลขอนแก่นจะเห็นว่าผมมีเกียรติหรือเปล่า เพราะตอนนี้ผมยินดี ถ้าไผ่หนีก็จับผมไปแทน” สุลักษณ์ กล่าว

ขณะที่ โคทม อารียา ได้ให้สัมภาษณ์กับประชาไทด้วยว่า สาเหตุที่เขียนใบรับรองพฤติกรรมให้จตุภัทร์ เพราะเชื่อว่าจตุภัทร์จะไม่หลบหนี และประเด็นที่ศาลกังวลเรื่องการยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานนั้น ก็สามารถเกิดขึ้นได้เนื่องจากพนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนต่างๆ ให้อัยการจังหวัด และศาลได้รับฟ้องคดีดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว

00000

สำหรับคดีของจตุภัทร์ เกิดจากการเข้าแจ้งความดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 โดย พ.ท. พิทักษ์พล ชูศรี หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษ มณฑลทหารบกที่ 23 จากการที่จตุภัทร์ ได้แชร์บทความพระราชประวัติรัชกาลที่ 10 จากเว็บไซต์ BBC Thai เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 2559 ซึ่งมีผู้แชร์บทความดังกล่าวประมาณ 2,800 ครั้ง แต่มีจตุภัทร์เพียงคนเดียวที่ถูกจับกุมดำเนินคดี โดยในวันที่ 3 ธ.ค. 2559 จตุภัทร์ ถูกจับกุมตัวที่จังหวัดชัยภูมิ ขณะกำลังร่วมขบวนธรรมยาตรา กับพระไพศาล วิสาโล โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แสดงหมายจับที่ออกโดยศาลจังหวัดขอนแก่น

ต่อมาในวันที่ 4 ธ.ค. 2559 ศาลได้พิจารณาอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว จตุภัทร์ โดยทนาย พร้อมนายประกันได้ยื่นหลักทรัพย์ 4 แสนบาท และให้เหตุผลไว้ในคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวว่า จตุภัทร์ เป็นผู้ต่องหาคดีการเมืองอยู่ 4 คดี แต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีพฤติกรรมหลบหนี อีกทั้งในวันที่ 8 ธ.ค. ผู้ต้องหามีสอบเป็นวิชาสุดท้าย หากไม่ได้เข้าสอบวิชาดังกล่าวจะส่งผลให้เขาเรียนไม่จบตามหลักสูตร ศาลจึงพิจารณาให้ประกันตัว

ต่อมาในวันที่ 22 ธ.ค. 2559 ศาลจังหวัดขอนแก่น ได้นัดพิจารณาคำร้องของพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น ที่ขอให้ศาลเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราว จตุภัทร์ โดยศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า ผู้ต้องหา ได้ทำผิดเงื่อนไขการประกันตัว จึงสั่งให้เพิกถอนการปล่อยชั่วคราว ทั้งยังเห็นว่านายประกัน ซึ่งเป็นบิดา ไม่ได้ทำการห้ามปราบการกระทำดังกล่าวแต่อย่างใด

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว ศาลได้มีคำสั่งกำชับให้นายประกัน, ผู้ต้องหาให้มาศาลตามนัด ห้ามเกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษ พยานหลักฐานในคดี หรือก่อความเสียหายใดๆ หลังปล่อยตัวชั่วคราว หากผิดนัด ผิดเงื่อนไข ศาลอาจถอนประกันและอาจไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวอีก และภายหลังปล่อยตัวชั่วคราว ได้ความจากทางไต่สวนว่า ผู้ต้องหาไม่ได้ลบข้อความที่ถูกกล่าวหาเป็นคดีนี้ในสื่อสังคมออนไลน์บนเฟซบุ๊กของผู้ต้องหา กับทั้งผู้ต้องหาได้แสดงออกถึงพฤติกรรมในสื่อสังคมออนไลน์ในเชิงสัญลักษณ์เย้ยหยันอำนาจรัฐ โดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติ ทั้งผู้ต้องหายังมีแนวโน้มจะกระทำการในลักษณะเช่นนี้ต่อไปอีก ผู้ต้องหาเป็นนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มีอายุ 25 ปี ย่อมรู้ดีว่า การกระทำของผู้ต้องหาดังกล่าวข้างต้นเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งศาล จึงฟังได้ความตามคำร้องว่า ผู้ต้องหาได้กระทำการอันก่อให้เกิดความเสียหายภายหลังการปล่อยตัวชั่วคราว ประกอบกับนายประกันผู้ต้องหาไม่ได้กำชับหรือดูแลให้ผู้ต้องหาปฏิบัติตามเงื่อนไขศาลที่มีคำสั่ง จนก่อให้เกิดความเสียหายดังกล่าว จึงให้เพิกถอนสัญญาประกันตัวผู้ต้องหา หมายขังผู้ต้องหา ตรวจคืนหลักประกันให้นายประกัน

ต่อมาวันที่ 10 ก.พ. 2560 ศาลได้รับฟ้องคดีดังกล่าว พร้อมไต่สวนคำให้การของจตุภัทร์ โดยเขาให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และพร้อมที่จะสู้คดี โดยในวันนั้นศาลได้ใช้อำนาจสั่งขังเขาต่อไประหว่างการพิจารณาคดี และได้นัดตรวจพยานหลักฐานอีกครั้งในวันที่ 21 มี.ค. 2560 ทั้งนี้อัยการโจทก์ได้ระบุในคำฟ้องด้วยว่า

"อนึ่ง หากจำเลยขอปล่อยตัวชั่วคราว โจทก์ขอคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจากเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร เป็นการกระทำต่อพระมหากษัตริย์อันเป็นที่รักยิ่งและเทิดทูนของประชาชน และเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง เกรงว่าจำเลยจะหลบหนี"

ทั้งนี้จตุภัทร์ ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ทัณฑสถานบำบัด จังหวัดขอนแก่น มาตั้งแต่วันที่ 22 ธ.ค. 2559