ค้นธรรมกาย 2 วัน แม้แต่สุนัขดมกลิ่นยังไม่พบ 'ธัมมชโย' คาดหลบหนีออกจากวัดไปนานแล้ว

ที่มาภาพ  เฟซบุ๊ก DrPornchai Pinyapong

17 ก.พ. 2560 สำนักข่าวไทย รายงานว่า พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ในฐานะรองผู้บัญชาการศูนย์ติดตามความเคลื่อนไหวและสถานการณ์วัดพระธรรมกาย ยืนยันจากรายงานของตำรวจที่เข้าปฏิบัติการค้นภายในวัด   ซึ่งตรวจสอบทุกพื้นที่ทั้งหมดแล้ว ไม่พบตัวพระธัมชัยโย และจากการให้สุนัขดมกลิ่นข้าวของเครื่องใช้ของพระธัมมชโยที่อยู่ในกุฏิ เพื่อเป็นต้นกลิ่นในการไปดมหาตามจุดต่างๆ ในวัด ปรากฏว่า สุนัขดมไม่พบพระธัมชโยเช่นกัน ซึ่งจากการตรวจสอบของใช้ส่วนตัวของพระธัมมชโย พบว่าไม่อยู่ในสภาพเพิ่งผ่านการใช้งาน  ทำให้เห็นว่าพระธัมมชโยน่าจะหลบหนีออกจากวัดไปนานแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะต้องสืบสวนแกะรอยเส้นทางหลบหนีเพื่อจับกุม โดยขณะนี้ยังมีการแจ้งเบาะแสเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

พ.ต.ตรีสุริยา สิงหกมล ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ค้นวัดพระธรรมกาย ยอมรับการตรวจค้นต้องใช้ความละเอียดเนื่องจากสถานที่กว้างขวาง และจนถึงขณะนี้ยังไม่พบตัวพระธัมชัยโย อย่างไรก็ตามดีเอสไอจะแถลงรายละเอียดผลการปฏิบัติค้นตลอด 2 วัน ในช่วงเย็นวันนี้

ผบ.ตร.ยันหากธัมมชโย มอบตัว ตร.จะให้ประกันตัวโดยไม่คัดค้าน เชื่อยังอยู่ในปท.

ขณะที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ยืนยัน หากพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ประสานขอมอบตัวกับตำรวจ ในส่วนของตำรวจจะพิจารณาให้ประกันตัวโดยไม่คัดค้าน แต่ยอมรับว่าขณะนี้ยังไม่มีการติดต่อขอเข้ามอบตัวมาที่ตัวเอง และไม่ทราบว่ามีการติดต่อไปกับคนอื่นหรือไม่ ส่วนการตรวจค้นวัดพระธรรมกายเป็นวันที่ 2 ขณะนี้ยังไม่พบตัวพระธัมมชโย ส่วนรายละเอียดการตรวจค้นยังไม่มีการรายงานเข้ามาเพิ่มเติม ซึ่งตำรวจและกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ จะยังคงดำเนินการตรวจค้นในส่วนที่ยังต้องสงสัยว่าพระธัมมชโยหลบซ่อนอยู่ โดยอาศัยหมายค้นและอำนาจตามมาตรา 44 ของ คสช. ซึ่งไม่สามารถเปิดเผยกรอบระยะเวลาการตรวจค้นได้ แต่ส่วนตัวไม่ยืนยันว่ายังหลบซ่อนตัวอยู่ภายในวัดหรือไม่ แต่ยืนยันว่ายังอยู่ในประเทศ ซึ่งวัดก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของประเทศไทยเช่นกัน โดยหลังจากนี้จะมีการปรับเปลี่ยนแผนกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารที่ดูแลความปลอดภัยโดยรอบวัดพระธรรมกายตามสถานการณ์ ส่วนพลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังคงรับผิดชอบการดำเนินคดีกับวัดพระธรรมกายอยู่เช่นเดิม ส่วนกระแสการเปลี่ยนตัวผู้รับผิดชอบคดีนี้ที่เผยแพร่ผ่านสื่อมวลชนนั้น ไม่ทราบว่ามาจากที่ใด