พริ้ม บุญภัทรรักษา แม่ไผ่ ดาวดิน แถลงต่อองค์คณะผู้พิพากษา ยอมแลกชีวิตกับความเป็นธรรมที่ลูกควรได้รับ

ศาลขอนแก่นสั่งพิจารณา ฝากขังไผ่ ดาวดิน ผัด 6 อีก 10 วัน เพื่อรอพนักงานสอบสวนส่งสำนวนฟ้อง ด้านพริ้ม บุญภัทรรักษา แถลงต่อศาลของแลกชีวิตกับความเป็นธรรมที่ลูกควรได้รับ

1 ก.พ. 2560 ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 2 ชั้นสอง ศาลจังหวัดขอนแก่น ได้มีการนัดไต่สวนคำร้องของฝากขัง จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน นักศึกษา นักกิจกรรม คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากการแชร์บทความพระราชประวัติราชการที่ 10 จากเว็บไชต์ BBC Thai โดยศาลได้เบิกตัวผู้ต้องหาจาก ทัณฑสถานบำบัด จังหวัดขอนแก่น พร้อมสั่งให้การพิจารณาไต่สวนคำร้องขอฝากขังในวันนี้เป็นการพิจารณาลับ และสั่งให้ประชาชนที่สนใจเข้าฟังการไต่สวนออกจากห้องพิจารณาคดี

ทันทีที่ศาลได้สั่งให้การพิจารณาในวันนี้เป็นการพิจารณาลับ พริ้ม บุญภัทรรักษา มารดาของไผ่ ได้แถลงต่อศาลว่า ในเมื่อปฎิญญาสากลว่าด้วยหลักสิทธิมนุษยชนไม่สามารถคุ้มครองสิทธิผู้ต้องขังได้ ดังนั้นในฐานะขอความเป็นแม่ ขอทำบางอย่างเพื่อลูก และขอใช้ชีวิตของตัวเองแลกกับความเป็นธรรมที่ควรได้รับ จากนั้นเธอได้เอาหัวตัวเองโขกกับกำแพงต่อหน้าองค์คณะผู้พิพากษา แต่มีประชาชนที่อยู่ในห้องพิจารณาคดีเข้าไปห้าม และพาตัวออกมาด้านนอกห้องพิจารณาคดี ทั้งนี้พริ้มยังคงร้องไห้ตลอดเวลา

ด้านทนายความของไผ่ ได้แถลงต่อศาลด้วยว่า การพิจารณาในวันนี้เป็นเพียงการพิจารณาไต่สวนคำร้องขอฝากขังเท่านั้น ไม่ได้มีการพิจารณาลงรายละเอียดในเนื้อหาของคดี จึงเห็นว่าศาลควรที่จะเปิดให้การพิจารณาเป็นไปโดยเปิดเผย แต่ไม่เป็นผล โดยศาลให้เหตุผลว่า เนื่องจากคดีดังกล่าวเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง

สำหรับการพิจารณาไต่สวนในวันนี้ ไผ่ ดาวดิน ยังคงยืนยันไม่ขอให้ทนายความเข้าร่วมในกระบวนการพิจารณาเพื่อแสดงออกถึงการไม่ยอมรับในกระบวนการพิจารณาเนื่องจากเขาเห็นว่า เป็นไปด้วยความไม่ชอบธรรม และไม่ต้องการให้ทนายความของตน เข้ามาอยู่ในกระบวนการที่ไม่เป็นธรรมนี้ด้วย โดยในการไต่สวนคำร้องขอฝากขังในวันนี้มีไผ่ เพียงคนเดียวที่อยู่ในห้องพิจารณา

พนังงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องของฝากขังไผ่ ดาวดินต่อไปเป็นผัดที่ 6 โดยให้เหตุผลว่า การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น เนื่องจากได้หลักฐานสำคัญใหม่ เป็นแผ่นซีดีภาพเคลื่อนไหว จึงได้ส่งวัตถุพยานดังกล่าวตรวจพิสูจน์ยังกองพิสูจน์หลักฐานกลาง และขณะนี้อยู่ระหว่างการเสนอสำนวนการสอบสวนไปยังสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อพิจารณาและมีความเห็นทางคดี ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองคดีหมิ่นฯ ของตำรวจภูธรภาค 4 เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2560 โดยมติที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองคดีหมิ่นฯ ของตำรวจภูธรภาค 4 มีความเห็นว่าสั่งฟ้องไผ่ ในคดีดังกล่าว

ล่าสุดศาลได้สั่งฝากขังไผ่ต่อไปเป็นผัดที่ 6 เป็นระยะเวลา 10 วัน เพื่อรอให้พนักงานส่งสำนวนสอบสวน พร้อมความเห็นมายังอัยการจังหวัดขอนแก่นต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมด้วยว่าวันนี้มีประชาชน ได้เดินทางไปเยี่ยมไผ่ ดาวดิน ราวหนึ่งร้อยคน โดยมีประชาชน และกลุ่มเพื่อนนักกิจกรรมบางส่วนได้ทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์โดยการใส่หน้ากาก ไผ่ ดาวดิน บริเวณด้านหน้าศาล เพื่อแสดงออกว่า ไม่ว่าใครก็อาจจะถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนเหมือนกับไผ่ได้

ทั้งนี้หนึ่งในผู้ที่ได้พูดคุยกับไผ่ ดาวดิน ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ไผ่ น้ำหนักลดลงประมาณ 5-6 กิโลกรัม

ด้านทนายความได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว โดยให้เหตผลว่า ไผ่มีความจำเป็นต้องออกมาสู้คดีทางการเมืองอีกสองคดี ซึ่งเป็นคดีเรื่องความมั่นคงเช่นกัน และในสองคดีดังกล่าวนั้นศาลได้อนุญาตให้ประกันตัว พร้อมยื่นหลักทรัพย์ 4 แสนบาท แต่ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่อนุญาตให้ประกันตัว โดยให้เหตุผลว่า ไม่มีเหตุให้เปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิมที่เคยไม่อนุญาติให้ประกันตัวไปแล้ว

ชาวบ้านกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด จ.เลย วางพวงหรีด-ดอกไม้จันทน์ หน้าคณะนิติศาสตร์ มข. เรียกร้องครู ออกมาปกป้องไผ่ ดาวดิน

ต่อมาชาวบ้านกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด จังหวัดเลย (ซึ่งเป็นชาวบ้านในพื้นที่บ้านนาหนองบงที่ต่อสู้ในประเด็นสิทธิชุมชน และผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมจากการทำเหมืองแร่ทองคำ ซึ่งไผ่ และนักศึกษากลุ่มดาวดิน เคยเข้าไปมีส่วนร่วมในการต่อสู้เพื่อสิทธิกับชาวบ้าน) ร่วมกันกลุ่มเพื่อนนักกิจกรรม และประชาชนที่มาให้กำลังใจไผ่ ดาวดิน ในช่วงเช้าวันนี้ ได้เดินทางไปยัง คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อทำกิจกรรมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ โดยการนำพวงหรีด และดอกไม้จันทน์ ไปวางบริเวณด้านหน้าคณะนิติศาสตร์ พร้อมกับอ่านแถลงการณ์ให้ทางคณะฯ ออกมาปกป้องสิทธิมนุษยชนของนักศึกษา

พรทิพย์ หงชัย ตัวแทนชาวบ้านกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดได้ระบุว่า ตั้งแต่ไผ่ ดาวดิน ถูกจับกุมคุมขัง เธอยังไม่เคยเห็นคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ออกมาพูดถึง หรือเรียกร้องความเป็นธรรมในลูกศิษย์ วันนี้จึงนำพวงหรีด และดอกไม้จันทน์มาวางไว้เพื่อเป็นการแสดงความไว้อาลัยให้กับผู้ที่เป็นครู ซึ่งเคยสั่งสอนลูกศิษย์ว่าอะไรคือความยุติธรรม แต่เมื่อลูกศิษย์กำลังเผชิญหน้ากับความอยุติธรรม สังคมกลับไม่ได้ยินเสียงของผู้เป็นครูเลย

ขณะเดียวกันก็ได้มีการอ่านแถลงการณ์จากพ่อๆ แม่ๆ กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด จังหวัดเลย โดยในแถลงการณ์ระบุว่า

“ในฐานะชาวบ้านที่เคยได้รับความเดือดร้อน โดนริดรอน ละเมิดสิทธิชุมชน ไผ่ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ลงไปช่วยชาวบ้าน ให้ความรู้เรื่องกฎหมาย เรื่องสิทธิอันชอบธรรมที่ชาวบ้านอย่างเราพึ่งมี ชาวบ้านมิได้มีความรู้ความสามารถในเรื่องดังกล่าวแม้แต่น้อย ไผ่ซึ่งเคยคาดหวังว่าวิชาที่เขาได้ร่ำเรียนมาจะให้ชาวบ้านผู้ทุกข์ยากใช้ความรู้อันน้อยนิด ในการต่อสู้และปกป้องสิทธิที่ถูกละเมิดโดยนายทุนหรือหน่วยงานของรัฐบางหน่วยงานเพื่อชุมชน และหมู่บ้านของพวกเรา ในเรื่องการปกป้องธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมในชุมชนของพวกเรา

ในฐานะที่คณะของท่านได้สั่งสอนลูกศิษย์ของท่านให้ช่วยเหลือชาวบ้าน และสังคม แต่ตอนนี้ลูกศิษย์ของท่านได้ช่วยบ้าน และสังคม จนตัวเองต้องติดคุก และสูญเสียอิสรภาพ ในขณะที่ชาวบ้าน และกลุ่มคนต่างๆ ได้ออกมาช่วยลูกศิษย์ของคุณ แต่พวกเรายังไม่เห็นครูของศิษย์ ออกมาช่วยเหลือศิษย์ของตนเอง การที่ไม่ออกมาช่วยเหลือใดๆ เลยเท่ากับท่านร่วมมือกับเผด็จการ และความอยุติธรรม

ดังนั้นที่ชาวบ้านมาในวันนี้ เราขอเรียกร้องให้ทางคณะของท่านออกมาช่วยเหลือลูกศิษย์ของท่านโดยด่วน

ท้ายที่สุดเราขอวางพวงหรีด แด่ครูที่ทำร้ายศิษย์

ปล่อยไผ่ ปล่อยไผ่ ปล่อยไผ่”