ชุมชนป้อมมหากาฬหวั่น กทม.รื้อบ้านทุกหลังในสัปดาห์นี้

ชาวป้อมหวั่น กทม.ละเมิดข้อตกลง ให้รื้อ 12 หลัง เป็นรื้อทุกหลังในสัปดาห์นี้ เรียกร้อง กทม.แสดงความจริงใจแก้ปัญหาบนสันติวิธี ลั่นเดินหน้าให้เกิดการตั้งคณะกรรมการพหุภาคีเพื่อแก้ไขปัญหาและอนุรักษ์ พัฒนาชุมชนฯ 

6 ก.ย. 2559 เวลา 11.00 น. ที่ชุมชนป้อมมหากาฬ ตัวแทนชาวบ้านชุมชนป้อมมหากาฬ นำโดย ธวัชชัย วรมหาคุณ ผู้นำชุมชนป้อมฯ แถลงข่าวแสดงความกังวลกรณีกรุงเทพมหานครจะมีการประชุมเกี่ยวกับการไล่รื้อชุมชนป้อมมหากาฬในวันนี้ เขากล่าวว่า ตามข้อตกลงที่ กทม. ให้ไว้กับชาวบ้านเมื่อวันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมาระบุว่าจะรื้อเพียง 12 หลังที่ชาวบ้านยินยอม แต่มีความกังวลว่า กทม.จะละเมิดข้อตกลงโดยอาจเข้าดำเนินการไล่รื้อบ้านทุกหลังในชุมชนป้อมมหากาฬให้เสร็จสิ้นภายในสัปดาห์นี้

ธวัชชัยชี้ว่า หากไล่รื้อภายในหนึ่งวัน จะสร้างผลกระทบอย่างมากต่อความรู้สึกทางใจและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของชาวบ้านชุมชนป้อมที่มีทั้งผู้สูงอายุ เด็กเล็ก พร้อมตั้งคำถามด้วยว่า จะให้คนที่เกิดและใช้ชีวิตที่นี่มาตลอดต้องออกไปทันที แล้วเขาจะทำอย่างไรต่อไป

พรเทพ บูรณะบุรีเดช ตัวแทนชาวชุมชนป้อมมหากาฬ กล่าวว่า มีความกังวลใจว่าผู้บริหาร กทม.จะละเมิดข้อตกลงที่ให้ไว้เมื่อวันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมา ว่าจะรื้อเพียง 12  หลังที่ตกลงกันไว้กับชุมชน กระแสข่าวตอนนี้ที่ว่า กทม.จะรื้อชุมชนภายในอาทิตย์นี้ให้เสร็จและจัดการภายในวันเดียวจึงสร้างความตึงเครียดให้กับชาวชุมชนที่เหลืออีก 44 หลังคาเรือน มีทั้งเด็กและผู้สูงอายุอาศัยในชุมชนจำนวนหลายคนด้วย

นอกจากนี้ ชุมชนป้องมหากาฬยังออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ กทม.แสดงความบริสุทธิ์ใจและความจริงใจต่อการแก้ปัญหาความขัดแย้งเรื่องที่ดินชุมชนป้อมมหากาฬว่าจะยังยืนอยู่บนแนวทางสันติวิธีอยู่หรือไม่ ขณะที่ชุมชนป้อมมหากาฬยืนยันจะยึดมั่นบนแนวทางสันติวิธี และเดินหน้าให้เกิดการตั้งคณะกรรมการพหุภาคีเพื่อแก้ไขปัญหาและอนุรักษ์ พัฒนาชุมชนฯ ตามที่ได้ทำข้อตกลงไว้กับ กทม. เมื่อวันที่ 3 ก.ย.ด้วย

ด้านเครือข่ายชุมชนเพื่อการปฏิรูปสังคมและการเมือง (คปสม.) ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้กรุงเทพมหานครฯ ยุติการไล่รื้อชุมชนป้อมมหากาฬ กรุงเทพฯ และสร้างความร่วมมือในการพัฒนาร่วมกัน โดยให้เหตุผลว่า การกระทำดังกล่าวขัดต่อนโยบายรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาคนจนและลดความขัดแย้ง ขัดต่อข้อเสนอของนักวิชาการและสังคมที่เสนอแนวทางการแก้ปัญหาคนจนอย่างมีส่วนร่วมด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืน ขัดต่อเจตนารมณ์ของข้อตกลงสหประชาชาติเรื่องเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนที่นายกฯ ได้ลงนามไป และขัดต่อหลักการสิทธิชุมชนและสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง

ทั้งนี้ เครือข่ายชุมชนเพื่อการปฏิรูปสังคมและการเมือง (คปสม.) เป็นกลุ่มที่รวมตัวกันตั้งแต่ปี 2549 สมาชิกเครือข่ายประกอบด้วย 1.เครือข่ายชาวเล 2.เครือข่ายชนเผ่าฯ ภาคใต้ 3.เครือข่ายชุมชนเพื่อการปฏิรูปสังคมและการเมืองจังหวัดพังงา 4.เครือข่ายผู้ประสบภัยสึนามิ 5.เครือข่ายสิทธิคนจนพัฒนาภูเก็ต 6.เครือข่ายการแก้ปัญหาคืนสัญชาติคนไทยพลัดถิ่น จังหวัดระนอง ประจวบฯ 7.เครือข่ายชุมชนเพื่อการปฏิรูปสังคมและการเมือง จ.อุบล 8.เครือข่ายชุมชนจัดการภัยพิบัติ 9.สภาชนเผ่าพื้นเมืองภาคใต้ 10.เครือข่ายภัยพิบัติตำบลท่าหิน จ.สงขลา 11.เครือข่ายสิ่งแวดล้อมจังหวัดปทุมธานี 12.เครือข่ายรักอ่าวไทยตอนบนอ่าว ก.