ปภ.เผยควบคุมไฟป่าพรุโต๊ะแดงได้แล้ว-แต่ยังมีไฟใต้ดินที่ต้องเฝ้าระวัง

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานสถานการณ์ไฟป่าพรุโต๊ะแดง จังหวัดนราธิวาส สามารถควบคุมไฟไม่ให้ขยายวงกว้างได้แล้ว แต่ยังมีไฟไหม้ในชั้นใต้ดินที่ต้องเฝ้าระวัง ไม่ให้เกิดปะทุซ้ำ ขณะที่ ไฟป่าที่จังหวัดเชียงใหม่ สามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดได้แล้วเช่นกัน ด้านศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติประกาศเขตภัยแล้ง 31 จังหวัด

13 พ.ค. 2559 เมื่อวานนี้ (12 พ.ค.) สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ รายงานว่า นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยสถานการณ์ไฟป่าในหลายพื้นที่ ว่า ไฟป่าที่จังหวัดนราธิวาส สามารถควบคุมไฟไม่ให้ขยายวงกว้างได้แล้ว แต่ยังมีไฟไหม้ในชั้นใต้ดิน ขณะที่ไฟป่าบนยอดเขาทะลุ จังหวัดชุมพร และตำบลแม่เหียะ อำเภอเมืองเชียงใหม่ สามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดได้แล้ว

ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ร่วมกับหน่วยทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สนธิกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องมืออุปกรณ์ ออกปฏิบัติการดับไฟป่า ทั้งทางบกและทางอากาศ โดยประสานสำนักฝนหลวงและการบินเกษตร ออกปฏิบัติการฝนหลวง ในพื้นที่เกิดไฟป่าอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นในอากาศและหน้าดิน รวมถึงประสานเฮลิคอปเตอร์ จากกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ขึ้นโปรยน้ำและสารเคมีดับไฟป่า อย่างไรก็ตาม ในจุดที่สามารถควบคุมเพลิงได้แล้ว ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟเกิดการปะทุซ้ำ

ด้าน ศูนย์เตือนภัยแห่งชาติ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รายงานสถานการณ์ภาวะภัยพิบัติ ประจำวันที่ 12 พฤษภาคม 2559 ดังรายละเอียดดังต่อไปนี้

1.ภาพรวมสถานการณ์ปัจจุบันและภาวะภัยพิบัติ

ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก อากาศร้อนและร้อนจัดในหลายพื้นที่ ส่วนภาคใต้อากาศร้อนในตอนกลางวันและมีฝนตกเล็กน้อยถึงปานกลางบางพื้นที่ สภาพน้ำท่าแม่น้ำสายหลักในภาคเหนืออยู่ในเกณฑ์น้อยวิกฤต ส่วนภาคอื่นๆ แม่น้ำสายหลักทั่วไปมีปริมาณน้ำน้อยยังคงสามารถสนับสนุนการอุปโภคบริโภค ในช่วงฤดูแล้งได้แต่อาจไม่เพียงพอสำหรับใช้เพื่อการเกษตร โดยปัจจุบันมีพื้นที่ขาดแคลนน้ำ จำนวน 44 จังหวัด

สำหรับปริมาณน้ำในเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง มีปริมาณน้ำน้อย ส่วนภาคตะวันออกอยู่ในเกณฑ์พอใช้ และภาคใต้เขื่อนรัชประภาอยู่ในเกณฑ์ดี

ด้วยสภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลงทำให้มีฝนเล็กน้อยถึงปานกลางบางพื้นที่จากปริมาณฝนที่ตกสะสมในช่วงนี้ มีผลบรรเทาความแห้งแล้งได้บ้าง

2.สถานการณ์และภาวะคุกคามเป็นรายภาค

2.1 ภาคเหนือ

ภาพรวมเหตุการณ์ทั่วไป อากาศร้อนจัดเกือบทั่วไป และมีฝนตกเล็กน้อยบางพื้นที่ สภาพน้ำท่าโดยทั่วไปลุ่มน้ำหลัก และลุ่มน้ำสาขาอยู่ในเกณฑ์น้อย ถึงวิกฤตเกือบทุกลุ่มน้ำ สำหรับปริมาณน้ำในเขื่อนหลักขนาดใหญ่มีปริมาณน้ำที่สามารถใช้เพื่อการเกษตรอุปโภค และบริโภค ประมาณ 1,419 ล้านลูกบาศก์เมตร (ร้อยละ 8) ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์น้อย

2.2 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ภาพรวมเหตุการณ์ทั่วไป อากาศร้อนและร้อนจัดในบางพื้นที่ และมีรายงานการเกิดพายุฤดูร้อนในบางพื้นที่ของ จ.ร้อยเอ็ด จ.ชัยภูมิ และจ.นครราชสีมา สภาพน้ำท่าโดยทั่วไป ลุ่มน้ำชี น้ำมูล และลุ่มน้ำสาขามีน้ำ ในเกณฑ์น้อยและบางแห่งมีน้ำน้อยมาก สำหรับลำน้ำทางตอนเหนือของภาคที่ไหลลงแม่น้ำโขงปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์น้อย ส่วนปริมาณน้ำในเขื่อนหลัก ขนาดใหญ่ลดลง มีปริมาณน้ำที่สามารถใช้เพื่อการเกษตร อุปโภค และบริโภค ประมาณ 681 ล้านลูกบาศก์เมตร (ร้อยละ 10) ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์น้อย เว้นเขื่อนลำนางรอง จ.บุรีรัมย์ ปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์พอใช้

2.3 ภาคกลาง

ภาพรวมเหตุการณ์ทั่วไป อากาศร้อนและร้อนจัดในบางพื้นที่ และมีรายงานการเกิดพายุฤดูร้อนในบางพื้นที่ของ จ.นครสวรรค์ และจ.ลพบุรี โดยเฉพาะตะวันตกและด้านบนของภาค สภาพน้ำท่าลุ่มน้ำหลักทั่วไป ยังอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างน้อย เว้นลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างยังคงมีปริมาณน้ำปกติ มีภาวะขาดแคลนน้ำแห้งแล้งในบางพื้นที่ยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะภาคกลางตอนบน สำหรับปริมาณน้ำในเขื่อนหลักขนาดใหญ่ มีปริมาณน้ำที่สามารถใช้เพื่อการเกษตรอุปโภคและบริโภค ประมาณ 278 ล้านลูกบาศก์เมตร (ร้อยละ 21) และเขื่อนด้านตะวันตกมีปริมาณ 2,346 ล้านลูกบาศก์เมตร (ร้อยละ 18) ภาพรวมเฉลี่ยอยู่ในเกณฑ์น้อย

2.4 ภาคตะวันออก

ภาพรวมเหตุการณ์ทั่วไป อากาศร้อนและร้อนจัดในบางพื้นที่ สภาพน้ำท่าลุ่มน้ำหลักและลุ่มน้ำสาขาโดยทั่วไปมีน้ำค่อนข้างน้อย สำหรับปริมาณน้ำในเขื่อนหลักขนาดใหญ่มีปริมาณน้ำคงที่และสามารถใช้เพื่อการเกษตรอุปโภคและบริโภคประมาณ 309 ล้านลูกบาศก์เมตร (ร้อยละ 27) ภาพรวมเฉลี่ยอยู่ในเกณฑ์น้อย เว้นเขื่อนหนองปลาไหล และเขื่อนประแสร์ จ.ระยอง อยู่ในเกณฑ์พอใช้

2.5 ภาคใต้

ภาพรวมเหตุการณ์ทั่วไป อากาศร้อนในตอนกลางวัน และมีฝนตกเล็กน้อยถึงปานกลางบางพื้นที่ สภาพน้ำท่าลุ่มน้ำหลักและลำน้ำสาขาส่วนใหญ่ มีปริมาณน้ำค่อนข้างน้อยสำหรับปริมาณน้ำในเขื่อนหลักขนาดใหญ่ มีปริมาณน้ำที่สามารถใช้เพื่อการเกษตรอุปโภคและบริโภค ประมาณ 3,305 ล้านลูกบาศก์เมตร (ร้อยละ 51) ภาพรวมเฉลี่ยอยู่ในเกณฑ์พอใช้ถึงดี เว้นเขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี และเขื่อนปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ อยู่ในเกณฑ์น้อย

- ฝั่งอ่าวไทย ภาพรวมเหตุการณ์ทั่วไป อากาศร้อนในตอนกลางวัน สำหรับสถานการณ์ ไฟป่า บริเวณป่าพรุโต๊ะแดง อ.สุไหงโก-ลก อ.สุไหงปาดี อ.บาเจาะ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส ปัจจุบันสามารถควบคุมสถานการณ์ไฟป่าไม่ให้ขยายวงกว้างออกไป แต่ไฟยังไม่ดับสนิท ยังคงมีไฟไหม้อยู่ชั้นใต้ดิน สภาพน้ำท่าลุ่มน้ำหลักอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างน้อย

- ฝั่งอันดามัน ภาพรวมเหตุการณ์ทั่วไป อากาศร้อนในตอนกลางวัน มีฝนตกเล็กน้อยถึงปานกลางบางพื้นที่ สภาพน้ำท่าลุ่มน้ำหลักอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างน้อย

3.แนวโน้มภาวะคุกคาม

3.1 สถานการณ์เฝ้าระวัง

- บริเวณประเทศไทยยังคงมีอากาศร้อนถึงอากาศร้อนจัดโดยทั่วไป อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย มีฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรงบางพื้นที่ ในบริเวณจังหวัดน่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร นครราชสีมา และชัยภูมิ พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่เฝ้าระวังอันตรายจากพายุลมแรงที่จะเกิดขึ้น

- ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ปริมาณน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ปัจจุบันยังอยู่ในเกณฑ์น้อยและยังคงสภาพอยู่ต่อไป และไม่มีน้ำเพียงพอที่จะเป็นน้ำต้นทุนต่อการเกษตรประกอบกับน้ำในลำน้ำต่างๆ อยู่ในสภาพเดิม ฝนที่ตกเป็นบางแห่งช่วยให้พื้นที่บริเวณนั้นมีความชื้นและบรรเทาความแห้งแล้งได้บ้าง สภาพการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรต่อเนื่องอาจจะเกิดขึ้นจึงควรประหยัดการใช้น้ำเพื่อไม่ให้ขาดแคลนในช่วงฤดูแล้ง

3.2 ภาวะคุกคามตามสถานการณ์

- ภาคเหนือและภาคกลางตอนบนอากาศร้อนจัดเกือบทั้งวัน ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลางตอนล่าง และภาคใต้อากาศร้อนทั่วไป ทุกภาคอากาศจะเย็นลงเล็กน้อยในเวลากลางคืน

- ในวันนี้อาจมีฝนตกเล็กน้อยถึงปานกลางบางพื้นที่ ในช่วงค่ำถึงกลางคืนบริเวณ ภาคตะวันออกภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนล่าง อนึ่ง ในวันพรุ่งนี้ตั้งแต่ช่วงค่ำอาจมีฝนเล็กน้อยถึงปานกลางบริเวณ ภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน

- ในวันนี้อาจเกิดฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงในบางพื้นที่ของ ภาคเหนือ บริเวณ จ.น่าน จ.อุตรดิตถ์ จ.พิษณุโลก จ.เพชรบูรณ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.เลย จ.หนองบัวลำภู จ.อุดรธานี จ.หนองคาย จ.บึงกาฬ จ.สกลนคร จ.นครพนม จ.มุกดาหาร จ.นครราชสีมา จ.ชัยภูมิ ขอให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่เสี่ยงภัย โปรดระวัง

3.3 การติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติที่เกิดขึ้น

- สถานการณ์น้ำ ขณะนี้สถานการณ์น้ำในหลายพื้นที่ บริเวณลุ่มน้ำ ภาคเหนือ ภาคกลาง ปริมาณน้ำท่ามีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ มีปริมาณน้ำใช้การได้ 8,338 ล้านลูกบาศก์เมตร (คิดเป็นร้อยละ 18) สำหรับสถานการณ์น้ำใน 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำต่างๆ ลดน้อยลงหลังสิ้นสุดฤดูฝน ล่าสุดมีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ 4 เขื่อน รวมกันทั้งสิ้น จำนวน 8,304 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยมีปริมาณน้ำใช้การได้รวมกัน 1,608 ล้านลูกบาศก์เมตร การระบายน้ำเป็นไปตามบริหารจัดการน้ำของกรมชลประทาน และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (ข้อมูลจากกรมชลประทาน ณ วันที่ 11 พ.ค. 59)

- พื้นที่ขาดแคลนน้ำ จำนวน 44 จังหวัด ได้แก่ ภาคเหนือ เชียงใหม่ จ.พะเยา จ.พิจิตร จ.พิษณุโลก จ.แพร่ จ.ลำพูน จ.ลำปาง จ.ตาก จ.กำแพงเพชร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.สกลนคร จ.มุกดาหาร จ.หนองคาย จ.นครพนม จ.หนองบัวลำภู จ.ขอนแก่น จ.อุดรธานี จ.กาฬสินธุ์ จ.มหาสารคาม จ.นครราชสีมา จ.ยโสธร จ.บุรีรัมย์ จ.สุรินทร์ จ.ชัยภูมิ จ.ศรีสะเกษ จ.อุบลราชธานี ภาคกลาง จ.นครสวรรค์ จ.ชัยนาท จ.อุทัยธานี จ.ลพบุรี จ.ราชบุรี จ.กาญจนบุรี จ.สุพรรณบุรี จ.อ่างทอง จ.พระนครศรีอยุธยา จ.ปทุมธานี จ.สมุทรปราการ จ.นครปฐม ภาคตะวันออก จ.ปราจีนบุรี จ.จันทบุรี จ.ตราด ภาคใต้ จ.ประจวบคีรีขันธ์ จ.พังงา จ.สงขลา และ จ.สตูล (ข้อมูลจากคณะกรรมการน้ำแห่งชาติ (กนช.) ณ วันที่ 11 พ.ค. 59)

- พื้นที่ประกาศเขตช่วยเหลือภัยพิบัติ (ภัยแล้ง) จำนวน 31 จังหวัด ได้แก่ ภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ จ.พะเยา จ.น่าน จ.ลำพูน จ.อุตรดิตถ์ จ.สุโขทัย จ.พิจิตร จ.ตาก จ.กำแพงเพชร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.หนองบัวลำภู จ.นครพนม จ.มหาสารคาม จ.นครราชสีมา จ.ขอนแก่น จ.บุรีรัมย์ จ.สุรินทร์ ภาคกลาง จ.นครสวรรค์ จ.สุพรรณบุรี จ.กาญจนบุรี จ.ชัยนาท จ.สระบุรี ภาคตะวันออก จ.สระแก้ว จ.ชลบุรี จ.จันทบุรี ภาคใต้ จ.เพชรบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ จ.นครศรีธรรมราช จ.พังงา จ.กระบี่ จ.ตรัง จ.สตูล (ข้อมูลจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ณ วันที่ 11 พ.ค. 59)