สรรเสริญ ขอ 2 พรรคใหญ่อย่าผิดคำพูดที่ว่าไม่รับร่างรธน.ไม่ลงเลือกตั้งใต้รธน.นี้

โฆษกประจำสำนักนายกฯ ขอนักการเมืองที่ออกมาต้านร่างรัฐธรรมนูญและยืนยันไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ให้จดจำและทำตามที่พูดไว้ เผยนายกฯกระตุกหน่วยงานรัฐเลิกจัดทริปไปดูงาน วิษณุ เผยนายกฯ สั่งเร่งออกกฎหมายลูก-กฎกระทรวงภายใน 1-3 เดือน

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (ที่มา เว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล)

15 เม.ย.2559 พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แสดงความคิดเห็นว่า ขอให้นักการเมืองที่ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อต้านร่างรัฐธรรมนูญและยืนยันไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ได้จดจำและทำตามที่พูดไว้

"ในประเด็นที่มีนักการเมืองจากพรรคใหญ่ ทั้งระดับหัวหน้าพรรคและแกนนำของพรรค ออกมาให้สัมภาษณ์ทำนอง คสช. มีผลงานเด่นเพียงด้านการดูแลความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงนั้น อยากขอให้กลับไปทบทวนตนเองว่า แต่ละพรรคได้ทำอะไรไว้กับบ้านเมืองบ้างในช่วงเวลาที่บริหารบ้านเมือง เฉพาะเรื่องความมั่นคงเรื่องเดียว ทำกันได้หรือไม่ รวมทั้งการเรียกร้องให้ใช้กฎหมายปกติดูแลบ้านเมือง สะท้อนว่า หลายท่านอาจลืมไปแล้วว่า ในอดีตการใช้กฎหมายปกติได้ผลหรือไม่ แล้วเกิดอะไรขึ้นกับบ้านเมือง ดังนั้นหากจะย้อนกลับไปใช้กฎหมายปกติ และผู้บริหารเป็นนักการเมืองที่มีพฤติกรรมแบบเดิมไม่เปลี่ยนแปลง คงไม่อาจหวังผลการแก้ปัญหาบ้านเมืองได้เลย" พล.ต.สรรเสริญ กล่าว

พล.ต.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า อยากเรียนเพื่อทบทวนความเข้าใจและความทรงจำว่า เหตุที่ คสช. ต้องเข้ามาบริหารจัดการกอบกู้บ้านเมือง เป็นเพราะนักการเมืองจากการเลือกตั้ง มิใช่หรือที่สร้างความขัดแย้งจนประเทศแตกแยก บ้านเมืองย่ำอยู่กับที่ หากนักการเมืองจากการเลือกตั้งในอดีตทำดีเพียงพอ ประเทศไทยคงไม่ต้องเดินมาถึงจุดนี้

เผยนายกฯกระตุกหน่วยงานรัฐเลิกจัดทริปไปดูงาน

วานนี้ พล.ต.สรรเสริญ เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ฝากกำชับหน่วยงานรัฐและรัฐวิสาหกิจทุกองค์กรใช้จ่ายงบประมาณอย่างคุ้มค่า สอดคล้องกับสถานการณ์และความจำเป็นของแต่ละพื้นที่ อีกทั้งต้องมีความยืดหยุ่น แต่ไม่ขัดกับระเบียบการใช้งบประมาณ รวมทั้งให้ยึดแนวทางที่เคยสั่งการไว้ว่าไม่สนับสนุนการเดินทางไปศึกษาดูงานในต่างประเทศ เนื่องจากสิ้นเปลืองงบประมาณ แต่ถ้าหน่วยงานใดจะเดินทางไป ต้องชี้แจงและมีรายงานแสดงให้ได้ว่าเกิดประโยชน์ด้านใดอย่างเป็นรูปธรรมต่อประเทศ  ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้รับรายงานว่าขณะนี้บางหน่วยงานเริ่มละเลย หย่อนยานในการใช้งบประมาณ โดยมีการจัดงบประมาณไปศึกษาดูงานทั้งในและต่างประเทศ ทั้งที่บางเรื่องไม่ใช่เรื่องความจำเป็นเร่งด่วน

วิษณุ เผยนายกฯ สั่งเร่งออกกฎหมายลูก-กฎกระทรวงภายใน 1-3 เดือน

วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเร่งรัดออกกฎหมายของรัฐบาล ว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้ย้ำในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 12 เมษายนที่ผ่านมา ว่า รัฐบาลชุดนี้จัดทำกฎหมายซึ่งเผยแพร่ทางราชกิจจานุเบกษา มีผลบังคับไปแล้ว จำนวน 150 ฉบับ อยู่ระหว่างการนำขึ้นทูลเกล้าฯ จำนวน 50 ฉบับ ในส่วนที่ประกาศใช้ไปแล้วนั้นมีครึ่งหนึ่งที่ใช้บังคับได้จริง ส่วนที่เหลือยังไม่สามารถใช้ได้ เนื่องจากยังไม่มีการออกกฎหมายลูกหรือกฎกระทรวงซึ่งเกี่ยวกับวิธีการใช้มาประกอบ และมีปัญหาแบบนี้เกือบทุกกระทรวง โดยอ้างว่าที่ยังไม่ออกกฎหมายลูก เพราะเป็นเรื่องที่เขียนยาก นายกรัฐมนตรีจึงสั่งการให้ทุกกระทรวงไปเร่งออกกฎหมายลูก หรือกฎกระทรวง หากเรื่องใดที่รายละเอียดไม่ยาก สามารถทำได้ทันที ก็ให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน ส่วนเรื่องที่ยาก ต้องให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน ขณะนี้ตนได้จัดทำรายชื่อกฎหมายที่ต้องดำเนินการไว้เรียบร้อยแล้ว และจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีกำหนดว่านับจากนี้ไปหากกระทรวงใดจะเสนอออกกฎหมายเป็น พ.ร.บ.จะต้องทำกฎหมายลูกหรือกฎกระทรวงประกบมาพร้อมกันด้วย เพื่อให้รัฐบาลและสภาฯ ได้เห็นรายละเอียดหน้าตาทั้งหมดของกฎหมาย

“บางกระทรวง มีกฎหมายใช้แล้ว ออกมาดูเท่ห์ ไปคุยว่ามีกฎหมายแล้วแต่ยังทำอะไรไม่ได้ เพราะไม่มีกฎหมายลูก เรื่องอย่างนี้เหมือนรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายแม่ ถ้าไม่มีกฎหมายลูก รัฐธรรมนูญก็ทำอะไรไม่ได้ เหมือนกับมีคนเอาบัตรเครดิตมาให้ไปรูดเอง ซึ่งถือว่ามีความเสี่ยง” นายวิษณุ กล่าว

 

เรียบเรียงจาก เว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล สำนักข่าวไทย และเดลินิวส์