ร่างรัฐธรรมนูญ 59 หนุนเผยแผ่พุทธเถรวาท-เพิ่มกลไกปกป้องการบ่อนทำลายพุทธศาสนา

เปิดเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ 2559 ระบุให้รัฐอุปถัมภ์/คุ้มครองพุทธศาสนาและศาสนาอื่น แต่เพิ่มข้อความให้รัฐส่งเสริม-สนับสนุนการศึกษาและเผยแผ่หลักธรรม "พระพุทธศาสนาเถรวาท" เพิ่มกลไก "ป้องกันมิให้มีการบ่อนทำลายพระพุทธศาสนา" ขณะที่เมื่อเทียบกับรัฐธรรมนูญ 2540 และ 2550 ให้รัฐส่งเสริมความเข้าใจอันดีและความสมานฉันท์ระหว่างศาสนิกชนของทุกศาสนา นำหลักธรรมศาสนามาใช้สร้างคุณธรรม-พัฒนาคุณภาพชีวิต

(จากซ้ายไปขวา) พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร เจ้าแม่กวนอิม พระพิฆเนศ พระเยซู มัฟติสมัยอาณาจักรออตโตมาน พระถังซัมจั๋ง (ที่มา: วิกิพีเดีย)

29 มี.ค. 2559 - ในร่างรัฐธรรมนูญ 2559 ที่เผยแพร่โดยคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญนั้น ในมาตรา 67 หมวด 5 หน้าที่ของรัฐ ได้บัญญัติเนื้อหาเกี่ยวข้องกับหน้าที่ของรัฐต่อพุทธศาสนาและศาสนาอื่น ดังนี้

ร่างรัฐธรรมนูญ 2559 (หมวด 5 หน้าที่ของรัฐ)

"มาตรา 67 รัฐพึงอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่น

ในการอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนาอันเป็นศาสนาที่ประชาชนชาวไทยส่วนใหญ่นับถือมาช้านาน รัฐพึงส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาและการเผยแผ่หลักธรรมของพระพุทธศาสนาเถรวาทเพื่อให้เกิดการพัฒนาจิตใจและปัญญา และต้องมีมาตรการและกลไกในการป้องกันมิให้มีการบ่อนทำลายพระพุทธศาสนาไม่ว่าในรูปแบบใด และพึงส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนมีส่วนร่วมในการดำเนินมาตรการหรือกลไกดังกล่าวด้วย"

อนึ่งในช่วงที่มีการร่างรัฐธรรมนูญ 2550 และ 2559 มีความพยายามผลักดันของกลุ่มพระสงฆ์เสนอให้บัญญัติว่า "พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ" ลงไปในรัฐธรรมนูญด้วย

ทั้งนี้เมื่อเปรียบเทียบกับรัฐธรรมนูญ 2540 และ 2559 พบว่ามีการเพิ่มเนื้อหาระบุให้รัฐส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาและเผยแผ่หลักธรรมของพระพุทธศาสนาเฉพาะนิกายเถรวาทเท่านั้น โดยระบุว่า "เพื่อให้เกิดการพัฒนาจิตใจและปัญญา" และมีการเพิ่มมาตราการและกลไกในการป้องกันมิให้มีการบ่อนทำลายพระพุทธศาสนา ซึ่งไม่เคยปรากฏเนื้อหาในรัฐธรรมนูญก่อนหน้านี้มาก่อน ในขณะที่ตามรัฐธรรมนูญ 2540 กำหนดแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐว่า รัฐต้องให้ความอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่น ส่งเสริมความเข้าใจอันดีและความสมานฉันท์ระหว่างศาสนิกชนของทุกศาสนา นอกจากนี้สนับสนุนให้ "นำหลักธรรมของศาสนา" มาใช้เพื่อเสริมสร้างคุณธรรมและพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยไม่ได้กำหนดตายตัวว่าต้องเป็นพระพุทธศาสนานิกายใดนิกายหนึ่ง โดยเนื้อหาในรัฐธรรมนูญก่อนหน้านี้ได้แก่

รัฐธรรมนูญ 2540 (หมวด 5 แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ)

มาตรา 73 รัฐต้องให้ความอุปถัมภ์ และคุ้มครองพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่น ส่งเสริมความเข้าใจอันดีและความสมานฉันท์ระหว่างศาสนิกชนของทุกศาสนา รวมทั้งสนับสนุนการนําหลักธรรมของศาสนามาใช้ เพื่อเสริมสร้างคุณธรรมและพัฒนาคุณภาพชีวิต

รัฐธรรมนูญ 2550 (หมวด 5 แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ)

มาตรา 79 รัฐต้องให้ความอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนาซึ่งเป็นศาสนาที่ประชาชนชาวไทยส่วนใหญ่นับถือมาช้านานและศาสนาอื่น ทั้งต้องส่งเสริมความเข้าใจอันดีและความสมานฉันท์ระหว่างศาสนิกชนของทุกศาสนา รวมทั้งสนับสนุนการนำหลักธรรมของศาสนามาใช้เพื่อเสริมสร้างคุณธรรมและพัฒนาคุณภาพชีวิต