ฝรั่งหล่อคือพ่อของลูก: ภาวะจิตเภทรวมหมู่ของวัยรุ่น (สาว) ไทย

ตั้งแต่การถือกำเนิดของโซเชียลเน็ตเวิร์ก นอกจากจะเป็นพื้นที่เปิดให้แก่มนุษย์ทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในที่ไหนหรือมีสถานะตำแหน่งแห่งที่อะไร ได้ติดต่อสื่อสารกันอย่างรวดเร็วแล้ว มันยังทำหน้าที่เป็นสมรภูมิสำหรับการขับเคี่ยวปะทะสังสรรค์ของปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคม ตั้งแต่เรื่องเครียดๆ ที่ส่งผลกระทบต่อสมาชิกมนุษย์อย่างการเมือง ศาสนา ไปจนถึงการเป็นพื้นที่สำหรับนำเสนอข่าวสาร เรื่องราว ของคนธรรมดาสามัญทั่วไป และหลายครั้งก็เป็นที่แจ้งเกิดของคนตัวเล็กตัวน้อยให้สามารถนำเสนอตนเองต่อสาธารณะชนในวงกว้าง ซึ่งก่อนหน้า โอกาสดังกล่าวเรียกได้ว่าแทบจะเป็นศูนย์  โซเชียลเน็ตเวิร์กทำให้เส้นแบ่งระหว่างศูนย์กลางและชายขอบพร่าเลือนจนแยกไม่ออกว่าใครเป็นใคร ราวกับว่าอะไรก็เป็นไปได้ในโลกเสมือนจริงแห่งนี้  ซึ่งรวมถึงจินตนาการในเรื่องเพศของผู้หญิงที่แลดูคล้ายกับว่าจะได้รับการปลดปล่อยเป็นอิสระจากระบอบปิตาธิปไตยที่กดทับผู้หญิงไม่ให้มีปากมีเสียงมายาวนาน ยิ่งเป็นหญิงไทยที่มีหน้าที่ธำรงความเป็นกุลสตรีด้วยแล้วล่ะก็ นี่อาจถือได้ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงอันใหญ่หลวงทางญาณวิทยาความเป็นสตรีไทยเลยทีเดียว เมื่อผู้หญิงไทย (และเพศทางเลือก) กลุ่มหนึ่งได้กระทำการก่อร่างสร้างรูปจินตนาการเสมือนจริงถึงพ่อของลูกหรือสามีของตัวเองในอนาคตพร้อมกับวิพากษ์วิจารณ์แสดงความเห็นกันอย่างเมามันสุดเหวี่ยง ผู้เขียนกำลังพูดถึงเพจ #ฝรั่งหล่อคือพ่อของลูก (มีผู้ติดตามประมาณ 7 หมื่นกว่าคน) ซึ่งมีคำโปรยเชิญชวนให้ติดตามอย่างเป็นมิตรว่า ยินดีต้อนรับผู้ที่มีใจรักในหนุ่มตาน้ำข้าวทุกคน หนึ่งในเพจสมาคมผู้คลั่งไคล้ฝรั่งหนุ่มที่มีอยู่มากมายขณะนี้ (#ฝรั่งหล่อคือนิพพาน #ฝรั่งหล่ออยากห่อกลับบ้าน #ฝรั่งหล่อมีไว้พุ่งชน and etc.)

จากการสำรวจ พบว่ากลุ่มเพจเหล่านี้จะหมั่นโพสต์รูปภาพในแต่ละอิริยาบถของฝรั่งหนุ่มๆ ไม่ว่าจะ selfie เปลือยครึ่งตัว อ่านหนังสือ เล่นกับหมา หรือทำอาหาร ทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจที่จะโพสท่า พร้อมกับแคปชั่นอธิบายรูปสะดุดต่อมเพื่อให้เหล่าผู้ติดตามได้เชยชมและแสดงความเห็นกันอย่างสนุกสนานสะใจ

การคลั่งไคล้คนหน้าตาดีนั้นเป็นเรื่องสุดแสนจะปกติ (ใครบ้างล่ะไม่ชอบคนหล่อ?) วงการบันเทิงไทยเป็นตัวอย่างอันเด่นชัดที่สุด เพราะเต็มไปด้วยบรรดาหนุ่มหล่อสาวสวย โดยเฉพาะหากเป็นหนุ่มสาวลูกครึ่ง (ผิวขาว) ด้วยแล้ว ความโด่งดังก็จะเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณแม้ว่าฝีมือการแสดงของหลายคนจะห่วยเข้าขั้นติดลบก็ตามที แต่การประกาศอย่างโจ่งแจ้งว่าต้องการฝรั่งเพื่อมาเป็นพ่อของลูกนั้น ดูเป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจมากกว่าการคลั่งไคล้ของเหล่าสาวๆ วัยเจริญพันธุ์ทั่วไป

ปรากฏการณ์ดังกล่าว ทำให้ผู้เขียนประหวัดนึกถึงประสบการณ์ของตนเองที่ครั้งหนึ่งได้พาเพื่อนผู้ชายชาวอเมริกัน อายุประมาณ 24 ไม่สูงมากทว่ามีใบหน้าเข้าเหลี่ยมเข้ามุมได้พอดิบพอดี ไปตัดผมที่ซาลอนแห่งหนึ่งในห้างสรรพสินค้าเก่าแก่ของจังหวัดเชียงใหม่ ด้วยความที่เขาพูดภาษาไทยไม่ได้ ผู้เขียนจึงต้องทำหน้าที่เป็นล่ามเพื่อสื่อสารให้กิจกรรมการตัดผมนี้สำเร็จลุล่วงไปได้โดยที่ไม่มีใครต้องบาดเจ็บ ช่างตัดผมหญิงวัยกลางคนผู้มีอัธยาศัยดีจู่ๆ ก็เปิดประเด็นยิงคำถามมายังข้าพเจ้าว่า

“นี่ผัวน้องก่ะ?” (นี่สามีของหนูหรือ?)


ทันทีที่ข้าพเจ้าปฏิเสธความสัมพันธ์ที่เพิ่งจะถูกยัดเยียดให้อย่างไม่ทันตั้งตัวนั้น ช่างตัดผมคนดังกล่าวเกิดความดีใจเป็นล้นพ้น และขอให้แปลสารของเธอไปยังเพื่อนชายชาวอเมริกันคนนั้นด้วยใจความว่า เธออยากได้หลานเป็นลูกครึ่งมากและตอนนี้ลูกสาวของตัวเองก็โตพอแล้ว หากเพื่อนข้าพเจ้าสนใจ เธอจะแนะนำให้รู้จัก พร้อมกับเปิดรูปหญิงสาววัยรุ่นหน้าหมวยคนหนึ่งจากสมาร์ทโฟนออกมาอวดให้ข้าพเจ้าดู แน่นอนว่าหลังจากได้รับสารดังกล่าว เพื่อนชายชาวอเมริกันคนนั้นไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองถูกลดทอนความเป็นมนุษย์ (dehumanized) ให้กลายไปเป็นวัตถุ (object) แห่งความปรารถนา (desire) หรือพ่อพันธุ์ (breeder) แต่อย่างใด ทว่าความปรารถนาอย่างจริงจังจริงใจของหญิงไทยวัยกลางคนนี้ต่างหากที่คงทำให้เขารู้สึกประหลาดใจแกมประทับใจในความยิ่งใหญ่ของชาติพันธุ์ตนเอง จนไม่ยอมหยุดปล่อยรัศมีแห่งความเบิกบานให้ปรากฏบนใบหน้า

มองด้วยแว่นแบบหลังอาณานิคม อธิบายได้ว่านี่เป็นผลพวงมาจากลัทธิล่าอาณานิคมในอดีตของโลกผิวขาวเพศชายตะวันตก ที่แม้ว่าสยามจะไม่เคยสูญเสียเอกราชตกเป็นทาสของใคร แต่ก็ยังมิวายได้รับซากเดน (legacy) แห่งปฏิบัติการอำนาจครอบงำ (hegemony) ของความรู้และมายาคติแบบตะวันตกอย่างเต็มเปี่ยม อำนาจที่ว่านี้เป็นอำนาจอ่อน สามารถซึมเข้าไปได้ลึกถึงระดับจิตใต้สำนึกของผู้ที่ถูกครอบงำอย่างฝังแน่นจนทำให้ผู้ที่อยู่ภายใต้การครอบงำยอมรับและศิโรราบโดยไม่คิดตั้งคำถาม ร้ายไปกว่านั้นนางสาวสยามปัจจุบันยังคิดที่จะผลิตซ้ำและสืบทอดอำนาจดังกล่าวให้ซึมซ่านฝั่งแน่นไปทั่วทุกองคาพยพของดินแดนสยามประเทศนี้ ถึงขั้นประกาศกร้าวว่าฝรั่ง (หล่อ) คือพ่อของลูกหลานชาวไทยในอนาคตอย่างแน่นอน

หากฌ้าก ลาก็อง (Jacques Lacan) นักปรัชญาจิตวิเคราะห์ชาวฝรั่งเศส ได้มีโอกาสเข้าไปเยี่ยมชมเพจดังกล่าว ท่านคงเห็นว่านี่เป็นปมปัญหาทางจิตว่าด้วยเรื่องของการระบุตัวตน (Identification) ซึ่งในประเด็นนี้ ลาก็องได้อธิบายไว้ว่า กระบวนการระบุตัวตนตั้งแต่วัยทารกนั้น จะเริ่มขึ้นในระยะพัฒนาขั้นที่เรียกว่ากระจกสะท้อนตัวตน ซึ่งเกิดจากการที่ทารกรับรู้ตัวตนของตัวเองผ่านการมองภาพสะท้อนในกระจก หรือผ่านการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น หลังจากนั้นก็จะประกอบสร้างตัวตนขึ้นมา ด้วยการเลียนแบบภาพอุดมคติของความเป็นฉัน (ideal-I) หรือผ่านการลอกเลียนแบบภาพของผู้อื่นที่เห็นในกระจก ทว่าในขั้นต่อมา เมื่อปัจเจกบุคคลที่รับรู้ตัวตนผ่านภาพกระจกต้องเผชิญกับสภาวะขัดแย้งเป็นครั้งแรกเมื่อได้เข้าไปมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลที่สาม มันทำให้เขาตระหนักรู้ว่าโครงสร้างสัญญะหรือเรือนร่างตามธรรมชาติของเขานั้นได้สร้างข้อจำกัด ทำให้ไม่สามารถไปถึงภาพฝันได้  ภาพอุดมคติจึงกลายมาเป็นวัตถุแห่งความปรารถนาแทน

ฟรานซ์ ฟานง (Franz Fanon) หนึ่งในนักคิดต่อต้านลัทธิอาณานิคมคนสำคัญ ได้นำแนวคิดดังกล่าวมาอธิบายคนผิวสีที่บังเอิญเกิดและเติบโตในสังคมคนพลัดถิ่นในดินแดนของคนขาวเจ้าอาณานิคม เขามองว่าพวกคนผิวสีเหล่านั้นสร้างภาพสะท้อนของตัวเองจากสังคมรอบด้านและปฏิเสธตัวตนอันแท้จริงของตนเอง ทว่าเมื่อพวกเขาต้องเผชิญกับสภาวะขัดแย้งเมื่อต้องเข้าไปมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลผิวขาวจริงๆ ทำให้รู้ว่าร่างกายตามธรรมชาติของตนเองนั้นเป็นข้อจำกัดในการระบุตัวตนในโครงสร้างสังคมคนผิวขาว ความเป็นผิวขาวจึงกลายมาเป็นวัตถุแห่งความปรารถนาของพวกเขา

ผู้เขียนมองว่า การจินตนาการรวมหมู่เพื่อหาฝรั่งหล่อมาเป็นพ่อของลูกของสาวไทยใน #ฝรั่งหล่อคือพ่อของลูก ก็คล้ายกับที่ฟานงได้อธิบายถึงกลุ่มคนที่ปรารถนาจะระบุตัวเองให้เป็นหนึ่งในพวกคนผิวขาวอย่างฝังลึกในจิตใต้สำนึก เป็นพวกผู้หญิงผิวสีที่ตามล่าหาชายผิวขาวมาเป็นสามีและไม่ใยดีชายชาติพันธุ์เดียวกับตัวเอง ฟานงเรียกพฤติกรรมนี้ว่าเป็นการเหยียดกันเองของคนสีผิวเดียวกัน (internalized racism) อย่างไรก็ตามฟานงก็ไม่ได้คิดว่าพวกผู้หญิงเหล่านี้จะมีความรักใคร่ในเหล่าบรรดาหนุ่มหล่อผิวขาวเหล่านั้นแต่อย่างใด พวกเธอแค่รักในความขาวเท่านั้นแหละ พวกเธอปรารถนาชายผิวขาวมาเคียงข้างก็เพื่อต้องการยกระดับความด้อยของผิวสีตัวเอง คือลึกๆ แล้วพวกเธออยากมีผิวขาวและการแต่งงานกับชายผิวขาวก็เป็นวิธีการหนึ่งนั่นเอง

แล้วทำไมต้องฝรั่งผิวขาว?

เป็นอันทราบกันดีว่า แต่ไหนแต่ไร ความขาวถูกนำเสนอให้สื่อแสดงถึงความร่ำรวย ความสวย อาจจะพ่วงไปด้วยความฉลาดและความดี ในขณะที่สีผิวดำๆ นั้นคือสิ่งตรงกันข้ามของมโนทัศน์ที่กล่าวไปข้างต้นอย่างสิ้นเชิง ความดำกลายเป็นยิ่งกว่าเสนียดจัญไรที่ต้องหลีกเลี่ยงให้ไกลมากที่สุด ผู้หญิงกลุ่มนี้จึงมีความต้องการอย่างยิ่งยวดที่จะแต่งงานเพื่อผสานรวมตัวเองเข้ากับชายผิวขาว โดยที่ลึกๆ ก็อาจจะรู้ดีอยู่แล้วว่าโอกาสนั้นช่างมีน้อยนิดเสียเหลือเกิน

#ฝรั่งหล่อคือพ่อของลูก จึงคือสภาวะที่เรียกว่าจิตเภทรวมหมู่ ในแง่ที่มันเผยให้เห็นถึงความสัมพันธ์เชิงอำนาจระหว่างประเทศอาณานิคมและเจ้าอาณานิคม ที่ได้ประกอบสร้างปมผู้เหนือกว่าขึ้นในกลุ่มของฝรั่งเชื้อสายยุโรปผิวขาว และปมผู้ด้อยกว่าในกลุ่มคนผิวสีตะวันออก ซึ่งกรณีนี้คือหญิงสาวชาวไทยกลุ่มนี้นั่นเอง โดยอาการวิตกจริตนี้ได้ก่อเริ่มมาจากภาวะความวิตกกังวลในความด้อยของสีผิวตัวเอง จึงพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งความขาว อันเป็นสีที่พ่วงมิติทางความหมายเกี่ยวพันธ์ถึงความความร่ำรวย ความสวย และความดี ทว่าพวกเธอเหล่านั้นต่างก็รู้ดีว่า ไม่ว่าจะพยายามสักเท่าไร พวกเธอจะไม่มีวันเป็นคนผิวขาวได้อย่างสมบูรณ์แท้จริง หนทางเดียวที่สามารถระบุตัวตนให้มีความเป็นคนขาวได้มากที่สุดก็คือการได้ฝรั่งมาเป็นสามีนั่นเอง