ยอดบริจาคทะลุ 3 ล้าน งานกินข้าวยำ ช่วยครอบครัวปอเนาะญีฮาดวิทยา

งานกินข้าวยำ ที่บ้านท่าดาน ยะหริ่ง ปัตตานี ระดมทุนเพื่อช่วยเหลือครอบครัวแวมะนอให้มีที่อยู่และจัดสร้างโรงเรียนปอเนาะใหม่แทนปอเนาะญีฮาดวิทยา เพื่อการพัฒนาชุมชนบ้านท่าด่าน ยอดบริจาคทะลุ 3 ล้าน

ภาพจาก Wartani 

เมื่อวันที่ 19 มี.ค.ที่ผ่านมา ที่ สนามฟุตบอล บ้านท่าดาน อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ได้มีการจัดกิจกรรมงานกินข้าวยำ สบทบทุนให้ความช่วยเหลือครอบครัวปอเนาะญีฮาดวิทยาและเพื่อการพัฒนาชุมชนบ้านท่าด่าน โดย Wartani สำหรับยอดบริจาคที่นับได้ ที่เวลา 21.00 น. ได้เงินบริจาคจำนวน 3,073,125 บาท

 

 

งานกินข้าวยำสมทบทุนช่วยเหลือ ครอบครัวปอเนาะญีฮาดวิทยาในเวลากลางคืน ยังมีประชาชนหลั่งไหลเข้ามากินข้าวยำแบบไม่ขาดสาย ประ...

โพสต์โดย Wartani บน 19 มีนาคม 2016

 

ขณะที่บีบีซีไทยรายงานกิจกรรมดังกล่าวด้วยว่า ชาวบ้าน ผู้นำศาสนาทั้งสายเก่า สายใหม่ ผู้สื่อข่าวจากในและนอกพื้นที่ ผู้สังเกตการณ์ต่างประเทศ นักการเมืองสายวาดะห์นั่งกันเต็มชุด รวมทั้งเจ้าหน้าที่ทหาร ในงานกินข้าวยำระดมทุนเพื่อช่วยเหลือครอบครัวแวมะนอให้มีที่อยู่และจัดสร้างโรงเรียนปอเนาะใหม่แทนปอเนาะญีฮาดวิทยา

ผู้ไปร่วมงานบอกเล่าถึงการเดินทางที่ผ่านด่านต่างๆซึ่งมีการตรวจสอบเข้มข้น หลายแห่งมีผู้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กระบุถูก “กล่อม” ไม่ให้ไปร่วมงาน ในขณะเดียวกันที่หลายอำเภอมีการจัดงานระดมชาวบ้านรวมพลังประชาชนปฏิเสธความรุนแรง สามจังหวัดภาคใต้วันนี้จึงมีการเคลื่อนไหวของประชาชนอย่างคึกคัก แต่จุดที่ผู้คนรวมพลังกันตลอดวันและเป็นจำนวนมากก็คือที่บ้านท่าด่านนี้เอง เสร็จงานตัวเลขระดมทุนได้เกิน 2 ล้านบาท เงินจำนวนนี้ผู้จัดระบุว่าจะจัดซื้อที่ดิน ตั้งโรงเรียนปอเนาะและหาที่อยู่ให้กับครอบครัวแวมะนอที่เคยทำหน้าที่บริหารโรงเรียนปอเนาะญีฮาดวิทยาและต้องมาไร้ที่อยู่ในเวลาต่อมา

เมื่อต้นปีนี้ครอบครัวผู้บริหารโรงเรียนตกลงย้ายออกจากพื้นที่ของโรงเรียนหลังจากที่ศาลมีคำสั่งให้ยึดที่ดินให้ตกเป็นของแผ่นดินเพราะถือว่ามีการใช้พื้นที่ไปในการสนับสนุนการก่อการร้าย ครอบครัวให้การกับศาลว่าเจ้าของที่ดินเป็นพี่น้องห้าคนที่ไม่ได้อยู่ที่นั่น ส่วนผู้บริหารโรงเรียนที่ถูกดำเนินคดีความมั่นคงคือครูใหญ่ก็เป็นเพียงผู้บริหาร เจ้าของไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมใดๆ ที่ทางการกล่าวหาว่าผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตามศาลไม่รับฟังและตัดสินให้ที่ดินที่เจ้าหน้าที่ระบุว่า ถูกใช้ไปเพื่อฝึกฝนในการก่อเหตุนั้นให้ตกเป็นของแผ่นดิน ครอบครัวแวมะนอตัดสินใจไม่อุทธรณ์

บันยาล แวมะนอ ลูกชายของผู้บริหารโรงเรียนบอกว่า เขาต้องการให้เรื่องราวทั้งหลายยุติลงเพราะเบื่อหน่ายกับวันเวลาที่ต้องรับมือปัญหาที่พ่วงมากับคดีและการตกเป็นผู้ต้องสงสัยเพิ่มเติมในสายตาเจ้าหน้าที่ และในระหว่างที่ถูกดำเนินคดีอยู่ ลูกชายอีกคนในครอบครัวถูกยิงเสียชีวิตโดยที่คดียังไม่ได้รับการคลี่คลาย

มาวันนี้ครอบครัวแวมะนอย้ายเข้าพักในมัสยิดบ้านท่าด่านที่อยู่ไม่ไกลจากโรงเรียนซึ่งพวกเขาถือว่าเป็นของสาธารณะหรือ “วากัฟ” ครอบครัวและชาวบ้านตัดสินใจร่วมกันจะสร้างโรงเรียนขึ้นมาใหม่และจัดระดมทุน หลังจากย้ายออกมีผู้คนทยอยไปเยี่ยมครอบครัวนี้เรื่อยมา กิจกรรมของโรงเรียนได้รับความสนใจอย่างมากจากประชาชนทั่วไป ก่อนหน้านี้ได้มีกิจกรรมจัดฉายหนังสั้นเพื่อระดมทุนให้กับครอบครัวมาแล้ว ภาพของผู้คนที่ไปเยี่ยมครอบครัวแวมะนอมีให้เห็นในโซเชียลมีเดียแทบทุกวันเช่นเดียวกันกับภาพโรงเรียนปอเนาะที่รกร้างว่างเปล่าก็มีผู้ที่ไปเยี่ยม แต่ละรายถ่ายภาพไว้และโพสต์แทบทุกวันเช่นกัน ในขณะที่เจ้าหน้าที่หลายส่วนพยายามจะพูดคุยและสนับสนุนให้ครอบครัวอุทธรณ์ในคดีที่ดิน แต่ไม่เป็นผล

บีบีซีไทยรายงานด้วยว่า วันนี้ บันยาล  บอกเล่าบนเวทีชัดเจนว่า ครอบครัวจะไม่กลับไปอยู่ที่เดิมแม้จะมีความพยายามจากทางการผลักดันให้ครอบครัวแสวงหาหนทางนั้น เพราะเขาถือว่า การกลับไปอยู่ที่เดิมนั้นถึงอย่างไรก็ไม่พ้นมลทินของพ่อทั้ง ๆ ที่ครอบครัวไม่เกี่ยวข้อง ส่วนชลิดา ทาเจริญศักดิ์ ผู้อำนวยการมูลนิธิศักยภาพชุมชน ผู้เข้าร่วมสนทนาบนเวทีบอกว่า งานวันนี้เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นชัดเจนว่าถ้ากระบวนการยุติธรรมไม่ตอบโจทก์ ชุมชนจะเป็นตัวแปรสำคัญในการให้คำตอบกับตัวเอง