ป.ป.ช.มีมติไม่รับไต่สวน ปมสติ๊กเกอร์ไลน์ ค่านิยม 12 ประการ ชี้ไม่แพงเกินจริง

ป.ป.ช.มีมติไม่รับคำร้องคดีสติ๊กเกอร์ไลน์ ค่านิยม 12 ประการไว้ไต่สวน ชี้ราคา 7 ล้านบาทไม่แพงเกินจริง ส่วนเหตุที่ต้องจัดจ้างวิธีพิเศษเพราะต้องเร่งรีบดำเนินการ

4 มิ.ย. 2558 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายวรวิทย์ สุขบุญ รองเลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวถึงความคืบหน้าคดีกล่าวหา นายพรชัย รุจิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) และคณะกรรมการกำหนดขอบเขตของงานและราคากลางโครงการจ้างเหมาจัดทำ Line Sticker เพื่อเผยแพร่ค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ มีพฤติการณ์ส่อว่ามีการทุจริตในการจัดทำโครงการดังกล่าว เพราะไม่เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 ที่แก้ไขเพิ่มเติม และกฎหมายของ ป.ป.ช.ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้พิจารณาข้อเท็จจริงคดีดังกล่าว

1.กรณีกล่าวหาว่ามีการกำหนดราคากลางและการเปิดเผยราคากลาง “ไม่ชอบด้วยระเบียบ” และมีราคาแพงเกินกว่าความเป็นจริงหรือเกินกว่ามาตรฐานการค้าทั่วไปนั้น พบว่า ในการประกาศราคากลางคณะกรรมการกำหนดขอบเขตของงานและราคากลางฯ ได้ดำเนินการสืบราคาการจัดทำไลน์สติกเกอร์จากบริษัท Line Company (ประเทศไทย) จำกัด เพียงรายเดียว โดยได้มีการเปิดเผยราคากลางและระบุแหล่งที่มาของราคากลางถูกต้อง เหตุที่ทำการสืบราคาจากบริษัท Line Company (ประเทศไทย) จำกัด ก็เนื่องจาก บริษัท Line Company (ประเทศไทย) จำกัด เป็นบริษัทเพียงรายเดียวที่ได้รับมอบหมายจากบริษัท Line Company ให้ดำเนินการในประเทศไทยและเป็นเจ้าของแอพพลิเคชั่นไลน์

2.กรณีที่กล่าวหาว่าราคาในการจัดทำ “แพงเกินกว่าความเป็นจริง” นั้น พบว่า ราคากลางที่ทางคณะกรรมการฯ ประกาศ ไม่ได้มีราคาที่สูงเกินไป โดยราคาดังกล่าวเป็นราคาที่ บริษัท Line Company (ประเทศไทย) จำกัด เสนอให้กับลูกค้าโดยตรงและผ่านทางตัวแทน ซึ่งหากมีการจัดจ้างผ่านทางตัวแทนหรือคนกลาง ราคาค่าจัดทำไลน์สติกเกอร์จะมีราคาที่สูงกว่านี้ ดังนั้น จึงเห็นว่ามีการกำหนดราคากลางโครงการจ้างเหมาจัดทำ Line Sticker ดังกล่าว เป็นไปโดยชอบด้วยระเบียบของทางราชการ และไม่แพงเกินกว่าความเป็นจริงหรือเกินกว่ามาตรฐานการค้าทั่วไปแต่อย่างใด

3.กรณีการจัดทำโครงการดังกล่าว “โดยวิธีพิเศษ” เนื่องจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศฯ ได้รับมอบหมายจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ดำเนินการโครงการเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2557 และให้ประชาชนสามารถเริ่มดาวน์โหลดสติกเกอร์ได้ ในวันที่ 30 ธันวาคม 2557 ซึ่งจากระยะเวลาที่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการและระยะเวลาที่ต้องแล้วเสร็จนั้น ไอซีทีเห็นว่าเป็นระยะเวลาที่กระชั้นชิดและเป็นงานที่ต้องกระทำโดยเร่งด่วน เพื่อให้ทันกันกับระยะเวลาดังกล่าว จึงได้ดำเนินการจัดจ้างโดยวิธีพิเศษตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

ซึ่งกรณีนี้สำนักงาน ป.ป.ช. ก็ได้หารือไปยังกรมบัญชีกลางว่าสามารถกระทำได้หรือไม่ คณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุ (กวพ.) กรมบัญชีกลางมีความเห็นว่าการที่ คสช.มอบหมายให้ดำเนินการโครงการดังกล่าว เป็นเรื่องเร่งด่วน หากล่าช้าอาจจะเสียหายแก่ราชการ จึงเป็นดุลพินิจของหัวหน้าส่วนราชการที่จะพิจารณาดำเนินการโดยวิธีพิเศษ ตามระเบียบฯ ข้อ 24 (3) ได้ ดังนั้น จึงเห็นว่าโครงการจ้างเหมาจัดทำ Line Sticker สามารถจัดจ้างโดยวิธีพิเศษได้

“คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงมีมติเห็นควรไม่รับเรื่องดังกล่าวไว้ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงตามข้อ 13 วรรคสอง แห่งระเบียบคณะกรรมการ ป.ป.ช.ว่าด้วยการแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐาน พ.ศ.2554” นายวรวิทย์กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับโครงการจ้างเหมาทำสติ๊กเกอร์ไลน์ เผยแพร่ค่านิยม 12 ประการของรัฐบาล โดยไอซีที ได้ตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ช่วงปลายปี 2557 เพราะมีการกำหนดราคากลางไว้สูงถึง 7,117,353 บาท โดยผู้ที่ได้รับการว่าจ้างได้แก่บริษัท ไทยทีวีพูล จำกัด ที่มายื่นเสนอราคาเพียงรายเดียวที่ 7,117,000 บาท

 

ที่มา: สำนักข่าวไทยพับลิก้า