ม้งถ้ำกระบอก: แสงดาวที่ยังส่องประกาย ความหวัง ความฝันบนเส้นทางการต่อสู้

ตามติดประเด็นชาวม้งไร้สัญชาติที่ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ร้องขอสัญชาติมาเกือบ 3 ทศวรรษ หลังรัฐบาลในสมัยนั้นเคยสัญญาจะมอบสัญชาติเนื่องจากเคยช่วยเหลือราชการในช่วงสงคราม - ล่าสุดหลังกระบวนการหลายรัฐบาลไม่คืบหน้า จึงได้ยื่นคำร้องต่อศาลปกครอง และรอผลตอบกลับ

แสง แสงยาอรุณ อนุกรรมการศึกษาและแก้ไขปัญหาสถานะและสิทธิของบุคคล ชี้แจงชาวม้ง เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาบุคคลไร้สัญชาติ

สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้มาจัดทำทะเบียนประวัติฯ ของชาวบ้านใหม่ แทนอันเดิมที่สูญหายไป เมื่อ 4 กันยายน 2557

ไซ แซ่ซ่ง นำทะเบียนประวัติฉบับมาแสดง หลังจากฉบับเดิมสูญหาย

ดวงดาวดวงเล็กที่เปล่งประกายในหมู่บ้านม้งธารทอง หมู่ 11 อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย แม้บางคืนอาจจะริบหรี่เกินไป เมื่อหมู่เมฆสีเทาก้อนใหญ่บดบัง แม้ในคืนที่พายุพัดโหมกระหน่ำ ดวงดาวจะหายไป แต่นั่น...ไม่ได้ทำให้ดวงดาวลาลับ ในคืนวันที่ท้องฟ้าสวยใส พระจันทร์โผล่พ้นยอดไม้ ดวงดาวจะส่องแสงระยิบระยับเสมอ เมื่อดวงดาราเล็ก ๆ ยังส่องแสง พลังแรงใจย่อมไม่เลือนหาย ความหวังและความฝันของ

พี่น้องม้ง บ้านธารทองยังคงมีอยู่เต็มเปี่ยมในหัวใจ บนเส้นทางที่เดิน มีคนกลุ่มเล็ก ๆ ที่อยู่เคียงข้าง ช่วยเติมเต็มเพื่อให้พี่น้องม้งเดินไปบนเส้นทางแห่งความหวังนั้น พวกเขาไม่รู้ชะตากรรมแห่งความเป็นไปที่มักมีเหตุการณ์ของการเปลี่ยนแปลง แต่พวกเขาไม่เคยย่อท้อที่จะเตรียมความพร้อมที่จะก้าวเดินเสมอ

สงครามบ้านร่มเกล้า ตำบลบ่อภาค อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก เมื่อปี 2530-2535 ที่รัฐบาลสมัยรัฐบาลชวน หลีกภัย 2 ใช้ ม้ง กลุ่มที่ 1 ช่วยใช้ปกป้องอาณาจักรไทย และคำสัญญาจะให้สัญชาติไทยหลังจากสงครามสงบ ได้เลือนหายไปกับสายลมและกาลเวลา การต่อสู้โดยการยื่นหนังสือ ขอความช่วยเหลือจากผู้มีอำนาจตั้งแต่ปี 2545 จนถึงปี 2556 ก็ไม่แตกต่างกันกับคำสัญญา เรื่องราวเงียบหายไปไม่คืบหน้า กลุ่มม้ง กลุ่มที่ 1 ได้กอบเก็บและซ่อนความเจ็บปวดไว้ลึก ๆ ในหัวใจ แม้จะขื่นขมมากเพียงใด พวกเขาต้องลุกขึ้นสู้ การสู้ครั้งนี้เป็นการรวมตัวกันอย่างเต็มที่ และมีเครือข่ายสถานะบุคคล จังหวัดเชียงราย นำโดย นายแสง แสงยาอรุณ ซึ่งเป็นผู้ช่วยเหลือกลุ่มชาวบ้านม้งกลุ่มที่ 1 มาตั้งแต่ต้น และเป็นผู้ที่ชาวบ้านให้ความไว้วางใจ อีกอย่างเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง เช่นเดียวกันที่สามารถสื่อสารภาษาได้อย่างเข้าใจ ชัดเจน ทำให้ชาวบ้านมีความหวังเพิ่มขึ้น และยังมีเครือข่ายสถานะบุคคล 32 องค์กร เข้ามาหนุนช่วย ในการรับคำร้อง สอบปากคำร่วมกับฝ่ายทะเบียนอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย นำข้อมูล ข้อเท็จจริงของชาวม้ง กลุ่มที่ 1 ดำเนินตามกระบวนการทางกฎหมายอีกครั้ง

นายแสง แสงยาอรุณ เป็นตัวแทนองค์กรพัฒนาเอกชน ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นอนุกรรมการศึกษาและแก้ไขปัญหาสถานะและสิทธิของบุคคล ภายใต้ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-move) โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน ได้นำประเด็นปัญหากลุ่มม้งที่เคยอยู่ถ้ำกระบอกไปหารือในที่ประชุมหลายครั้ง จึงได้มีแนวทางการแก้ไขปัญหาตามมาดังนี้

วันที่ 4 กันยายน 2557 สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้มาจัดทำทะเบียนประวัติฯ ของชาวบ้านใหม่ แทนอันเดิมที่สูญหายไป

วันที่ 4- 19 กันยายน 2557 เครือข่ายสถานะบุคคลจังหวัดเชียงรายและเครือข่าย 32 องค์กร ได้ลงพื้นที่รับคำร้อง มาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2551 กลุ่มบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (เลข 0) สอบ ป.ค.14 ผู้ยื่นและพยาน ตรวจคัดกรองเอกสาร คนกลุ่มบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (เลข 6) ที่หมู่บ้านธารทอง หมู่ 11 อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย

วันที่ 16 กันยายน 2557 นายวีระศักดิ์ ศิริสิทธิ์ นายอำเภอเชียงแสน (ดำรงตำแหน่งขณะนั้น) ได้ลงนามแต่งตั้งคณะทำงาน เพื่อแก้ไขปัญหาสถานะบุคคล กรณีของม้งธารทอง หมู่ที่ 11 ตำบลแม่เงิน อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย

วันที่ 22-28 กันยายน 2557 เครือข่ายสถานะบุคคลจังหวัดเชียงราย ตรวจสอบเอกสารคำร้องทั้งหมด และบันทึกข้อความ เตรียมยื่นให้นายอำเภอ

วันที่ 29 กันยายน 2557 ยื่นคำร้องทั้งหมดให้กับวีระศักดิ์ ศิริสิทธิ์ นายอำเภอเชียงแสนขณะนั้น โดยมีข้อตกลงก่อนว่าขอให้ท่านนายอำเภอ วีระศักดิ์ ศิริสิทธิ์ เซ็นลงนามให้สัญชาติไทยตามมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2551 นำร่อง 1 ครอบครัว แต่ผลสุดท้ายท่านนายอำเภอ วีระศักดิ์ ศิริสิทธิ์ ไม่ได้เซ็น จึงไม่มีผู้ได้รับการอนุมัติแม้แต่รายเดียว

วันที่ 30 กันยายน 3 ตุลาคม 2557 ทำบันทึกข้อความ คำร้องทั้งหมด จำนวน 131 คำร้อง ประกอบด้วยกลุ่ม บุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (เลข 0) และกลุ่มบุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทย ( เลข 6) และแก้ไขคำร้องที่เอกสารยังไม่ครบถ้วน หรือเอกสารขัดแย้งกัน

วันที่ 7 ตุลาคม 2557 เครือข่ายสถานะบุคคล จังหวัดเชียงราย ได้ประชุมและชี้แจง ทำความเข้าใจปัญหาที่พบในระหว่างดำเนินการรับคำร้อง และชี้แจงถึงความคืบหน้าของคำร้อง ตาม ม.23 แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2551 จำนวน 131 คน ประกอบด้วยกลุ่ม บุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (เลข 0) และกลุ่มบุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทย ( เลข 6) ที่ส่งมอบให้สำนักทะเบียนอำเภอเชียงแสน เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2557 พร้อมกับชี้แจงกลุ่มชาวบ้านที่เอกสารขัดแย้งกันเพื่อทำการแก้ไขให้ถูกต้อง ซึ่งคนกลุ่มนี้ยังไม่ได้ยื่นคำร้อง ต้องรอแก้ไขเอกสาร เช่นกลุ่มคนที่เคยมีบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (เลข 6) แต่ไปทำบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (เลข 0) ระหว่างการดำเนินการรับคำร้องของชาวบ้านส่วนที่เหลือ และการรอความคืบหน้าจากสำนักทะเบียนอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย นายแสง แสงยาอรุณ เป็นตัวแทนคณะทำงานได้นำประเด็นปัญหาของกลุ่มม้ง ที่มีสถานะบุคคลผู้ซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (เลข 6) ที่ได้รับการจัดทำทะเบียนประวัติชุดใหม่แทนชุดที่ทำการสำรวจเมื่อ ปี 2542 ที่หายไป และยังไม่ได้รับการถ่ายบัตรประจำตัว ไปพูดคุย เร่งรัด และผลักดัน ในเวทีคณะทำงานเพื่อให้เร่งดำเนินการจัดทำบัตรประจำตัวบุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (เลข 6) แก่กลุ่มม้ง จำนวน 54 คน

วันที่ 4 กันยายน 2557 กรมการปกครอง มีคำสั่งถึงสำนักทะเบียนเชียงแสน ให้ กลุ่มม้งบ้านธารทองที่เป็นกลุ่ม บุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (เลข 6) ไปดำเนินการถ่ายบัตรประจำตัวบุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทย จำนวน 54 คน ต่อเนื่องจากสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้มาจัดทำทะเบียนประวัติฯ ของชาวบ้านใหม่ แทนอันเดิมที่สูญหายไป

วันที่ 21 มกราคม 2558 เครือข่ายสถานะบุคคลจังหวัดเชียงราย สำนักทะเบียนอำเภอเชียงแสน และตัวแทนหน่วยงานทหาร หัวหน้าชุด ชบข. ที่ 3203 กอ.รมน.ภาค 3 สย.2 ได้ร่วมพิธีมอบบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (เลข 6) ให้กับชาวบ้าน ณ หอประชุมบ้านธารทอง ม.11 ต.แม่เงิน อ.เชียงแสน จ.เชียงราย รวมทั้งสิ้น จำนวน 52 คน

วันที่ 22 มกราคม 2558 สำนักทะเบียนอำเภอเชียงแสนได้แจ้งข่าวให้ทางเครือข่ายสถานะบุคคลจังหวัดเชียงรายได้ทราบถึงความคืบหน้าในการอนุมัติสัญชาติไทยตามมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 4)พ.ศ.2551 แก่นายบี แซ่ท่อร์ และ นางไมเย้ะ แซ่ท่อร์ ซึ่งทั้งสองคนได้ฟ้องศาลปกครองร่วมกับเพื่อนชาวม้งทั้งหมด 17 คน ก่อนที่เครือข่ายสถานะบุคคล จังหวัดเชียงรายจะเข้าไปดำเนินการช่วยเหลือรับคำร้องการขอสัญชาติไทย

วันที่ 28 มกราคม 2558 เครือข่ายสถานะบุคคลจังหวัดเชียงราย เข้าพบท่านพินิจ แก้วจิตคงทอง นายอำเภอเชียงแสน หารือเรื่องการทำงานด้านสถานะบุคคลในพื้นที่อำเภอเชียงแสน และส่งมอบคำร้อง ขอลงรายการสัญชาติไทยตามมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2551 เพิ่มอีกจำนวน 49 ราย ของกลุ่มพี่น้อง ม้งถ้ำกระบอกบ้านธารทอง ให้แก่สำนักทะเบียนอำเภอเชียงแสน

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 เครือข่ายสถานะบุคคลจังหวัดเชียงราย นำโดยนางเตือนใจ ดีเทศน์ นายแสง แสงยาอรุณ และนายวีระ อยู่รัมย์ เข้าพบนายอำเภอเชียงแสน หารือในประเด็น แนวทางการทำงานและความร่วมมือกัน ทางนายอำเภอได้แจ้งว่ากำลังเดินทางมารับตำแหน่งใหม่ ขอศึกษาเอกสาร รายละเอียดต่าง ๆ เพื่อจะได้กำหนดแนวทางการทำงานต่อไป

การดำเนินงานได้ทำตามทิศทางของกระบวนการและขั้นตอนของกฎหมายที่ถูกต้อง แม้จะมีอุปสรรคในการทำงานแต่ละช่วง เครือข่ายสถานะบุคคลจังหวัดเชียงรายก็พยายามช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่ หลังจากชาวบ้านต้องต่อสู้ด้วยตัวเองมาเป็นเวลานาน การมีเครือข่ายมีองค์กรพัฒนาเอกชน เข้ามาหนุนช่วย ทำให้ชาวบ้านรู้สึกว่าเป็นพลังหนึ่งในการขับเคลื่อน แม้จะมีการอนุมัติสัญชาติไทยเพียงแค่สองราย ข่าวคราวของ ม้งถ้ำกระบอก ตำบลนาโบสถ์ อำเภอวังเจ้า จังหวัดตาก ได้รับการอนุมัติสัญชาติไทยจำนวน 31 คน เป็นข่าวที่ได้สร้างความหวังให้กับม้งบ้านธารทอง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย เพราะการเดินทางจากถ้ำกระบอก จังหวัดสระบุรี เป็นการเดินบนเส้นทางและรอยทางเดียวกัน

 

นายแสง แสงยาอรุณ กล่าวว่า “กรณีของม้งธารทอง มีความซ้ำซ้อน ในเรื่องของเอกสาร จนมีการตั้งข้อสังเกตจากนักวิชาการ กรณีไม่ได้อยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีการระบุ หรือไม่มีมติสำรวจในปี 2539 แต่จากการหารือไปทางกรมการปกครอง คำถามหรือข้อสังเกตไม่ได้ถูกนำมาใช้ คำสั่งต่าง ๆ จะควบคุมตอนที่ชาวบ้านม้งอยู่ที่ถ้ำกระบอก เมื่อได้ย้ายออกมาแล้ว คำสั่งก็ไม่สามารถใช้ได้อีก มีข้อสังเกตต่ออำเภอเชียงแสน กรณี พยานหลักฐานของชาวบ้านที่ยื่นคำร้องไปมีความสมบูรณ์ ชัดเจน แล้ว อำเภอควรเร่งรัดดำเนินการโดยเร็ว โดยเฉพาะชุดแรก 131 คน ซึ่งเวลาได้ผ่านไป 5 เดือนแล้ว ยังไม่มีความคืบหน้า” นอกจากนั้นยังเสนอกับกลุ่มชาวบ้านโดยเฉพาะแกนนำหลาย ๆ คน ที่ได้ติดตามเรื่องราวของตนเอง ได้ไปพบกับทางนายอำเภอ ปลัดอำเภอ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวในฐานะเจ้าของปัญหา เพื่อให้ทางอำเภอได้เร่งรัดดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย และกรอบเวลาอย่างต่อเนื่อง

นายเยี่ยปาว แซ่ซ่ง หนึ่งในแกนนำชาวบ้านบอกว่า “เอกสารของพวกเราชัดเจน แต่เมื่อยื่นไปที่อำเภอแล้ว กลับไม่มีความคืบหน้าใดๆ เลย เราไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น กรณีของชาวบ้านสองคนที่ได้รับสัญชาติไทย พวกเราได้มีข้อสันนิษฐานว่า ทำไมปลัดสามารถเซ็นอนุมัติได้ แล้วกรณีของพวกเราเอกสารหลักฐานก็ไม่ได้แตกต่างกับสองคนที่ได้รับการพิจารณาอนุมัติ เรามองไปจนถึงว่ากลั่นแกล้งกันหรือเปล่า อยากให้ทางอำเภอมีมาตรฐานการพิจารณาที่เหมือนกัน พวกเราต่อสู้และเรียกร้องสิทธิของตนเองมานานแล้ว อยากเห็นเจ้าหน้าที่รัฐ เร่งรัด ดำเนินการอย่างจริงจัง ถ้าติดปัญหาหรือข้อสงสัยตรงไหน ควรชี้แจงให้ชาวบ้านทราบตรงๆ ทั้งนี้ กลุ่มชาวบ้านได้ขอคำปรึกษาจาก นายแสง แสงยาอรุณซึ่งเป็นตัวแทน เครือข่ายองค์กรพัฒนาเอกชนอย่างต่อเนื่องหากยังไม่มีความคืบหน้าใดใดอีก ทางชาวบ้านก็พร้อมที่จะใช้กระบวนการช่องทางอื่น เช่น การร้องเรียนไปที่ศูนย์ดำรงธรรม และการฟ้องศาลปกครอง ซึ่งคงต้องอาศัยเครือข่ายองค์กรพัฒนาเอกชนเข้ามาช่วย ที่ผ่านมาหากไม่มีเครือข่ายหรือองค์กรพัฒนาเอกชน เข้ามาช่วยพวกเรา การต่อสู้อาจจะยุ่งยากและไม่มีวันนี้ พวกเราอาจจะถูกปล่อยไปตามยถากรรมหรือถูกทิ้งไว้อย่างโดดเดี่ยว ขอขอบคุณทุก ๆ คนด้วยใจจริง ๆ ”

 

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558 ตัวแทนชาวบ้านม้งถ้ำกระบอก กลุ่ม หัว 6 หัว 7 บ้านธารทอง ม.11 ต.แม่เงิน อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ขอเข้าพบนายอำเภอเชียงแสนเพื่อสอบถามความคืบหน้าในการดำเนินการขออนุมัติลงรายการสัญชาติไทย ตามคำแนะนำของเครือข่ายสถานะบุคคลเชียงราย แต่สิ่งที่ได้รับคือยังไม่ได้เข้าพบนายอำเภอ โดยไม่มีเหตุผลอันใดรองรับว่าทำไม ตัวแทนชาวบ้านจึงกลับไปด้วยความผิดหวัง

เมื่อถูกปิดกั้นในการเข้าพบ แนวทางที่สองที่ได้ประชุมและพูดคุยกันไว้ก่อนหน้านี้ จึงได้เริ่มกระบวนการ

วันที่ 2 มีนาคม 2558 เครือข่ายสถานะบุคคลจังหวัดเชียงราย ลงพื้นที่บ้านธารทอง หมู่ 11 ตำบลแม่เงิน อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย เพื่อทำความเข้าใจและประชุมชาวบ้านกลุ่มหัว 6 หัว 7 กรณีจะดำเนินการร้องเรียนการทำงานของสำนักทะเบียนอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ในประเด็นความล่าช้าในการปฏิบัติงานการพิจารณาคำร้องขอลงรายการสัญชาติไทยตาม มาตรา 23 ของชาวบ้านกลุ่มนี้หลังมีการโยกย้ายตำแหน่งเจ้าหน้าที่รัฐที่รับผิดชอบหลัก

วันที่ 3 มีนาคม 2558 ตัวแทนชาวบ้านม้งถ้ำกระบอก บ้านธารทอง หมู่ 11 ต.แม่เงิน อ.เชียงแสน จ.เชียงราย นำโดย นายเยี่ยปาว แซ่ซ่ง นายไซ แซ่ซ่ง และนายลี แซ่ซ่ง เข้าพบ นายกลยุทธิ์ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเชียงราย เพื่อร้องเรียนการปฏิบัติงานของสำนักทะเบียนอำเภอเชียงแสนที่ล่าช้า ทำให้ชาวบ้านเสียสิทธิและผลประโยชน์ที่ควรได้รับ โดยเข้าพบนายกลยุทธิ์ เจ้าหน้าที่รับเรื่องของชาวบ้านธารทองในครั้งนี้ และเราจะติดตามผลการดำเนินงานของศูนย์ดำรงธรรมเกี่ยวกับเรื่องที่ร้องเรียนในอีกสองสัปดาห์หลังจากนี้

วันที่ 12 มีนาคม 2558 ตัวแทนชาวบ้านและคณะทำงานเครือข่ายจังหวัดเชียงราย จัดเตรียมข้อมูลเพื่อยื่นฟ้องศาลปกครอง โดยมีความประสงค์ขอฟ้อง ปลัดอำเภอเชียงแสน (หัวหน้าฝ่ายทะเบียนและบัตร) ที่ 1, นายอำเภอเชียงแสน ที่ 2 , สำนักทะเบียนอำเภอเชียงแสน ที่ 3 ในการปฏิบัติงานล่าช้า ทำให้ชาวบ้านเสียสิทธิและผลประโยชน์ที่ควรได้รับ และให้ดำเนินการพิจารณาคำร้องขอลงรายการสัญชาติตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด และให้ชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับชาวบ้าน

วันที่ 16 มีนาคม 2558 จัดส่งเอกสาร ข้อมูลการยื่นฟ้องศาลปกครอง จังหวัดเชียงใหม่ ทางไปรษณีย์ และรอผลตอบกลับมา

16 ปีเต็ม ร่องรอยของคราบน้ำตา สงครามกับคำสัญญา ถูกเก็บไว้ในความทรงจำ พี่น้องม้งถ้ำกระบอกบ้านธารทองและกลุ่มม้งที่มาจากที่เดียวกัน กระจัดกระจายกันอยู่ตามจังหวัดต่าง ๆ คงไม่มีใครที่จะลืมเลือนได้อย่างง่ายดาย ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมาเป็นประวัติศาสตร์ที่มีคุณค่าทางจิตใจ แม้จะต้องพบกับความสูญเสีย ความผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่า ถือว่าเป็นบทเรียนและพลังใจให้กับการก้าวเดินบนเส้นทางใหม่ เข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย โดยมีเอกสาร หลักฐาน ข้อมูล ข้อเท็จจริงทั้งหมดที่บ่งบอกถึงความเป็นตัวตนอย่างแท้จริง ชาวบ้านม้งธารทองไม่ได้ต่อสู้อย่างโดดเดี่ยว กลุ่มคนกลุ่มเล็ก ๆ ที่ได้รู้ความเคลื่อนไหว ซึมซับกับสถานการณ์ปัญหา คอยหนุนช่วยและพร้อมอยู่เคียงข้างกับชาวบ้าน จนกว่าจะได้รับการพิจารณาอนุมัติสัญชาติไทยตามกระบวนการขั้นตอนของกฎหมาย

ชาวบ้านและคนทำงานไม่ต้องการแสงสว่างเพียงแค่ที่ปลายอุโมงค์เท่านั้น ในคืนที่เมฆมัวหม่น ในคืนที่ฝนสาดซัด และในคืนที่ฟ้าไร้ดาว ขอเพียงแสงส่องไปถึงหัวใจของผู้มีอำนาจในการพิจารณาอนุมัติให้สว่างไสว ฟ้าไม่เคยปิดกั้นดาวให้ส่องแสง พรมแดนไม่เคยปิดกั้นหัวใจ ขอเพียงแต่อย่าปิดกั้นความเป็นคนที่ถูกต้องตามกฎหมาย ให้พวกเขายืนหยัดอยู่ได้ เหมือนแสงดาวที่ส่องประกาย