เลื่อนนัดตรวจพยานคดีชายชุดดำอีกเป็นรอบที่3หลังขังยาว7เดือน ไม่ได้ประกัน

อัยการขอเลื่อนนัดตรวจพยานหลักฐาน อ้างรอคำวินิจฉัยชี้ขาดคดีก่อการร้ายจากอธิบดี DSI ญาติโอด ขังมา 7เดือน ไม่ได้ประกันตัว ถามทำไมคดีใหญ่ถึงให้ประกัน ชี้ทหารแถลงข่าวบิดเบือน 


         

23 มีนาคม 2558 เวลา 13.30 น.  ศาลอาญารัชดาฯ ห้อง 906  ศาลได้นัดตรวจพยานหลักฐานคดีชายชุดดำ 10 เมษายน 2553  ที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายกิตติศักดิ์  สุ่มศรี(อ้วน) อายุ 45 ปี นายปรีชา อยู่เย็น(ไก่เตี้ย)อายุ 24 ปี  นายรณฤทธิ์ สุริชา (นะ) อายุ 33 ปี นายชำนาญ ภาคีฉาย (เล็ก) และ นางปุนิกา ชูศรี (อร) จำเลยที่ 1-5 ในความผิดฐาน ร่วมกันมีอาวุธ เครื่องกระสุนปืน และวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตได้ ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ พ.ศ 2490 และพกพาอาวุธไปในที่ชุมชนฯ
         
โดยวันนี้เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ได้เบิกตัวจำเลยมาจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพ และทัณฑสถานหญิงกลางเดินทางมาร่วมกระบวนการพิจารณาคดี  โดยพนักงานอัยการได้แถลงต่อศาลว่าขอให้เลื่อนการนัดตรวจหลักฐานออกไปก่อน เนื่องจากในวันนี้ทางพนักงานไม่ได้รับคำวินิจฉัยชี้ขาดจากอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ  เนื่องจากในคดีดังกล่าวได้มีความเห็นแย้งระหว่างอัยการที่เห็นควรไม่สั่งฟ้องห้าผู้ต้องหาในคดีก่อการร้ายซึ่งขัดกับใความเห็นของเจ้าพนักงานสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)  ซึ่งมีความเห็นว่าเห็นสมควรสั่งฟ้องจำเลยทั้ง 5 ในข้อหาก่อการร้าย สำนวนการสอบสวนเบื้องต้น  โดยพนักงานอัยการ  เห็นควรฟ้องเฉพาะความผิดฐานร่วมกันมีอาวุธ เครื่องกระสุนปืนและวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตได้เท่านั้น
       
ซึ่งตามขั้นตอนกฎหมายเเล้วต้องรอให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ชี้ขาดว่าจะฟ้องในข้อหาดังกล่าว ตามที่ตามที่เจ้าพนักงานสอบสวนเสนอมาหรือไม่
         
ศาลพิจารณาเเล้วมีคำสั่งอนุญาตให้เลื่อนนัดตรวจพยานหลักฐานในวันนี้ออกไปเป็นวันที่ 20 เม.ย. 2558 เวลา 09.00 น. พร้อมกำชับให้อัยการนำคำวินิจฉัยชี้ขาดจาก อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษมาให้ได้ทันในวันดังกล่าว เนื่องจากมีการเลื่อนมาหลายครั้งแล้ว

เมื่อถามเรื่องการอประกันตัว  ธิติพงษ์ ศรีแสน ทนายความจากกลุ่มนักกฎหมายเพื่อสิทธิมนุษยชนกล่าวว่า  ตอนนี้อยู่ในระหว่างการหาหลักทรัพย์มาเพื่อขอประกันตัว โดยการประกันครั้งที่ผ่านมา ญาติผู้ต้องขังได้ยืนเงินประกัน 500,000 บาท แต่ศาลไม่อนุญาตให้ประกันด้วยเหตุผลว่าเป็นคดีอุกฉกรรฉ์ มีอัตราโทษสูง เกรงว่าจะหลบหนี

ในระหว่างการพิจารณาคดี  ได้มีครอบครัวของผู้ต้องขังได้มาเฝ้ารอผลการพิจารณาที่หน้าห้อง   น้องสาวของ ปุนิกา  ชูศรี (อร) ได้กล่าวหลังจากทราบว่าต้องมีการเลื่อนการนัดสืบพยานไปอีกนัดว่า ตัวเองรู้สึกผิดหวังกับความล่าช้าของกระบวนการพิจารณาคดีเป็นอย่างมาก เพราะนี่เป็นการเลื่อนเป็นครั้งที่ 3  ผู้ต้องขังถูกขังมานาน 7เดือน 10วัน แล้ว   เธอได้ชี้ไปที่บุตรของ ปรีชา อยู่เย็น (จำเลยที่2 )ที่นอนหลับอยู่บนเก้าอีก ว่าภรรยาของปรีชาต้องหอบหิ้วลูกเล็กทั้งสองลงมาจากเชียงใหม่  ต้องเสียค่าใช้จ่าย เสียเวลาในการทำงาน  เธอยังได้กล่าวอีกว่า  ผู้ต้องขังทั้งหมดมีฐานะยากจน ในการเลื่อนการพิจารณาออกไปในแต่ละครั้งได้สร้างความเดือดร้อนให้กับครอบครัวของผู้ต้องหา โดยเฉพาะผู้ที่มีถิ่นฐานอยู่ต่างจังหวัด ถ้าศาลยอมให้ประกันตัวได้ถึงมีการเลื่อนพิจารณะคดีออกไป ครอบครัวผู้ต้องหาก็จะไม่เดือดร้อนมากนัก

เธอสงสัยว่าทำไมคดีขอนแก่นโมเดลหรือคดีของ กปปส.ศาลถึงให้ประกันตัว

เธอยังได้กล่าวอีกว่า กระบวนการในการควบคุมตัวไปแถลงข่าวของทหารก็มีความบิดเบือน เนื่องจากพี่สาวของเธอ (นางปุนิกา) ได้ไปรายงานตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตามหมายเรียก  แต่ทหารได้นำพี่สาวของเธอไปแถลงข่าวว่าได้ถูกเข้าดำเนินการจับกุม