พล.อ.ประยุทธ์เผยผลประชุมร่วมคณะรัฐมนตรี-คสช. ครั้งที่ 2

พล.อ.ประยุทธ์ เผย ครม. ประชุมร่วมกับ คสช. เพื่อติดตามความก้าวหน้าของการปฏิบัติงาน-รับฟังข้อเสนอแนะจาก คสช. และคัดเลือก กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ ยืนยันว่าผู้ถูกคัดเลือกล้วนมีความรู้ด้านกฎหมาย และผู้ที่ไม่ได้เป็น สปช. 7 พันคนจะเข้ามาช่วยงานปฏิรูป

การประชุมร่วมกันระหว่างคณะรัฐมนตรี และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 4 พ.ย. 2557 (ที่มา: เว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล)

4 พ.ย. 2557 - เว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล รายงานวันนี้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมร่วมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และคณะรัฐมนตรี ครั้งที่ 2 ว่า เป็นการติดตามความก้าวหน้าการปฏิบัติงาน และรับฟังข้อเสนอแนะของ คสช. ซึ่งในส่วนของรัฐบาลได้แถลงผลการดำเนินงานที่ผ่านมา และแผนการดำเนินงานต่อไปในอนาคต โดยเป็นไปตามแนวทางและเจตนารมณ์ของรัฐบาล เพื่อขับเคลื่อนการทำงาน และเป็นการประชุมพิจารณาวาระปกติของคณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะการขออนุมัติให้ความเห็นชอบหลักการในการเดินทางไปประชุมต่างประเทศของนายกรัฐมนตรีและคณะในโอกาสต่างๆ ในสัปดาห์หน้า คือการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 25 และการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 22 ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวเป็นการแถลงการณ์ร่วม ไม่มีภาระผูกพันตามกฎหมาย และจะเป็นการแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันของอาเซียน

นอกจากนั้น เป็นการรับฟังความคืบหน้าในการดำเนินการเรื่องของกฎหมาย ที่ส่วนใหญ่อยู่ในขั้นตอนพิจารณาตามกระบวนการของกฎหมาย ซึ่งต้องใช้เวลาในการพิจารณาและดำเนินการ จนกว่าจะมีผลบังคับใช้ต่อไป

ในเว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล รายงานด้วยว่า พล.อ.ประยุทธ์ ระบุด้วยว่า ที่ประชุมได้คัดเลือกคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ในสัดส่วนของ คสช. และรัฐบาล จำนวน 11 คน ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นผู้มีความรู้ความสามารถทางด้านกฎหมาย โดยการทำงานของคณะกรรมาธิการชุดดังกล่าวต้องรับฟังความคิดเห็นจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ รวมไปถึงภาคประชาชนอย่างเชื่อมโยงกัน เพื่อลดความขัดแย้ง และสร้างธรรมาภิบาลในอนาคต นอกจากนั้น ได้มีการอนุมัติแต่งตั้งคณะทำงานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ในส่วนของผู้ที่ไม่ได้รับคัดเลือกให้เป็นคณะกรรมการสภาปฏิรูปแห่งชาติ จำนวน 7,000 กว่าคน เพื่อเป็นคณะทำงานช่วยเหลืองานปฏิรูปประเทศต่อไป

นายกรัฐมนตรีกล่าวชี้แจงต่อไปถึงเหตุผลการเลือกนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ว่าเป็นไปตามมติของที่ประชุม โดยได้มีการพิจารณาคัดเลือกมาตามกระบวนการแล้ว พร้อมกล่าวว่า ทุกคนล้วนเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถด้านกฎหมาย ซึ่งประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญคนเดียวไม่สามารถยกร่างรัฐธรรมนูญให้สำเร็จได้ ต้องอาศัยความเห็นจากสมาชิก และต้องเป็นไปตามมติที่ประชุม จึงขอโอกาสให้คนที่ได้รับคัดเลือกได้ทำงาน