‘ปืนยัดมือศพ’ แถลงสอบคดียิงเด็ก 14 ที่นราฯ เจ้าหน้าที่ยันให้ความเป็นธรรมสองฝ่าย

แถลงผลสอบสวนเหตุเด็กชายวัย 14 ถูกยิงเสียชีวิตหน้าฐานทหารที่นราธิวาส พบเสียชีวิตจากกระสุนเจ้าหน้าที่ สร้างหลักฐานเท็จเอาปืนยัดมือศพ ขณะที่จังหวัดเตรียมให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย กอ.รมน.แถลงจับแกนนำก่อเหตุรุนแรง เผยมติ คปต.แก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ เร่งรัดตั้งหน่วยตำรวจประจำตำบล

เมื่อวันที่ 5 ก.ย.2557 ที่ผ่านมา ที่ห้องประชุมกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส นายศุภณัฐ สิรันทวิเนติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วย พล.ต.สิงหศักดิ์ อุทัยมงคล ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส พล.ต.ต.พัฒนวุฒิ อังคนาวิน ผู้บังคับการตำรวจภูธรนราธิวาส และ พ.อ.กรกฎ ภู่โชติ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 49 ร่วมกันแถลงข่าวการสืบสวนสอบสวนกรณี ด.ช.มูฮัมหมัดอาซูวัน ซอเฮาะ อายุ 14 ปี ถูกยิงเสียชีวิตขณะขับรถจักรยานยนต์ผ่านบริเวณหน้าฐานปฏิบัติการ ร้อย ฉก.ทพ.4916 อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 21 สิงหาคม 2557 โดยในมือผู้เสียชีวิตมีอาวุธปืนขนาด 11 มม.

พล.ต.ต.พัฒนวุฒิ แถลงว่า ในคืนเกิดเหตุได้รับแจ้งว่าฐานปฏิบัติการ ทพ. 4916 ถูกคนร้ายลอบยิงทำให้เกิดการปะทะกันขึ้นระหว่างคนร้ายกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งจากการสอบสวนทราบว่า ในคืนนั้นมีเสียงปืนดังขึ้นทำให้เจ้าหน้าที่ภายในฐานยิงใส่กลุ่มรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่มีแสงไฟส่องผ่านมาบริเวณด้านหน้า เนื่องจากคิดว่าเป็นกลุ่มคนร้าย เมื่อทราบว่าเป็นกลุ่มชาวบ้านที่ขับรถผ่าน เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจสอบ และพบว่าเด็กชายมูฮัมหมัดอาซูวัน ซอเฮาะ อายุ 14 ปี เสียชีวิตอยู่ข้างรถจักรยานยนต์

ด้วยเกรงกลัวในความผิดฐานฆ่าคนตาย อส.ทพ.เอกพจน์ สามานสวน ซึ่งเป็นผู้ยิงได้สร้างหลักฐานเท็จด้วยการนำปืนพกสั้น 11 มม. ซึ่งเป็นปืนเถื่อนไปใส่ในมือผู้เสียชีวิต เพื่อสร้างสถานการณ์ว่ามีการยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่จริง ซึ่งจากข้อมูลส่วนนี้ อส.ทพ.เอกพจน์ สามาสวน จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายใน 4 คดี ทั้งฐานฆ่าคนตาย, ฆ่าคนตายโดยเจตนา, มีอาวุธปืนผิดกฎหมายในครอบครอง, และสร้างหลักฐานเท็จ

พล.ต.สิงหศักดิ์ อุทัยมงคล ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส กล่าวว่า ทางหน่วยยึดหลักกฎหมายในการดำเนินคดีซึ่งจะต้องว่ากันไปตามความผิดที่เกิดขึ้น ขณะนี้อส.ทพ.เอกพจน์ สามานสวน ยังคงปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ โดยรอให้มีการสรุปคดีในครั้งนี้จากศาลก่อน ส่วนการช่วยเหลือในเบื้องต้นทางกองทัพบก และทหารพราน 49 ได้ช่วยเหลือครอบครัวเด็กชายมูฮัมหมัดอาซูวัน ซอเฮาะ ในเบื้องต้นแล้ว

 

ให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย

นายศุภณัฐ สิรันทวิเนติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า คดีนี้ทางจังหวัดต้องให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งในส่วนของเจ้าหน้าที่ทหารพรานในเบื้องต้นถือว่ากระทำตามหน้าที่ที่ได้รับการฝึกฝนมา โดยเฉพาะการตอบโต้เมื่อเกิดสถานการณ์ความไม่สงบขึ้น ส่วนกรณีปืน 11 มม.ที่นำไปสร้างหลักฐานเท็จก็ต้องดำเนินการสอบตามเจตนาของการกระทำ ส่วนกรณีของ ด.ช.มูฮัมหมัดอาซูวัน ซอเฮาะ ในเบื้องต้นทาง ศอ.บต. อนุมัติเงินช่วยเหลือเยียวยา 500,000 บาท พร้อมมอบความช่วยเหลือด้านอื่นๆ ต่อไป

พ.อ.กรกฏ ภู่โชติ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 49 กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ทางหน่วยรู้สึกเสียใจ ซึ่งพร้อมที่จะดูแลทั้ง 2 ฝ่ายอย่างดี โดยเบื้องต้นหน่วยได้เข้าไปช่วยเหลือครอบครัวในการจัดการเรื่องศพ และดำเนินการจัดสร้างบ้านเพื่อที่อยู่อาศัยให้กับครอบครัว ซอเฮาะ เนื่องจากปัจจุบันพ่อ แม่ของผู้เสียชีวิตทำงานในมาเลเซีย และลูก 3 คน อยู่กับตายาย ส่วนหน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 49 ยังทำงานได้ตามปกติ โดยมีการสร้างความเข้าใจกับชาวบ้านในพื้นที่ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว แต่อย่างไรก็ตามมีความกังวลใจในการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ ขณะนี้มีการสร้างขวัญ และกำลังใจในการทำงานอย่างต่อเนื่อง

 

กอ.รมน.แถลงจับแกนนำก่อเหตุรุนแรง

พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.)

วันเดียวกัน พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) เปิดเผยว่า จากกรณีเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่ายเข้าติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุรุนแรงตามหมายจับในพื้นที่ อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2557 เวลา 01.20 น.สามารถจับกุมแกนนำผู้ก่อเหตุรุนแรงได้ 1 คน คือ นายยัฟรี สารอเอง อายุ 30 ปี พร้อมตรวจยึดอาวุธปืนขนาด 9 มิลลิเมตร ยี่ห้อ CZ จำนวน 1 กระบอก และเครื่องกระสุน 35 นัด จากการตรวจสอบพบว่าเป็นผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับสั่งการ (มือประกอบระเบิด) รับผิดชอบในพื้นที่อ.สายบุรี อ.ไม้แก่น และอ.กะพ้อ จ.ปัตตานี มีหมายจับ ป.วิอาญา 9 หมาย

จากกรณีดังกล่าว กอ.รมน.ภาค4สน. ขอชี้แจงเพื่อสร้างความเข้าใจโดยสรุป ดังนี้ 1.ผลการปฏิบัติการดังกล่าว เป็นไปตามนโยบายของกอ.รมน.ภาค4สน. ที่เน้นย้ำให้หน่วยปฏิบัติการเชิงรุกเพื่อจำกัดเสรีในการปฏิบัติของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงและติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดมาลงโทษทางกฎหมาย

2.นายยัฟรี สารอเอง เป็นบุคคลตามหมายจับ ป.วิอาญาหลายหมาย เนื่องจากมีพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับเหตุรุนแรงในพื้นที่ทั้งการลอบยิงและลอบวางระเบิดหลายเหตุการณ์

3.การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ครั้งนี้เป็นไปตามกฎหมาย โดยใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก จึงไม่เกิดความสูญเสียขึ้น เจ้าหน้าที่จะรวบรวมหลักฐานเพื่อตรวจสอบสารพันธุกรรม (DNA) ตรวจสอบอาวุธปืนที่ยึดได้รวมทั้งพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและขยายความเชื่อมโยงกับคดีอื่นๆ ต่อไป

 

แถลงมติ คปต.แก้ปัญหาชายแดนภาคใต้

พ.อ.ปราโมทย์ เปิดเผยด้วยว่า ผลจากการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (คปต.) ครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2557 ที่ผ่านมา โดยมีพล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รองผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนฯ มีประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ

1.ที่ประชุมมีมติเห็นชอบโครงการแก้ปัญหาน้ำเพื่อการอุปโภคและบริโภคในพื้นที่บ้านตันหยงเปา อ.หนองจิก จ.ปัตตานี งบประมาณ 65 ล้านบาท โดยมอบหมายให้กรมชลประทานดำเนินการ

2.ที่ประชุมมีมติให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ใช้งบประมาณ 21 ล้านบาทจ่ายค่าที่ดินให้ราษฎรที่ขายที่ดินให้กับโครงการนิคมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลในพื้นที่จังหวัดปัตตานี

 

เร่งรัดตั้งหน่วยตำรวจประจำตำบล

3.ที่ประชุมมีมติให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเร่งรัดจัดทำโครงการหน่วยปฏิบัติการตำรวจประจำตำบลในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างเร่งด่วนเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ตามข้อเสนอของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

4.ประชุมมีมติให้กรมการทหารช่างเร่งรัดประสานกับสำนักงบประมาณเพื่อปรับรูปแบบการก่อสร้าง รวมทั้งงบประมาณและการเร่งการก่อสร้างถนน 37 สายระยะทาง 164 กิโลเมตร โครงการซ่อมปรับปรุงถนนเพื่อปัญหาความเดือนร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา (เทพา จะนะ สะบ้าย้อย นาทวี)วงเงินงบประมาน 835 ล้านบาท อย่างเร่งด่วน

 

หมายเหตุ : ข่าวบางส่วนเรียบเรียงจากเว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์