โสภณ พรโชคชัย เล่าเรื่องการเข้าพบ กัมปนาท รุดดิษฐ์ ผอ.ศูนย์ปรองดองฯ



เมื่อเวลา 17:00 น. ของวันศุกร์ที่ 4 กรกฎาคม 2557  พลโท กัมปนาท รุดดิษฐ์ ผอ.ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) ได้เชิญผมไปพบ ณ กองบัญชาการกองทัพบกเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องความปรองดอง ซึ่งผมก็ยินดีไปพบท่านด้วยความขอบพระคุณที่เชิญ

ในการนี้เจ้าหน้าที่ได้โทรศัพท์ไปที่ทำงานผมในเวลา 18:15 ของวันพฤหัสบดีที่ 3 กรกฎาคม แต่ผมไม่อยู่  พอผมทราบเรื่องก็ยังนึกว่ามีคนล้อเล่น เพราะโทรศัพท์มานอกเวลาราชการ แถมให้ไปพบนอกเวลาราชการอีก  จนกระทั่งเที่ยงวันรุ่งขึ้นเจ้าหน้าที่โทรศัพท์มาอีกครั้งโดยอำนวยความสะดวกให้ผมนำรถพร้อมคนขับเข้าไปจอดได้เลย แต่ผมไม่มีคนขับและไปแท็กซี่เพราะเกรงรถติด

เมื่อผมไปถึงก็ได้พบกับท่าน ผอ. และนายทหารยศนายพลอีก 2 ท่าน  ท่านบอกว่าท่าน หน.คสช. ให้ท่านมาทำความเข้าใจกับผม ผมได้ใช้เวลาคุยกันประมาณ 40 นาที  สุดท้ายผมได้มอบตำราและหนังสือที่ผมแต่งให้ท่าน และได้ add Line ของท่านนายพลท่านหนึ่งไว้ด้วย ผมเรียนว่าหากผมล้ำเส้นตรงไหน ก็แนะนำตักเตือนได้เสมอ  และต่อไปนี้เป็นสิ่งที่ผมพอจำได้จากการพูดคุย ดังนี้:

1. คสช. ไม่ต้องการใช้อำนาจที่มีอยู่ไปบีบบังคับใคร ข้อนี้ผมรู้สึกได้ชัด ท่าน ผอ. ให้เกียรติต้อนรับผมอย่างอบอุ่น เมตตาพูดคุยด้วยอย่างสุภาพ  เรียกพี่ เรียก ดร. ทั้งที่ท่านอาวุโสกว่าผมและเป็นนักรบมาโดยตลอด  ไม่มีการข่มขู่ใด ๆ  ท่านใดถูกเชิญตัวจึงสบายใจได้

2. ท่านกล่าวถึงความจำเป็นของรัฐประหาร  ผมไม่ได้แย้งท่านไปในขณะสนทนาแต่เชื่อว่าน่าจะมีการเตรียมการล่วงหน้า และหากรัฐบาลและทหารร่วมกันบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดตั้งแต่ที่นายสุเทพมุ่งโค่นล้มรัฐบาลยิ่งลักษณ์ซึ่งผิดกฎหมายอาญามาตรา 116 ก็คงไม่เลยเถิดมาจนเกิดรัฐประหาร 

3. ท่านกล่าวว่า คสช. ไม่ได้ทำรัฐประหารเพื่อหวังจะได้อำนาจเพื่อตนเอง  ข้อนี้ผมเชื่อ ผมคิดว่าสถานการณ์ในวันนี้ก็คล้ายกับปี 2549 ที่พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน ทำรัฐประหารโดยไม่ได้หวังที่จะมีอำนาจผูกขาดยาวนาน

4. ท่านชี้ว่า การ post เฟสบุคของผมเรื่องอดีตนายกฯ ทักษิณ ไม่ได้ทุจริตที่ดินรัชดาภิเษก อาจก่อให้เกิดการขัดแย้งในสังคมเพราะมีการนำข้อคิดเห็นของผมไปอ้างอิงต่างๆ นานา  ผมได้เรียนว่าในกรณีนี้ถือเป็นการมองต่างมุมด้วยข้อมูล ไม่ได้ปลุกปั่น  ท่านว่า คสช. ไม่ได้แตะต้องเกี่ยวกับการยึดทรัพย์เช่น คมช. แต่ปล่อยให้เป็นไปตามกฎหมาย  ข้อนี้ผมเห็นจริงตามท่าน

5. ท่านขอให้ผมอย่าได้ post อะไรที่ก่อให้เกิดความแตกแยกในห้วง 3 เดือนก่อนมีรัฐบาล  ผมรับปากท่านและยึดถือมาตั้งแต่แรกแล้วว่า ผมไม่ยุยงปลุกปั่นเดินขบวนต่อต้าน คสช. แต่หากมีใครเสนอข่าวที่จะก่อให้เกิดความแตกแยก ผมก็จะขออนุญาตมองต่างมุมเพื่อให้เกิดความสมานฉันท์

6. ท่านติงว่าคลิปสั้นๆ ที่ผมเผยแพร่ให้เห็นนักท่องเที่ยวจำนวนน้อยที่สนามบินสุวรรณภูมินั้น อาจให้ภาพลบ  ข้อนี้ผมชี้แจงว่าเป็นการนำเสนอข้อเท็จจริง ไม่ได้ discredit ใคร  ช่วงนี้หรือช่วงชุมนุมทางการเมือง  ปิดสนามบิน ฯลฯ ย่อมทำให้เกิดผลลบต่อการท่องเที่ยวบ้าง ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ชั่วคราว

7. ผมขอความกรุณาท่านว่า การที่ผม post facebook และมีคนมาแสดงความเห็น ถือว่าเป็นช่องทางเล็กๆ ให้คนได้ระบายบ้าง จะได้ไม่ระเบิดออกมาเป็นการไปชุมนุมริมถนน ซึ่งเป็นสิ่งที่ คสช. ไม่ปรารถนา  และผมก็จะได้ตรวจตราดู ไม่ให้มีการนัดแนะเคลื่อนไหวให้เป็นภัย

8.  ผมเรียนว่าผมไม่เคยมีเบื้องหลังเกี่ยวข้องกับอดีตนายกฯ ทักษิณ  ผมเพียงนิยมรัฐบาล (ใดก็ตาม) ที่มาจากการเลือกตั้ง ผมไม่เคยมีพฤติกรรมจาบจ้วงสถาบันฯ และทำกิจกรรมเทิดพระเกียรติอย่างสม่ำเสมอ  ท่านก็เมตตาเข้าใจผมในข้อนี้  ผมเรียนว่าแม้แต่ผู้สนับสนุนอดีตนายกฯ ยังเลิกต่อต้าน คสช.  ผมจึงยิ่งไม่มีเหตุผลไปต่อต้าน ท่านบอกว่าที่เป็นเช่นนั้นเพราะท่านได้เชิญมาคุยหมดแล้ว

9. ท่านยินดีรับข้อเสนอแนะของผมผ่านไปยัง คสช  ผมก็ขอบพระคุณท่าน และได้เรียนว่าที่ผ่านมาผมก็ได้เสนอผ่าน facebook และแถลงข่าวของศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (www.area.co.th) เสมอ  และหวังจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ

โดยสรุปแล้ว ผมไม่ต่อต้านรัฐประหารแน่นอน แต่ผมไม่เห็นด้วยกับรัฐประหารมาตั้งแต่ พ.ศ.2519 สมัยที่ผมยังเป็นนักศึกษาปี 1 ธรรมศาสตร์ และเป็นสมัยที่ท่าน หน.คสช. ยังเป็นนายร้อย ผมยังยึดมั่นอุดมการณ์ประชาธิปไตยที่ประชาชนต้องเป็นใหญ่ในแผ่นดิน  แต่ผมไม่แสวงหาลาภยศจากการแต่งตั้งทางการเมืองในตำแหน่งใดๆ  ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลในอดีต คสช หรือรัฐบาลในอนาคตก็ตาม