ชาวบ้าน 8 จังหวัดริมโขง เตรียมเดินสายค้านเขื่อนไซยะบุรี ก่อนตัดสินโครงการ 19 เม.ย.นี้

ชี้โครงการเขื่อนส่งผลกระทบใหญ่หลวงกับวิถีการดำรงชีวิตชุมชนและระบบนิเวศน์แม่น้ำโขง เตรียมเดินสายยื่นหนังสือ กก.สิทธิฯ อาเซียน-สถานทูตลาว-อภิสิทธิ์-ส.ว. หวังค้านโครงการก่อน MRC เปิดประชุม วานนี้ (17 เม.ย.54) นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ จ.เชียงราย เปิดเผยว่า ในวันที่ 18 เม.ย.นี้ ชาวบ้านประมาณ 100 คนจาก 8 จังหวัดภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำโขงจะเดินทางมากรุงเทพฯ เพื่อยื่นหนังสือคัดค้านโครงการสร้างเขื่อนไซยะบุรี แขวงไซยะบุรี สาธารณะรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) เนื่องจากชาวบ้านเชื่อว่า หากโครงการดังกล่าวเกิดขึ้นจะเกิดผลกระทบใหญ่หลวงกับวิถีการดำรงชีวิตของชุมชนและระบบนิเวศน์ของแม่น้ำโขง สืบเนื่องจาก ในวันที่ 19 เม.ย.นี้ สำนักงานคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง หรือ เอ็มอาร์ซี (Mekong River Commission: MRC) จะจัดการประชุมวาระพิเศษของคณะกรรมการร่วม (Joint Committee Special Session) 4ประเทศ (กัมพูชา, ลาว, ไทย และเวียดนาม) ที่สำนักงานในนครหลวงเวียงจันทน์เพื่อหาข้อสรุปเกี่ยวกับการก่อสร้างโครงการดังกล่าว นายนิวัฒน์กล่าวว่า ในช่วงเช้าวันที่ 18 ตั้งแต่เวลา 9.00 น.ชาวบ้านทั้งหมดจะร่วมแลกเปลี่ยนสถานการณ์กันที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) โดยมีนายประสาร มฤคพิทักษ์ และนางเตือนใจ ดีเทศน์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา นางสุนี ไชยรส ว่าที่กรรมการปฏิรูปกฎหมาย รวมทั้งนักวิชาการ มาร่วมให้กำลังใจ และในเวลา 10.00 น.จะมีการยื่นหนังสือต่อ ดร.ศรีประภา เพชรมีสี ผู้แทนไทยในคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนอาเซียน จากนั้นเวลา 12.00 น.ชาวบ้านทั้งหมดจะเดินทางไปยังสถานทูตลาวประจำประเทศไทยเพื่อยื่นจดหมายถึงรัฐบาลลาว ส่วนช่วงบ่ายจะเดินทางไปยื่นหนังสือต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนที่จะเดินทางไปยื่นหนังสือต่อนายสุรจิต ชิรเวช ส.ว.สมุทรสงคราม และ น.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นกรรมาธิการพิจารณากรณีการสร้างเขื่อนไซยะบุรี นายนิวัฒน์กล่าวว่า ขณะนี้กระแสการต่อต้านการสร้างเขื่อนไซยะบุรีกำลังรุนแรงขึ้นทุกวัน โดยสื่อมวลชนของเวียดนามในหลายสำนักได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การสร้างเขื่อนครั้งนี้ เนื่องจากเวียดนามเป็นประเทศท้ายน้ำซึ่งจะได้รับผลกระทบ และล่าสุดเมื่อวันที่ 14 เมษายนที่ผ่านมา นายจิม เว็บบ์ ประธานอนุกรรมาธิการเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ของสหรัฐฯ ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้มีการชะลอสร้างเขื่อนนี้ เพราะอาจส่งผลกระทบกับประชาชน 60 ล้านคนที่พึ่งพาแม่น้ำโขง นายนิวัฒน์กล่าวว่า ในส่วนของประเทศไทยนั้น ชาวบ้านริมแม่น้ำโขงต่างรู้สึกกังวลมาก เพราะหากมีการสร้างเขื่อนไซยะบุรีจริง จะทำให้ปลานับร้อยสายพันธุ์ต้องหายไป โดยเฉพาะปลาบึกซึ่งว่ายจากตอนใต้ของลาวไปวางไข่บริเวณเชียงของทุกปี ย่อมไม่สามารถว่ายผ่านเขื่อนไปได้อีก “แต่ขณะนี้รัฐบาลไทยยังไม่ได้แสดงท่าทีใดๆ ออกมาชัดเจน ทั้งๆ ที่มีประชาชนจำนวนมากได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนครั้งนี้ ดังนั้นพวกเราจึงต้องเดินทางมาเรียกร้องให้ทุกฝ่ายช่วยกันทำหน้าที่ของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา โดยมีผลประโยชน์ของประชาชนเป็นตัวตั้ง” นายนิวัฒน์ กล่าว ทั้งนี้ ระหว่างวันที่ 3-8 เม.ย.ที่ผ่านมา เครือข่ายภาคประชาชน 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขงได้จัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นเพื่อปรึกษาหารือและรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในจังหวัดดังกล่าวที่จะได้รับผลกระทบโดยตรงจากการสร้างเขื่อนไซยะบุรีใน สปป.ลาว และสิ้นสุดที่จังหวัดอุบลราชธานีในวันที่ 8 เม.ย.54 โดยได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีไทยแสดงความไม่เห็นด้วยต่อการสร้างเขื่อนดังกล่าว และให้ยกเลิกแผนการรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการเขื่อนไซยะบุรี รวมทั้งให้เลื่อนการตัดสินใจการให้ความเห็นชอบต่อการสร้างเขื่อนดังกล่าวของตัวแทนแต่ละประเทศที่จะมีขึ้นในวันที่ 19 เม.ย.นี้ออกไป เพื่อให้มีการศึกษาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นอย่างรอบด้านและเปิดเผยข้อมูลต่อประชาชนที่เกี่ยวข้องอย่างทั่วถึง ที่มา: มติชนออนไลน์ และ เว็บไซต์องค์กรแม่น้ำเพื่อชีวิต แถลงการณ์ เครือข่ายภาคประชาชน 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง เรื่อง คัดค้านการสร้างเขื่อนไซยะบุรี ตามที่เครือข่ายภาคประชาชน 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขงอันประกอบด้วยจังหวัดเชียงราย เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี ได้จัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทั้ง 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง จำนวน 5 ครั้ง เริ่มตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน พ.ศ.2554 ที่ อ.เชียงคาน จ.เลย และสิ้นสุดที่จังหวัดอุบลราชธานีในวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2554 เพื่อปรึกษาหารือและรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในจังหวัดดังกล่าวที่จะได้รับผลกระทบโดยตรงจากการสร้างเขื่อนไซยะบุรีใน สปป.ลาว เนื่องจากที่ผ่านมาไม่ได้มีการเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนได้รับรู้เลยในขณะที่โครงการก่อสร้างเขื่อนนี้มีการดำเนินงานไปอย่างเร่งรีบ และคาดว่าจะมีการประชุมแสดงความเห็นชอบอนุมัติโครงการดังกล่าวในวันที่ 19 เมษายน นี้ เขื่อนไซยะบุรีกั้นแม่น้ำโขงที่แขวงไซยะบุรี สปป.ลาว เหนือขึ้นไปจาก อ.เชียงคาน จ.เลย เพียงประมาณ 200 กิโลเมตร ตัวเขื่อนมีความยาว 810 เมตร มูลค่าการลงทุนกว่า 100,000 ล้านบาท ที่ผ่านมา 4 เขื่อนจีนที่กั้นแม่น้ำโขงแม้จะอยู่ไกลกว่าเขื่อนไซยะบุรี แต่ได้สร้างผลกระทบต่อคนลุ่มน้ำโขงตอนล่างอย่างชัดเจน ถ้าสร้างเขื่อนไซยะบุรีสำเร็จจะเกิดผลกระทบกับพี่น้องชาวลาว กัมพูชา เวียดนาม และที่สำคัญคือประเทศไทยทั้ง 8 จังหวัดดังกล่าวรวมถึงคนริมฝั่งแม่น้ำสาขาของแม่น้ำโขง ผลกระทบสำคัญที่จะเกิดขึ้นคือ การปิดกั้นเส้นทางอพยพของปลาโดยเฉพาะปลาบึก การทำลายระบบนิเวศทั้งระบบของแม่น้ำโขง การสูญเสียพื้นที่เกษตรกรรมริมฝั่งโขง ผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ฯลฯ อันเป็นการทำลายวิถีชีวิตของคนริมฝั่งโขงโดยตรง สาเหตุสำคัญที่รัฐบาลไทยจะต้องรับผิดชอบต่อการทำลายแม่น้ำโขงครั้งนี้ก็เพราะว่าเป็นการสนับสนุนบริษัท ช.การช่างของไทยไปสร้างเขื่อนนี้ ทุนที่สนับสนุนการสร้างเขื่อนก็คือ 4 ธนาคารของไทย และคนที่รับซื้อไฟฟ้าก็คือการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ซึ่งจะรับซื้อไฟฟ้าจากเขื่อนนี้ถึงร้อยละ 95 จากการประชุมกับเครือข่ายดังกล่าวได้มีมติเห็นพ้องต้องกันที่จะแสดงเจตนารมณ์ว่า “พวกเราไม่ต้องการเขื่อนไซยะบุรีและเขื่อนใดๆในแม่น้ำโขง และพร้อมที่จะต่อสู้จนถึงที่สุด” มติของเครือข่ายฯ ได้มีข้อสรุปที่จะให้การดำเนินงานร่วมกัน คือ ประการแรก จะมีการล่ารายชื่อประชาชนที่ไม่เห็นด้วยเพื่อยื่นเสนอต่อนายกรัฐมนตรีของไทย และผู้เกี่ยวข้องรวมทั้งรัฐบาลของประเทศเขมร ลาว และเวียดนาม ในวันที่ 18 เมษายน นี้ ประการที่สอง รณรงค์ติดป้ายแสดงจุดยืนของประชาชน 90 ตำบลลุ่มน้ำโขง ว่าไม่เอาเขื่อนไซยะบุรีและพรรคการเมืองที่สนับสนุนการสร้างเขื่อนไซยะบุรี ประการที่สาม จัดตั้งกองทุนเพื่อสนับสนุนการปกป้องแม่น้ำโขงของเครือข่ายดังกล่าว ประการที่สี่ การจัดทำข้อมูลท้องถิ่นเกี่ยวกับระบบนิเวศและวัฒนธรรมของชุมชนทั้งหมดตลอดล้ำน้ำโขง รวมทั้งข้อมูลความเสียหายที่จะเกิดขึ้น เพื่อเตรียมฟ้องร้องผู้เกี่ยวข้องกับการสร้างเขื่อนต่อศาลปกครอง ดังนั้น เครือข่ายภาคประชาชน 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง จึงขอเรียกร้อง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้นำรัฐบาลและผู้กำกับดูแลรัฐมนตรีที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสนับสนุนการสร้างเขื่อนดังกล่าว ดังนี้ ให้แสดงความไม่เห็นด้วยต่อการสร้างเขื่อนดังกล่าว เพื่อปกป้องประชาชนและผลประโยชน์ของประเทศ ให้ยกเลิกแผนการรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการเขื่อนไซยะบุรี ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยปกป้องความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังได้ช่วยร่วมปกป้องทรัพยากรลุ่มแม่น้ำโขง และวัฒนธรรมของประชาชนในลุ่มแม่น้ำโขง ให้สามารถดำรงต่อไปได้อย่างยั่งยืน ให้เลื่อนการตัดสินใจการให้ความเห็นชอบต่อการสร้างเขื่อนดังกล่าวของตัวแทนแต่ละประเทศที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 19 เมษายน 2554 นี้ออกไป เพื่อให้มีการศึกษาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นอย่างรอบด้านและชัดเจน พร้อมกับการเปิดเผยข้อมูลต่อประชาชนที่เกี่ยวข้องอย่างทั่วถึง เราคาดหวังว่ารัฐบาลไทย จะไม่คำนึงถึงผลประโยชน์เชิงธุรกิจของคนส่วนน้อย แต่ทำลายวิถีชีวิตของคนลุ่มน้ำโขงนับล้านคนให้ซ้ำหนักลงไปอีก เราคาดหวังว่า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะเป็นนายกรัฐมนตรีที่สามารถบริหารประเทศด้วยความเที่ยงธรรม และรับฟังความเห็นของภาคประชาชนผู้ได้รับผลกระทบเป็นสำคัญมากกว่าผลประโยชน์ของคนไม่กี่คน เครือข่ายภาคประชาชน 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง ณ จังหวัดอุบลราชธานี 8 เมษายน 2554 “หยุดทำร้ายแม่น้ำโขง หยุดกั้นเส้นทางปลาบึก หยุดทำลายบั้งไฟพญานาค หยุดสร้างเขื่อนไซยะบุรี !”

Comments

หากแกนนำ เครือข่ายภาคประชาชน

หากแกนนำ เครือข่ายภาคประชาชน 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง น่าเอาเยื้องอย่าง ท่านพ่อโพธิลักษณ์ และมหาจำลอง ไม่ยึดติดรสารมณ์ ความอร่อยของปลาแม่น้ำโขงจนเกินเหตุ ขอให้เปลี่ยนมากินผักกินหญ้าเสียเถิด จะได้ไม่ต้องไปขวางบาท ก้าวสู่เจริญวัฒนาของคนลาวเขา