คนเสื้อแดงร่วมทอล์คโชว์ “วอน นอน คุก” ล้อปัญหาการเมืองไทย

บก.ลายจุดจัดทอล์คโชว์ “วอน นอน คุก” ล้อเลียนเรื่องการเมือง คนเสื้อเเดงร่วมงานล้นหลาม เผยเตรียมตั้งโรงเรียนเเกนนอน สอนประชาธิปไตย สร้างความเข้มแข็ง โดยไม่ต้องพึ่งแกนนำ

 

วานนี้ (6 ธ.ค.)  ที่ชั้น 6 ห้างอิมพีเรียล ลาดพร้าว นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด แกนนำกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง ได้จัดการแสดงทอล์คโชว์ "วอน นอน คุก" ขึ้น หลังจากที่ได้เลื่อนการจัดงานจากวันที่ 5-6 ธ.ค.มาเป็นวันที่ 6 ธ.ค.เพียงวันเดียว โดยมีกลุ่มคนเสื้อแดงมาร่วมงานจำนวนมาก

สำหรับเนื้อหาในการทอล์กโชว์นั้น มีการกล่าวพาดพิงถึงกลุ่มบุคคลกลุ่มต่างๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทางการเมืองไทยในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่การรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 การร่างรัฐธรรมนูญ 2550 ฉีกรัฐธรรมนูญ 2540 การสลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงเมื่อเดือน เม.ย.- พ.ค.2553 และการสืบสวนข้อเท็จจริงที่อยู่ในการดูแลของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ รวมทั้งเรื่อง 2  มาตรฐานในสังคมไทย

นอกจากนั้น นายสมบัติยังได้นำบทกลอนของนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อที่เขียนผ่านกรงขัง ลงชื่อจาก "คนนอนคุก" มาอ่านบนเวทีเรียกเสียงปรบมือก้องห้องประชุม อีกทั้งยังมีการขับร้องเพลง ชื่อ "ศิษย์เก่าราชประสงค์" ที่แต่งโดยกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง ในโอกาสครบรอบ 4 ปีรัฐประหาร 8 เดือนราชประสงค์ โดยกลุ่มศิลปินลูกหลานคนเสื้อแดง
 
ส่วนบรรยากาศภายในฮอลล์ชั้น 6 ผู้ชมส่วนใหญ่สวมใส่เสื้อผ้าสีแดง และมีสัญลักษณ์ทั้งผ้าพันคอและตีนตบมาประกอบการชม นอกจากนี้บริเวณชั้น 5 และ 6 ของห้างยังมีการจัดขายเสื้อสัญลักษณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มคนเสื้อแดง อาทิ เสื้อวันอาทิตย์สีแดง และเสื้อที่มีข้อความเรียกร้องให้ปล่อยตัวแกนนำและคนเสื้อแดงที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ รวมทั้งมีการออกร้านขายอาหารและเครื่องดื่มกันอย่างคึกคัก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมบัติ กล่าวภายหลังจบการแสดงรอบแรกว่า การเคลื่อนไหวต่อจากนี้ตนจะขอเป็นหลักในวันที่ 19 ธันวาคม จะมีกิจกรรมครบรอบ 8 เดือนราชประสงค์ เชิญชวนประชาชนทั่วประเทศพับนกกระดาษสีแดงจำนวน 1 ล้านตัว นำมาติดห้อยตามต้นไม้รอบๆ ราชประสงค์ เพื่อให้ระลึกถึงปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง นำไปสู่การจองจำ

นายสมบัติ อธิบายว่า นกกระดาษสีแดงนี้จะเป็นสัญลักษณ์ให้ปล่อยหรือประกันตัวนักโทษการเมือง เพราะจากการที่ได้เดินทางไปเยี่ยมนักโทษการเมืองในหลายจังหวัด พบว่าเป็นการลงโทษไม่เหมาะสม เช่น เรื่องโทษวางเพลิงที่ออกหมายจับถึง 400 กว่าคนถือว่าโหดมาก ทั้งที่ผู้เกี่ยวข้องอาจมีไม่ถึง 10 คนด้วยซ้ำ และแม้แต่แกนนำที่เข้ามอบตัวก็ควรได้รับการประกันตัว รัฐบาลต้องส่งสัญญาณให้ชัดเจนในเรื่องการประกันตัว

นายสมบัติ กล่าวด้วยว่า ในปีหน้าจะลดบทบาทการเคลื่อนไหวกิจกรรมของกลุ่มอาทิตย์สีแดง และจะเน้นวางรากฐานทางความคิดในโรงเรียนประชาธิปไตยในรูปแบบแกนนอน คู่ขนานไปกับโรงเรียน นปช. ของนางธิดา ถาวรเศรษฐ์ โดยวางว่าจะทำงานด้านความคิดเกี่ยวกับประชาธิปไตยให้มาก และหลักสูตรของโรงเรียนจะเน้นใน 4 ประเด็น คือ 1.ประชาธิปไตยคืออะไร 2.ว่าด้วยเรื่องการสื่อสารประชาธิปไตยให้คนต่างสีเข้าใจ คนเสื้อแดงต้องเป็นนักอธิบายได้ 3.รวมกลุ่มหรือจัดตั้งองค์กรประชาธิปไตย และ 4.สามารถออกแบบกิจกรรมประชาธิปไตยได้เอง

ทั้งนี้ เขาได้วางแผนที่จะก่อตั้งโรงเรียนแกนนอนให้ได้ภายในระยะเวลา 1 ปี โดยหลังจากทอล์กโชว์ครั้งนี้ก็จะเริ่มทำการเวิร์คชอปในต้นเดือน ม.ค.2554 ทันที

นาย สมบัติ กล่าวอีกว่า การตั้งโรงเรียนแกนนอนไม่ได้จุดประสงค์หรือโจมตีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ต้องการที่จะสร้างประชาธิปไตยในระดับพื้นฐานให้กับประชาชนทุกกลุ่ม ซึ่งส่วนตัวสนใจในแกนนำระดับซอย เเละระดับหมู่บ้านที่จะทำให้คนเหล่านี้สามารถรวมกลุ่มแล้วเข้าใจประชาธิปไตย ที่ถูกต้องว่าคืออะไร ไม่สนใจแกนนำในระดับจังหวัด ซึ่งตั้งเป้าว่าจะสอนกลุ่มละ 15-30 คนขึ้นไป กระจายเป็นกลุ่มๆ เล็กๆ ทั่วประเทศ โดยหลักสูตรหนึ่งจะใช้เงินไม่เกิน 150 บาทต่อคน เมื่อกลุ่มเหล่านี้กระจายไปทั่วประเทศก็จะสามารถรวมกลุ่มกันทำกิจกรรมได้ ด้วยตัวเองได้อย่างเข้มแข็ง โดยไม่ต้องพึ่งแกนนำ ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว โดยตนไม่ต้องออกมาเป็นแกนนำตลอดไป จะมีคนเหล่านี้ขึ้นมาทำกิจกรรม อย่างใดอย่างหนึ่งได้ทันทีและทั้งประเทศในเรื่องประชาธิปไตย

เรียบเรียงเนื้อหาบางส่วนจาก: มติชนออนไลน์  และ เนชั่นทันข่าว

 

Comments

the show must go on and on

the show must go on and on and on.....

until the sor-or-chor is dead....

until thailand has true democracy....... (not military backed democracy we are having now!)

cheers....

ดีกว่า แช่ม ก็แล้วกัน 555

ดีกว่า แช่ม ก็แล้วกัน 555 ที่ไม่มีดีจะอวด อิอิ
อ๋อมีครับ ลืมไป ชอบ อวดความโง่ ความขี้เท่อ ของตัวเอง

แช่ม ประชาไท

[quote=แช่ม ประชาไท]จำอวดคราวนี้...

ไม่มี "โน๊ต อุดม" ด้วยเหรอ ครับ[/quote]

พี่แช่มใจเย็น.. มีจำอวดที่HOTยิ่งกว่าโน๊ต อุดม รอแสดงมกรา ศกหน้า..หลังเลื่อนการแสดงจาก 11ธ.ค. นี้ไปเป็น มกราปี..หน้า...พี่แช่มช่วยๆไปดูหน่อยน่ะ...คราวที่แล้วเค้าจัดโชว์งานมันกร่อยน่ะ...คนไม่เข้าชมการแสดง..สงสัยมุขฝืด.....

อ้าว

อ้าว ตกข่าวเขาย้ายอีกแล้วหรือ
มาชื่นชม สนับสนุน บก.ลายจุดของเรา ทำได้ดีมาก เสียดายที่นั่งไม่พอ (ไม่ได้ไป พวกที่ไปเขาว่ากัน) รอซื้อ VCD

มองทะลุว่านะ

มองทะลุว่านะ ชาวบ้านรู้จักประชาธิปไตยพื้นฐานแล้วล่ะ
รู้และเข้าใจมากกว่าชนชั้นกลาง-ชนชั้นกลวงเสียอีก

มองทะลุว่าปัญหาการเมืองไทยตอนนี้อยู่ที่วัฒนธรรม-ความเคยชินที่ครอบงำอยู่ แล้วตัวนี้แหละที่ทำให้เราเป็นประเทศค่อนไปทางด้อยพัฒนา

[i]มุกหอม วงษ์เทศ[/i] ชำแหละกระฎุมพีไทยในวารสารอ่านซึ่งหากสรุปในภาษาของมองทะลุสรุปได้ว่า

ชนชั้นกลางไทย [b]โง่แต่อวดฉลาด[/b] คิดว่า การศึกษา=มีสติปัญญา
คิดว่ารู้โลก-ชีวิตดีแล้ว และเชื่อว่ารู้โลกและชีวิตดีกว่าชาวบ้านชาวชนบท
โง่แต่อวดฉลาดซะจริงๆ

การศึกษาป.ตรี-เอกของไทย มันแค่ [b]เรียนวิชาชีพ[/b]
ก็พอๆกับที่ชาวบ้านเรียนอาชีพต่างๆ อย่างทำอาหารชนิดต่างๆ อาชีพช่างยนตร์ ช่างคอมพิวเตอร์ สารพัดอะไรนั่น

ก็คือว่า จุดมุ่งหมายมันเหมือนกัน [b]เรียนทักษะการทำงานเพื่อแลกรายได้[/b]
(ยกเว้น ป.เอก ที่ถูกคาดหวังว่าจะสร้างองค์ความรู้เพิ่มขึ้นจากที่มีอยู่เดิม)

มันไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อ [b]สร้างสติปัญญา[/b] ซะหน่อย

นึกดูสิ เรียนประถมถึงม.ปลาย เรียนอะไร
เข้ามหาลัยเรียนอะไร

การศึกษาในภาพใหญ่คือจัดคนเข้าไปในระบบเศรษฐกิจ พวกที่สละหรือออกหรือถูกออกจากการศึกษาระดับประถม กลายเป็นแรงงานเกษตรหรือแรงงานระดับล่าง พวกที่สละหรือออกหรือถูกคัดออกตอนมัธยม แยกไปเรียนอาชีวะเป็นแรงงานแบบมีทักษะ พวกที่จบมหาลัยแยกเป็นวิชาชีพอิสระ-หมอ ทนาย กับพวกที่วิชาชีพที่เหมาะแก่การทำงานในองค์กรตั้งแต่ขนาดเล็กถึงใหญ่ ถ้าไม่ทำในองค์กรจะลำบาก เช่น บัญชี นิเทศ คุรุ

ทักษะติดตัวของคนจบป.ตรีไทย(และอาจจะทั่วโลก?)ที่ชัดๆคือการท่องจำ คือมันต้องท่องมาเป็นชั้นๆ ตั้งแต่ชั้นประถม ถึงจะไปเรียนมัธยมได้ แล้วก็จากมัธยมท่องจำเพื่อสอบเข้าเรียนมหาลัย ครั้นเรียนมหาลัยก็ท่องจำวิชาชีพ ถามคนเรียนหมอดูสิ มันต้องท่องจำเยอะแยะไปหมดใช่ไหม

ดังนั้นเวลา 'คนมีการศึกษา' พูดอะไรออกมา มักจะเป็น ทวนซ้ำสิ่งที่ท่องจำมา หาน้อยน่ะที่จะพูดอะไรที่แตกต่างหรือใหม่จากสิ่งที่เคยได้ยินมาแล้ว

ถ้าเข้าใจตรงนี้ จะเห็นว่าคุณสมบัติแท้ๆของคนมีการศึกษาคือเป็นนักท่องจำ ท่องจำสิ่งที่ครู-อาจารย์พูดในห้องเรียนร่วม20ปี(นับจากที่ท่องจากตำราด้วย) แต่อวดฉลาดว่ามีสติปัญญา ตรวจเช็คตรรกะคำพูดไม่เป็น รู้แคบเฉพาะทางเฉพาะด้านแต่อวดฉลาดรู้ครอบจักรวาลอีกทั้งไม่รู้จักหลักการของศาสตร์อื่นที่สอนถึงตัวมนุษย์เองและการอยู่ร่วมกันในสังคม (สายมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์) แยกข้อเท็จจริง-เรื่องเล่า-ข้อสันนิษฐาน-การคาดคะแนไม่เป็น จัดระดับความถูกต้องน่าเชื่อถือของข้อมูล-ข่าวสารไม่เป็น เห็น'คนมีการศึกษา'อวดฉลาดแล้วสังเวชใจ เพราะคนแบบนี้แหละที่รวมๆกันแล้วทำให้ได้ภาพรวมประเทศเป็นประเทศออกไปทางด้อยพัฒนา

ดังนั้น คนมีการศึกษาอย่าทะนงตัวว่าเหนือกว่าชาวบ้าน จงยอมรับความจริงว่าต้นปี2549 ก่อนจะมาเป็นเสื้อแดงปี2553นั้น คนมีการศึกษา'เสียหลัก'กันไปเยอะกว่าจะมาตั้งหลักได้ บางคนตั้งหลักได้ตอนนายกฯม.7 บางคนตั้งหลักได้ตอน19กันยา แล้วก็หลัง19กันยา บางคนตั้งหลักทบทวนตัวเองรู้จัก'ความกลวงในตัวเอง'ได้ตอน10เมษา

ขบคิดให้ออกว่าทำไมถึงเสียหลัก แล้วทำยังไงถึงจะไม่เสียหลักง่ายๆอีก

อยากสอนชาวบ้านใช่ไหม พวกเขารู้ประชาธิปไตยพื้นฐานแล้วคือเชื่อมั่นในระบบเลือกตั้งมากกว่าชนชั้นกลางที่เป็นนักแก่งแย่งแข่งและมีโอกาสในชีวิตดีกว่า แต่พวกเขาอาจไม่รู้พลังอำนาจในมือที่มากไปกว่าหย่อนบัตรเลือกตั้ง ก็ต้องหาให้เจอ เอาความรู้ของคนมีการศึกษาไปหาว่าพลังของเสียงส่วนใหญ่อยู่ตรงไหน เช่นอารยะขัดขืนที่เคยพุดกันมากช่วงปี2549 หรือเช่นหลักวิชาเศรษศาสตร์ พลังอำนาจของประชาชนในฐานะผู้บริโภคหล่อเลี้ยงระบบเศรษฐกิจ เช่น ลด-ชะลอ-หยุด การบริโภค ประหยัดไม่ฟุ่มเฟือยฟุ้งเฟ้อเน้นเก็บออมธนาคารหรือสหกรณ์ออมทรัพย์ ดังที่มองทะลุเคยเล่าข่าวกรณีผู้บริโภคชาวอเมริกันลดการบริโภคจนทำให้เศรษฐกิจชะลอตัว

โจทย์ใหญ่จึงไม่ใช่ประชาธิปไตย แต่โจทย์ใหญ่คืออำนาจอธิปไตยของปวงชน ทำอย่างไรให้'หลักเสียงส่วนมาก'ได้รับความเคารพหรือเอาชนะทรราชเสียงส่วนน้อย

น่าจะนำเสนอแผนการสอนของโรงเรี

น่าจะนำเสนอแผนการสอนของโรงเรียนแกนนอนที่ว่านั้น มาให้สังคมออนไลน์ได้วิจารณ์กันก่อนน่าจะดี น่ะ..? ว่าสามารถ
นำไปปฏิบิติได้จริงรึป่าว..? ไม่ใช่ไปทึกทักเข้าใจเอาเอง จักเสียเวลาเปล่า อ๊ะ น๊ะ..? เพราะที่ได้สัมผัสบุคคลแวดล้อม
บก.ลายจุด หลายคนเท่าที่เห็นยังไม่ได้มีความคิดเป็นนักประชาธิปไตยที่แท้จริงเลย ที่พูดมาทั้งหมดนี้ด้วยความเป็นห่วงจากใจจริง ๆ น๊ะ..?? เพราะว่าไม่อยากเห็นความล้มเหลวในการต่อสู้ของมวลชนคนเสื้อแดงในก้าวต่อไปข้างหน้านี้ เมื่อลุกขึ้นมาสู้แล้วคุณต้องมั่นใจในชัยชนะให้ได้แบบเบ็ดเสร็จเด็จขาดจริง ๆ มิใช่ความเป็นประชาธิปไตยที่อ่อนปวกเปียก เพียงแค่โจรชั่วพลเอกประยุดธ์ ไอจามทีเดียวก็ล้มคลืนลง..?? ชิมิ ๆๆ (มิมีเจตนาจะบั่นทอนกำลังใจของใครเลยน่ะขอบอก)

ธีระ สว่างใส

[quote=ธีระ สว่างใส]น่าจะนำเสนอแผนการสอนของโรงเรียนแกนนอนที่ว่านั้น มาให้สังคมออนไลน์ได้วิจารณ์กันก่อนน่าจะดี น่ะ..? ว่าสามารถ
นำไปปฏิบิติได้จริงรึป่าว..? ไม่ใช่ไปทึกทักเข้าใจเอาเอง จักเสียเวลาเปล่า อ๊ะ น๊ะ..? เพราะที่ได้สัมผัสบุคคลแวดล้อม
บก.ลายจุด หลายคนเท่าที่เห็นยังไม่ได้มีความคิดเป็นนักประชาธิปไตยที่แท้จริงเลย ที่พูดมาทั้งหมดนี้ด้วยความเป็นห่วงจากใจจริง ๆ น๊ะ..?? เพราะว่าไม่อยากเห็นความล้มเหลวในการต่อสู้ของมวลชนคนเสื้อแดงในก้าวต่อไปข้างหน้านี้ เมื่อลุกขึ้นมาสู้แล้วคุณต้องมั่นใจในชัยชนะให้ได้แบบเบ็ดเสร็จเด็จขาดจริง ๆ มิใช่ความเป็นประชาธิปไตยที่อ่อนปวกเปียก เพียงแค่โจรชั่วพลเอกประยุดธ์ ไอจามทีเดียวก็ล้มคลืนลง..?? ชิมิ ๆๆ (มิมีเจตนาจะบั่นทอนกำลังใจของใครเลยน่ะขอบอก)[/quote]
แบบนี้ต้องรีบไปเข้าโรงเรียนแกนนอนร่วมด้วยช่วย คุณหนูหริ่งเลยอ่ะค่ะ จะได้ช่วยกันคิดช่วยกันถางทางสู้ เราจะได้ไม่ล้มระเนระนาดกันอีก..(ไม่ได้ประชดอะไรนะค้า).การช่วยกันร่วมแรงคิด แรงใจ ไม่ได้เป็นการบั่นทอนแน่นอนคะ

ครับ เป็นความคิดที่ดีครับ

ครับ เป็นความคิดที่ดีครับ ประชาชนจะได้รู้เท่าทันไอ้พวกเผด็จการอำมาตย์ที่คอยกดหัวมากขึ้น ขอให้กำลังใจและอำนวยอวยพรให้โครงการประสพความสำเร็จ ครับผม

ขอเป็นกำลังใจให้ด้วยครับ

ขอเป็นกำลังใจให้ด้วยครับ เห็นด้วยกับความคิดให้มีการสอนออนไลน์ด้วย ถ้าเป็นไปได้ ขอให้ประสบความสำเร็จไปถึงจุดมุ่งหมาย