บนเวทีเสวนาระหว่างเหลือง-แดง

สถานการณ์สมมุติ : บนเวทีเสวนาแห่งหนึ่ง ตัวแทนของคนเสื้อเหลืองและคนเสื้อแดงได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ในบรรยากาศของการใช้เหตุผลและเคารพความเห็นต่างในทางการเมือง

เสื้อเหลือง : ผมว่าปัญหามันอยู่ที่ทักษิณเพียงคนเดียว ถ้าทักษิณหยุดเคลื่อนไหวทางการเมือง และพูดคำเดียวให้คนเสื้อแดงหยุด ปัญหาความขัดแย้งในบ้านเมืองก็จบ

เสื้อแดง : คุณคิดอะไรแบมักง่ายเสมอเลย ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ทักษิณ อยู่ที่การทำรัฐประหารต่างหาก เมื่อปล้นอำนาจเขาไปทักษิณย่อมมีสิทธิ์ทวงคืน จะให้เขาหยุดเคลื่อนไหวได้อย่างไร และถึงทักษิณจะหยุด แน่ใจหรือว่าคนเสื้อแดงที่ไม่เอารัฐประหารจะยอมหยุดด้วย

เสื้อเหลือง: นี่คุณกำลัง “ตัดตอน” ความจริงนะ คุณต้องมองความจริงให้ตลอด ไม่ใช่อยู่ๆจะเกิดรัฐประหารขึ้นได้ ทักษิณนั่นแหละโกงชาติบ้านเมือง คิดล้มล้างสถาบัน เป็นบุคคลอันตรายต่อสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เราจะปล่อยให้คนเลวที่ทรยศชาติบ้านเมืองลอยนวลอยู่ได้อย่างไร ฉะนั้น รัฐประหารจึงจำเป็นต้องเกิดขึ้น

เสื้อแดง : ถ้าทักษิณเลวอย่างคุณว่าจริง ทำไมไม่จัดการกับเขาตามกระบวนการประชาธิปไตย ทำไมต้องรัฐประหาร!

เสื้อเหลือง : นี่คุณก็ไม่เข้าใจอีกนั่นแหละ สงสัยไม่ค่อยได้ติดตามข่าวสารบ้านเมืองมั้ง เลยถูกทักษิณและลิ่วล้อหลอกได้ง่ายๆ คุณไม่รู้หรือว่าในยุคทักษิณเรืองอำนาจเขาทำอะไรบ้าง ซุกหุ้น คอร์รัปชันบูรณาการ โคตรานุวัตร โคตรโกง โกงทั้งโคตร แทรกแซงสื่อ องค์กรอิสระ วุฒิสภา ศาลรัฐธรรมนูญเขาก็สั่งได้ ไม่ต้องพูดถึง กกต.เพราะทั้งหมดนั้นคือคนของเขา ตำรวจเป็นของเขา ผู้นำกองทัพคือญาติและเพื่อนร่วมรุ่นของเขา กระบวนการประชาธิปไตยจะทำอะไรเขาได้ เลือกตั้งใหม่เขาก็ได้เป็นนายกฯอีก สรุปแล้วทักษิณจะโกงยังไงใครก็ทำอะไรเขาไม่ได้

มีเสียงแทรกจากข้างล่างเวที : ผมว่าเราต้องดูสถานการณ์ตอนนั้นด้วย พันธมิตรฯประกาศสงครามครั้งสุดท้าย เคลื่อนมวลชนเรือนแสนจะขับไล่ทักษิณออกจากตำแหน่ง เอ่อ...ออกจากการเมืองให้ได้ ขณะนั้นก็มีข่าวว่าอาจจะมีการจัดม็อบเสื้อแดงสร้างสถานการณ์ “ม็อบชนม็อบ” เสร็จแล้วทักษิณอาจชิงทำรัฐประหารและประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเสียเอง เมื่อนั้นอาจจะเกิดเหตุการณ์นองเลือดครั้งใหญ่กว่าประวัติศาสตร์ครั้งใดๆ เพราะสถานการณ์เฉพาะหน้าบังคับรัฐประหารจึงจำเป็นต้องเกิดขึ้น

เสื้อแดง : ไม่จริง!ไม่จริง! มันหลุดออกมาจากปากพลเอกสพรั่ง กัลยาณมิตรเองว่า เขาเตรียมทำรัฐประหารตั้ง 8 เดือน ไหนจะมีการปลุกกระแส “ข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” “ทหารของพระราชา” ผ้าพันคอสีฟ้าผูกคอของบรรดาแกนนำพันธมิตร ริบบิ้นสีเหลืองผูกปืนเอ็ม 16 ผูกปืนรถถัง และอีกหลายๆอย่างที่เป็นหลักฐานว่า รัฐประหารมีการเตรียมการมาเป็นขั้นเป็นตอน ที่จริงมันน่าจะเริ่มตั้งแต่สนธิ ลิ้มทองกุลไปยื่นหนังสือให้ประธานองคมนตรี และไปขอพบ ผบ.ทบ.โน่นแล้ว สรุปแล้วรัฐประหารมันเกิดจากการสมรู้ร่วมคิดขององคมนตรี บริวารแวดล้อมเจ้า อำมาตย์ ทหารกับแกนนำของพันธมาร!

เสียงแทรกจากข้างล่างเวที : ผมขอถามคนที่พูดก่อนหน้านี้หน่อย พวกที่อ้างว่ารัฐประหารเป็นความจำเป็น คุณเอาสมองส่วนไหนคิด รัฐประหารล้มประชาธิปไตย ล้มรัฐบาลที่ประชาชนเลือกเป็นความจำเป็นหรือครับ คิดได้ไง ป่าเถื่อนทางปัญญาฉิบหายว่ะ!

เสื้อเหลือง : คือ...เอ่อ...เราก็ไม่อยากให้เกิดรัฐประหาร แต่เรารับไม่ได้กับรัฐบาลที่โกงชาติบ้านเมือง ผู้นำประเทศอื่นแค่ไปตีกอล์ฟในวันหยุด ไม่มารับข้อเรียกร้องจากมวลชนที่เดือดร้อน เขาก็แสดงสปิริตลาออก นี่คือนักการเมืองในระบอบประชาธิปไตย แต่ทักษิณไม่ เขาเป็นเผด็จการรัฐสภา เขาคือฮิตเลอร์กลับชาติมาเกิด เขาบ้าอำนาจ ตีเสมอเจ้า เป็นเสี้ยนหนามของแผ่นดิน รัฐประหารเพื่อขจัดคนเลว เพื่อปกป้องสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ มันผิดตรงไหน?!

(เสียงโห่ดังขึ้น และมีขวดน้ำลอยขึ้นมาบนเวที 2-3 ขวด)

เสียงตะโกนแทรกจากข้างล่างเวที : หยุดเถียงเรื่องเก่าๆกันได้แล้ว มาพูดกันว่าเราจะเอายังไงกันต่อไป!

เสื้อเหลือง : ง่ายนิดเดียว แค่ทักษิณหยุดเคลื่อนไหวทางการเมือง หรือไม่ก็กลับมาติดคุกตามคำพิพากษาของศาล ส่วนคดียึดทรัพย์และคดีอื่นๆก็ให้ดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป คนเสื้อแดงก็ควรยอมรับความจริง ผิดเป็นผิด ถูกเป็นถูก อย่ายอมให้ทักษิณและลิ่วล้อหลอกใช้อีกต่อไป

เสื้อแดง : ทำไมต้องหยุด เขาถูกปล้นอำนาจไป เขามีสิทธิ์ทวงคืน จะให้ปัญหามันจบต้องยุบสภาเลือกตั้งใหม่ นิรโทษกรรมทักษิณ ต้องคืนอำนาจให้เขากลับมาเป็นนายกฯ ต้องโค่นอำมาตยาธิปไตย สร้างรัฐไทยใหม่ที่ระบอบประชาธิปไตยไม่ตกอยู่ภายใต้การชี้นำกำกับของศักดินา-อำมาตย์

เสียงแทรกจากข้างล่างเวที : ผมไม่เชียร์ทักษิณนะ โดยส่วนตัวแล้วผมไม่ชอบหรือเกลียดทักษิณ ผมเฉยๆ แต่ผม defend ประชาธิปไตย defend ทักษิณ ต่อให้เป็นอภิสิทธิ์หรือใครก็ตามที่ถูกปล้นอำนาจแบบทักษิณ ผมก็ต้อง defend คนที่ defend ประชาธิปไตยจะต้องชัดเจนว่าไม่เอารัฐประหาร และไม่ยอมรับประบวนการ/ผลทุกอย่างที่ตามมาจากรัฐประหาร ฉะนั้นคดีความต่างๆที่คณะรัฐประหารกระทำต่อทักษิณจะต้องยกเลิกทั้งหมด ทำไมหรือ? เพราะรัฐประหารเป็นการฉีกรัฐธรรมนูญ ล้มกติกาประชาธิปไตย เป็นความผิดตั้งแต่ต้น ขบวนการทุกอย่างที่ตามมาจากความผิดนั้นจึงไม่ชอบธรรม หรือขัดต่อ due process พูดก็พูดเถอะพวกที่อ้าง “รัฐาธิปัตย์” ของคณะรัฐประหารนี่มันเสียสติ รัฐประหารล้มประชาธิปไตยมันไม่มีความเป็นรัฐาธิปัตย์ เพราะรัฐาธิปัตย์ต้องอยู่บนพื้นฐานของนิติรัฐ ในการเมืองสมัยใหม่ตั้งแต่หลังยุคฮิตเลอร์มาแล้วเขาถือกันว่า “ไม่มีประชาธิปไตย ไม่มีนิติรัฐ” อย่าว่าแต่ไม่มีนิติรัฐเลยนะ แม้แต่กระบวนการยุติธรรมก็ไม่มี เพราะถ้ามีทำไมไม่จับคณะรัฐประหารมาประหารชีวิตฐานทำผิดรัฐธรรมนูญล้มล้างประชาธิปไตย เมื่อไม่มีกระบวนการยุติธรรมสิ่งที่เหลืออยู่ก็เป็นแค่เครื่องมือของเผด็จการที่ใช้กำจัดศัตรูทางการเมืองเท่านั้น ฉะนั้น การนิรโทษกรรมทักษิณจึงไม่ใช่การทำเพื่อคนคนเดียว แต่เป็นการปฏิเสธรัฐประหารและคืนความเป็นธรรมให้แก่รัฐบาลที่ประชาชนเลือกมาตามครรลองประชาธิปไตย

เสียงแทรกจากข้างล่างเวทีอีก : ข้อเสมอแบบนี้มันทำให้ผมรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก (dilemma) ยังไงชอบกล คือผมเห็นว่ารัฐประหารก็ผิด คอร์รัปชันก็ผิด ถ้าจะให้ยุติธรรมเอาคณะรัฐประหารขึ้นศาล และเอาคดีความต่างๆของทักษิณขึ้นพิจารณาใหม่ในศาลด้วยเช่นกัน อย่างนี้จะดีกว่าไหม?

เสียงแทรกอีก : เป็นไปไม่ได้หรอก จะมีแนวทางทำอย่างนั้นได้อย่างไร ใครหรือคณะบุคคลใดจะเป็นคนทำ มันไม่มีทางออกตามช่องทางของกฎหมายรองรับ ไม่มีเจ้าภาพที่ชัดเจน ทำไม่ได้หรอก การต่อสู้วันนี้มันต้องแตกหัก มันต้องตัดสินกันที่แพ้-ชนะ จะเสียเลือดเนื้อก็ต้องยอม ถึงเวลาเปลี่ยนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ทางการเมืองแล้วพี่น้อง!

เสียงแทรกอีก : คือ ผมเองก็ไม่สบายใจเหมือนกันนะที่เรามองความเป็นประชาธิปไตยแค่การเลือกตั้ง หรือยึดเสียงส่วนใหญ่เป็นหลักเพียงอย่างเดียว ถ้าผลการตัดสินของเสียงส่วนใหญ่มีปัญหาในแง่ศีลธรรม เช่นได้รัฐบาลที่ไม่เคารพสิทธิ เสรีภาพของประชาชน หรือคอรัปชัน เราจะไล่รัฐบาลเช่นนั้นได้ไหม? หรือต้องจำใจยอมรับความชั่วร้ายเพียงเพราะว่าเสียงส่วนใหญ่ตัดสินแล้ว?

เสียงแทรกอีก : ประชาธิปไตยคือ “การปกครองโดยประชาชน” หรือ popular rules / rule of the people วิธีการปกครองโดยประชาชนที่ใช้กันทั่วไปก็คือการจัดระบบให้นักเลือกตั้งแข่งขันกันเพื่อให้ได้เสียงส่วนใหญ่เข้าไปมีอำนาจรัฐ (Shumpeterian Democracy) แต่นี่มันยังไม่เพียงพอที่จะเป็นหลักประกันได้ว่า การปกครองโดยประชาชนตามรูปแบบนี้จะต้องเป็นไปเพื่อสิ่งที่ดีสำหรับมนุษย์ (the good) เสมอไป ฉะนั้น มันจึงมีการถกเถียงเกี่ยวกับ concept ของประชาธิปไตยในแง่มุมอื่นๆ เช่น ประชาธิปไตยแบบประชานิยม (Populist Democracy) ประชาธิปไตยแบบเสรีนิยม (Liberal Democracy) ประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม (Participatory Democracy) ประชาธิปไตยแบบสังคม (Social Democracy) ประชาธิปไตยแบบร่วมไตร่ตรอง (Deliberative Democracy) 

เสียงแทรกอีก : ผมว่า เราลืมทักษิณกันได้แล้ว การเมือง ความเป็นประชาธิปไตยมีอะไรต้องพูดกันอีกมาก เช่น การสร้างระบบ check and balance การทำให้อำนาจตัดสินใจเกี่ยวกับนโยบายสาธารณะต่างๆไม่ถูกผูกขาดอยู่กับคนชั้นนำเพียงไม่กี่กลุ่ม ให้คนชั้นล่างมีส่วนร่วมตัดสินใจมากขึ้น มีอำนาจกำหนดชะตากรรมของตนเองมากขึ้น สร้างประชาธิปไตยที่เห็นหัวคนจน ประชาธิปไตยที่กินได้ ปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ/ภาษีให้เป็นธรรม สร้างรัฐสวัสดิการ ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่เกี่ยวกับ “ทักษิณ” หรือ “ไม่-ทักษิณ” ต่อให้ทักษิณหรือใครมาเป็นนายกฯ เราก็ต้องตรวจสอบ และเรียกร้องให้เขารับใช้เราในการสร้างความเปลี่ยนแปลงตามที่เราต้องการดังกล่าวนี้

เสียงแทรกอีก : ใช่! ใช่! ต่อให้ทักษิณถูกยึดทรัพย์แล้วจะยังไง ในเมื่อคำตอบของสังคมไทยไม่ได้ขึ้นอยู่กับ “ทักษิณ” หรือ “ไม่-ทักษิณ”

เสียงแทรกอีก : สังคมต้องมีทางเลือกที่ดีกว่า ทุนเก่า ทุนใหม่ อำมาตย์ ทุนสามานย์ พวกนี้เล่มเกมชิงอำนาจรัฐเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองมาตลอด ประชาธิปไตยเป็นแค่ข้ออ้างของพวกเขา เราต้องสร้างทางเลือกที่ลดทอนอำนาจของคนพวกนี้ สร้างประชาธิปไตยที่ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น มีผู้แทนมี่มีคุณสมบัติเป็น “ตัวแทนของปวงชน” มากขึ้น มีช่องทางให้คนทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการกำหนดประเด็นปัญหาของส่วนรวม และตัดสินใจนโยบายสาธารณะต่างๆให้มากขึ้น

เสียงแทรกอีก : ผมเบื่อ “พวกสองไม่เอา” นี่จริงๆ พวกนี้มือถือสากปากถือศีล ปากว่าไม่เอารัฐประหาร แต่กลับเต็มใจยอมรับกระบวนการและผลทุกอย่างที่ตามมาจากรัฐประหาร หรือยอมกินขี้รัฐประหาร นี่คือ “ความมืดบอด” ของปัญญาชนแบบไทยๆที่ทำให้รัฐประหารเกิดขึ้นได้ง่ายๆและไม่สิ้นสุด!

ผู้ดำเนินรายการ : โทษทีครับ ผมเพิ่งมาถึง รถมันติด พูดกันถึงไหนแล้วครับ อ้อ...ยังพายเรืออยู่ในอ่าง เอ้า...หมดเวลาแล้วหรือครับ แล้วคุณทักษิณไม่โฟนอินเข้ามาหรือครับ เอ่อ...ไม่โฟน...เพราะต้องการให้เวทีนี้มีความเป็นกลาง งั้นขอปิดการเสวนา สวัสดีครับ พบกันใหม่เมื่อชาติต้องการ!  

 

Comments

..แต่ก็ขอชื่นชม

..แต่ก็ขอชื่นชม นักปรัชญาชายขอบนะครับ ที่รวบรวมความคิดเห็น การแสดงออกที่หลากหลายรวมรวมมาไว้ อ่านแล้วครื้นเครงดีครับผม...

ครื้นเครงมากครับ

ครื้นเครงมากครับ และแน่นอนครับ สุดท้ายก็พายเรืออยูในอ่าง

นักปรัชญา

นักปรัชญา ไม่ว่าจะชายขอบหรือส่วนไหนของพื้นที่ ควรจะมองสิ่งต่าง ๆ ได้ลึกซึ้งและรอบด้านกว่านี้ แค่รวบรวมข้อโต้แย้งของสองฝ่ายมาทำเป็นบทสนทนาก็ยังทำลวก ๆ ได้แค่พื้น ๆ พวกตัดแปะยังทำได้ดีกว่านี้

ถ้าไม่รู้จะเขียนอะไรหรือไม่มีอะไรจะเขียนก็หยุดเพื่อคิดหรือหาข้อมูลให้มากกว่านี้ ให้สมกับที่ใช้ชื่อนักปรัชญาหน่อย

ถ้าไม่ใช่ชื่อนักปรัชญา ผมอ่านแล้วก็ไม่ได้ติดใจอะไรมาก เพราะปรกติก็ไม่ค่อยได้แสดงความเห็นต่อกระทู้ของใคร ๆ อยู่แล้ว แต่นี่ชื่อและเนื้อหาสาระมันขัดกันเกินไป

เห็นด้วยกับความเห็นนี้ ผมว่า

เห็นด้วยกับความเห็นนี้

ผมว่า ผู้เขียน "หมดมุข" เสียแล้ว

ผมอ่านแล้ว รู้สึกว่า ผู้เขียน กำลังอยู่ในภาวะที่ ด้านหนึี่ง ก็ไม่กล้าจะพูดอะไรห่วยๆ ("ไม่เอา รปห." - แต่ที่จริง เอาสิ่งที่ รปห. ทำ หรือ "ยกคดีทักษิณ คือทำเพื่อตัวบุคคล" อะไรทำนองนั้น) อีกแล้ว ขณะเดียวกัน อีกด้านหนึ่ง ก็ไม่มีความกล้าหาญพอ ที่จะหันมา ยืนยันในสิ่งที่ถูกต้อง (คัดค้าน รปห. อย่างถึงราก, คัดค้าน อำนาจมืด ที่ก่ออาชญากรรมมาหลายสิบปี ที่ไม่เคยได้รับการแตะต้อง มาหลายสิบปี) ก็เลย ลงเอย ด้วย "มุข" ที่ไม่เอาไหนแบบนี้ คือ ทำเป็น "นำเสนอ ความเห็นทุกฝ่าย"

อย่างที่คุณเขียน ถ้าใช้ชื่อ "นักปรัชญา" แล้ว ก็ควรทำตัวให้สมกับชื่อหน่อย (ไม่เคยสมชื่อมานานแล้ว ไม่ว่า ความเป็น "นักปรัชญา" หรือ ความเป็น "ชายขอบ")

(อีกอย่าง การเขียนในลักษณะ "ทีเล่นทีจริง" ไม่ใช่ ใครๆก็เขียนแล้วน่าอ่านได้ คนที่ไม่มีทักษะทางนี้มาตลอด

ระบอบทักษิณนั้นมีลักษณะที่สำค

ระบอบทักษิณนั้นมีลักษณะที่สำคัญๆที่เห็นได้ชัดดังนี้

1. ชอบใช้อำนาจแบบเบ็ดเสร็จ
ไม่รับฟังเสียงจากประชาชน เห็นได้ชัดจากการจัดตั้ง ซีอีโอ ขึ้นมา ซีอีโอนั้นจะมีอำนาจสั่งการทุกอย่างการดำเนินนโยบายโดยไม่จำเป็นต้องรับฟังความคิดเห็นจากสื่อมวลชน นักวิชาการ รวมทั้งประชาชน ซึ่งเป็นสิ่งที่ยืนยันการใช้อำนาจเด็ดขาดของนายทักษิณ

2. ปราศจากความรับผิดชอบ
โครงการที่ถูกคิดค้นขึ้นจำนวนมากและใช้ภาษีอากรของประชาชนเป็นหนูทดลอง

3. ใช้ระบบอุปถัมภ์ ระบบพรรคพวก
ให้คนใกล้ชิดได้ตำแหน่งสูงๆทางการเมือง และใช้อำนาจทางกฎหมายจัดการอย่างเด็ดขาดกับฝ่ายตรงข้าม แต่กลับปิดหูปิดตาไม่ดำเนินการใดๆ หากเป็นพรรคพวกของตน

4. มอมเมาผู้คนให้หลงประชานิยม ผ่านโครงการเอื้ออาทรต่างๆ
โดยใช้เงินงบประมาณของรัฐบาล แต่ประชาสัมพันธ์ว่าเป็นความช่วยเหลือจากพรรคการเมืองเพื่อให้ชาวรากหญ้าซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ รู้สึกเป็นหนี้บุญคุณกับนักการเมือง และต้องตอบแทนด้วยคะแนนเสียงเลือกตั้ง

5. ขายชาติ
เปิดให้ต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจลงทุนในไทยได้อย่างอิสระ โดยไม่คำนึงถึงประเทศชาติ เช่น การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ
6. แก้กฎหมายตามใจชอบ
เพื่อให้สอดคล้องกับธุรกิจของตนเอง เช่น การแก้กฎหมายเพื่อจะได้ไม่ต้องเสียภาษีในการทำธุรกิจของตน

7. หาเงินมาลงขันด้วยวิธีแปลกใหม่
ทั้งเงินงบประมาณและเงินนอกงบประมาณโดยใช้นวัตกรรมทางการเงิน เช่น การแปลงสินทรัพย์เป็นทุน

8. ลดทอนอำนาจการตรวจสอบ
การที่จะทำเงินให้ได้มากที่สุดจากธุรกิจทางการเมือง ข้อจำเป็นต้องลดการตรวจสอบทั้งจากสำนักงาน ที่ทำหน้าที่การเป็นกระจกเงาของรัฐบาลให้ประชาชนได้รับรู้

9. ปูพรมด้วยการตลาดและประชาสัมพันธ์
การทุ่มงบประมาณแผ่นดิน ซึ่งเป็นเงินภาษีอากรของประชาชนเพื่อประชาสัมพันธ์ ผลงานที่สำเร็จของรัฐบาล และอุดมไปด้วยผลประโยชน์ทับซ้อน ทั้งหมดนี้ก็เพื่อคะแนนเสียงของชาวรากหญ้า ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ

10. เพื่อผลประโยชน์ของธุรกิจและบุคคลในครอบครัวที่ผิดกฎหมาย
ให้นักกฎหมายไปหาช่องโหว่ของกฎหมาย จนกระทั่งแก้กฎหมายเพื่อบ้านเมืองให้สอดคล้องกับกรเมืองธุรกิจ แต่จะเฉลี่ยงบประมาณเล็กน้อย เพื่อพัฒนาคน ไม่นำเงินมาใช้เพื่อการศึกษา ทำให้ขีดความสามารถด้านการศึกษาของคนไทยตกต่ำอย่างมาก

ขอบคุณครับสำหรับคำแนะนำ เดิมท

ขอบคุณครับสำหรับคำแนะนำ

เดิมทีก่อนจะใช้ชื่อนี้ ผมก็นึกอยู่เหมือนกันว่า "นักปรัชญา" นี่ มันมีความหมายในเชิง "ชนชั้นสูงทางความคิด" หรือ "ผู้ดีทางความคิด" อยู่มาก งานเขียนปรัชญาในภาษาไทยที่มีน้อยนิดนี่ก็แทบปีนบันไดอ่าน หรือประเภทเขียนเอาไว้อ่านในแวดวงเดียวกัน พูดคุยในกลุ่มเล็กๆเพราะพูดกันรู้เรื่องเฉพาะคนคอเดียวกัน แล้วก็หลงไหลได้ปลื้มกับ "ปัญญาอันศักดิ์สิทธิ์" อันลึกซึ้งน่าทึ่งตลึงพรึงเพริศประเสริฐล้ำเหลือแสนอะไรประมาณนั้น

ฉะนั้น ต้องขออภัยถ้าใช้ชื่อนี้แล้ว คิดได้แค่นี้แล้ว ทำให้เกิดความสะเทือนใจต่อการลดความศักดิ์สิทธิ์ของคำว่า "นักปรัชญา"

ยกเว้นแต่คุณจะนึกว่า

ยกเว้นแต่คุณจะนึกว่า ตัวเองเป็นเทวดา
ความเห็นในลักษณะที่คุณเขียนมานี้ ที่มีคนเห็นตรงข้าม ก็เยอะแยะ
ปัญหาจริงๆคือ จะตัดสินอย่างไร
คนอย่างพวกคุณ เป็นพวกนึกว่า ตัวเองเป็นเทวดา คือ ความเห็นของคุณเท่านั้น จึงถูกต้อง ดังนั้น แม้คนส่วนใหญ่ เขาจะตัดสิน ในลักษณะไม่เห็นด้วยกับความเห็นของคุณที่เขียนมานี้ ด้วยการเลือกทักษิณอยู่ คุณก็สนับสนุนการ รปห.เสียเลย

ปล. "ขายชาติ" นี่เป็นไงนะครับ ผมจะได้ขายบ้าง เอาเงินมาใช้เล่น

ไม่เกี่ยวกับ

ไม่เกี่ยวกับ "ความศักดิ์สิทธิ์" ของคำว่า "นักปรัชญา" เลย

แต่เกี่ยวกับ การยกหางตัวเอง แล้ว ไม่สามารถทำได้ตามที่ยก

ยกหาง ทั้งการเรียกตัวเอง ว่า นักปรัชญา ซึ่งหมายถึงคนที่รู้จักคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล และมีความกล้า ที่จะ "ตาม" ตรรกะของการคิด (presupposition) ของตัวเอง ให้ถึงที่สุด ถ้าเห็นว่า ผิด ก็กล้าจะยอมรับ ไม่หลอกตัวเอง และเปลี่ยนทาง ไปสู่การคิดที่ถูกกว่า

ยกหาง เรื่อง "ชายขอบ" ด้วย เป็นแฟชั่น ของพวก ปัญญาชนแอ๊คติวิสต์ยุคนี้นั้่นแหละ

คนที่มีเวลา มานั่่งเขียนเน็ตขนาดนี้ ไมใช่ ชายขอบ แล้ว

ในสังคมสมัยใหม่

ในสังคมสมัยใหม่ ที่มีความเห็นต่อ ผู้นำการเมือง ในลักษณะต่างกันอย่างมาก (เชียร์ หรือ เกลียด ทักษิณ หรือ ใครก็ตาม) จึงใช้การเลือกตั้งเสรีเป็นการตัดสิน

ในหลายปีนี้ สิ่งที่เกิดขึั้นคือ บรรดา "คนชั้นกลาง" จำนวนมาก นึกว่า ตัวเองเป็นเทวดา พอเชื่อวา ทักษิณเลวอย่างโน้นอย่างนี้ แล้วคนจำนวนมากกว่าตัวเอง ไม่เชื่อ ก็ไม่พอใจ ไม่ยอมรับ แล้วก็เลยหันไปยอมรับการรัฐประหาร .. ทั้งหมดนี้ มาจากจุดเริ่มต้นที่ผิดเองแต่แรก

การชิงอำนาจรัฐในระยะหลังนี้

การชิงอำนาจรัฐในระยะหลังนี้ ฝ่ายที่อยู่ข้างสถาบันมักเป็นฝ่ายชนะและได้รับการยอมรับโดยปริยาย
ทำไมอยู่ข้างสถาบัน (หรือสร้างวาทกรรมปกป้องสถาบัน) แล้วจึงชนะและได้รับการยอมรับเสมอ
เป็นไปได้ไหมที่คนไทยเชื่อกันว่าสถาบันมีความน่าเชื่อถือกว่า นักการเมือง หรือผู้แทนปวงชน
ถ้าคนไทยเชื่อเช่นนี้ ทำไมเขาถึงเชื่อ? ตามกรอบประชาธิปไตยเขามีสิทธิ์จะเชื่อเช่นนี้ไหมครับ?

คือ

คือ ผมอาจจะถามโง่ๆ
แต่กรุณาใช้ความฉลาด(อย่างมีเหตุผล)ตอบคำถามโง่ๆ ได้ไหมครับ?

"เป็นไปได้ไหมที่คนไทยเชื่อกัน

"เป็นไปได้ไหมที่คนไทยเชื่อกันว่าสถาบันมีความน่าเชื่อถือกว่า นักการเมือง หรือผู้แทนปวงชน"

หึหึ..ผมว่าไม่น่าจะต้องตั้งคำถามแบบนี้แล้วนะ ก็ยอมรับไปเลยว่าเราไม่ได้ปกครองในระบอบประชาธิปไตย บอกไปเลยว่ามติมหาชนจะเลือกปกครองประเทศโดยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช ผู้ปกครองผู้ทรงทศพิธราชธรรม

ผมว่านักปรัชญาชายขอบก็รู้คำตอบดีอยู่ว่า ทำไมคนไทยถึงเชื่อเช่นนั้น?? ...แต่ถามว่าคนไทยทั่วๆไปมี "สิทธิ์" ไม่เชื่อเช่นนั้นเหรอ พูด แสดงออกได้หรือ?

การเปลี่ยนผ่านจากระบอบเก่าที่ระบบวัฒนธรรมเก่ายังครอบงำอยู่ แน่นอนย่อมทำให้สำนึกคนในสังคมรู้สึกแบบนั้น แต่ปรากฎการณ์ของทักษิณ คุณก็เห็นเป็น "รูปธรรม" ของเสียงที่เลือกตั้งลงคะแนนเสียงหลายล้าน

ขณะที่ข้ออ้างว่า "สถาบัน" น่าเชื่อถือกว่าไม่อาจพิสูจน์ได้เลย ... ทั้งไม่มีการพิสูจน์ในเชิงรูปแบบ และทั้งที่กดขี่บังคับด้วยจารีตทางวัฒนธรรมและกฎหมาย ไม่อาจแสดงทัศนะแตกต่างได้

ถ้าเห็นว่าสถาบันน่าเชื่อถือกว่าภายใต้ระบอบประชาธิปไตยด้วย คนไทยก็ไม่ควรกลัวที่จะให้สถาบันลงมาสมัครรับเลือกตั้งแข่งขันในระบอบด้วยตนเองเสียเลย อย่างนี้จึงเรียกว่าประชาธิปไตยครับ

"การชิงอำนาจรัฐในระยะหลังนี้

"การชิงอำนาจรัฐในระยะหลังนี้ ฝ่ายที่อยู่ข้างสถาบันมักเป็นฝ่ายชนะและได้รับการยอมรับโดยปริยาย"

ฝ่ายที่อยู่ "ข้างสถาบันฯ" หรือฝ่ายที่ "สถาบันฯนำ" ครับ? สนธิลิ้มฯ หากมิได้ปว.19 กย. 49 มันแน่ใจได้ไงว่าจะชนะ?
พธม.เมื่อสมัยรัฐบาลสมัคร ถ้าไม่ได้ศาลโง่ๆที่ปิดคำว่า "จ้างทำของ" ให้กลายเป็น "ลูกจ้าง" โดยใช้พจนานุกรม (ทั้งๆที่นศ.กฏหมาย ปี2 ยังรู้เลยว่า จ้างทำของ กับลูกจ้างต่างกันยังไง?) คิดหรือว่าจะสอยสมัครได้? นี้ยิ่งถ้าไม่ได้มือที่มองไม่เห็นสั่งให้ทหาร-ตำรวจ เข้าไปปฎิบัติการสลายจลาจลพันธมิตรยึดสถานที่ราชการ มีหรือพธม.จะอยู่ได้ถึ 100 กว่าวัน?

คุณนักปรัชญาชายขอบครับ ตาบอดหรือหลับไปไหนมาเมื่อปี 2551 ?

ได้รับการยอมรับ หรือ "ถูกบังคับให้ยอมรับ" ผมว่าข้อเท็จจริงมันควรจะยุติแล้วนะครับ ตอนนี้เหลือเพียงแต่ความหน้าด้านของฝ่ายสถาบันฯกับพวกที่สนุบสนุนและพวกสองไม่เอาแกล้งโง่แกล้งไม่รู้ไม่เห็นสถาณการณ์จริงๆของเมืองไทยทุกวันนี้เท่านั้น ที่จะแถๆๆๆๆไปว่าสถาบันฯได้รับการยอมรับจากปวงชน "โดยสุจริตใจ" และ "ปราศจากการบังคับ" เรื่องนี้คุณไปถามโฉดก็ได้ครับ แค่ไม่รักในหลวง ไม่ยืนในโรงหนังโดนแย่งข้าวโพด-แป็ปซี่ของตนเองปาใส่ตนเอง อัยการยังบอกเลยว่าโฉดไม่เสียหาย ผู้กระทำมีสิทธิทำเพราะปกป้องสถาบันฯ!!!????

ประธานสหภาพแรงงานใส่เสื้อแค่สกรีนเรื่องเกี่ยวกับ "คิดเห็นต่าง" เสื้อยืดประท้วงกรณีโฉดไม่ยืนในโรงหนัง ใส่ออกรายการทีวีแต่พูดเรื่องอื่นไม่ได้เข้าประเด็นไม่ยืนในโรงหนัง โดนนายจ้างหาเรื่องไล่ออกฐาใส่เสื้อไม่เหมาะสม ฟ้องศาลแรงงานเรื่องขอค่าชดเชยไล่ออกไม่เป็นธรรม ศาลแรงงานตัดสิน "นายจ้างไล่ออกโดยชอบเพราะการเคารพรักสถาบันเป็นหน้าที่ของคนไทย".............................(แม่งมัดเลยว่ะ เกิดเป็นคนไทย "ต้อง" (ขีดเส้นใต้ 500 ครั้ง!) รักสถาบันฯ)

แล้วคุณนักปรัชญาชายของยังมีหน้ามาถามว่า สถาบันฯได้รับการยอมรับโดยเสมอ.......................
แยกไม่ออกหรือครับว่า ยอมรับโดยสุจริตใจไม่ให้ใครมาบังคับให้รัก กับ ถูกบังคับให้ต้องรักสถาบันฯ ภายใต้ ม. 112 เนี้ย ต่างกันยังไง? อย่า"แนว" มากฮะ เลี่ยน ................................

ปล.ถ้าคนยอมรับสถาบันฯจริง ทำไมต้องมีม.112 มาบังคับพร้อมทั้งการตีควมครอบจักรวาลแค่ตั้งคำถามว่าไปเซ็นรับปฎิวัติทำไมก็โดนจำคุก 10 ปีครับ (หรือ 18 ปีหว่า สับกับสุวิชาท้าค้อ?)

ที่พูดมายาวๆเพราะอยากจะบอกว่า "มันไม่มีหรอกโว้ยไอ้ฝ่ายที่อยู่ข้างสถาบันแล้วชนะน่ะ!!!! มันคือสถาบันฯลงมาเล่นเองโว้ย!!!! แม่ง!!!! ไอ้ฉิบหาย แกล้งโง่ถามโน้นถามนี้อยู่นั้นแหละ คนเค้ารู้กันไปชาตินึงแล้ว"

คนไทยเชื่อว่าสถาบันฯดีกว่านักการเมือง? มันยังพิสูจน์ไม่ได้เลยว่คนไทยเชื่อจริงๆหรือเปล่า จนกว่าจะยกเลิกไอ้ ม.112 นั้นทิ้งซะแล้วลากสถาบันฯลงมาเลือกตั้งแข่งกับนักการเมือง นั้นแหละถึงจะพิสูจน์ได้ มาถามตอนนี้ ไร้เดียงสาไปแล้วมั้งครับ?

ตามกรอบประชาธิปไตย เค้ามีสิทธิ์เชื่อว่าสถาบันฯดีกว่านักการเมือง แต่ความเชื่อของเค้าไม่มีสิทธิ์ไปละเมิด ยับยั้งสิทธิของคนอื่นทางการเมืองตามระบอบประชาธิปไตยเหมือนกัน มันเหมือนกระทู้ประวัติศาสตร์ของประชาไท ที่มีคนเคยเขียนบทความ "น้องผมมีสิทธิชอบเผด็จการ ทำไมพวกประชาธิปไตยถึงละเมิดสิทธิการเลือกที่จะชอบของน้องผม?"

ง่ายๆ ก็เพราะว่าสิ่งที่น้องคุณชอบน่ะ มันละเมิดคนอื่นอยู่นะสิ! เผด็จการจะฟังแต่คนที่ชอบ คนที่ไม่ชอบย่อมมีโทษตามแต่ผู้เผด็จการจะเห็นสมควรโดยไม่มีบรรทัดฐาน แล้วต่างอะไรกับคนที่ชอบสถาบันฯ แต่สถาบันฯไปละเมิดคนอื่น คนที่ไม่ชอบสถาบันฯอยู่ในสังคมอย่างปรกติสุขสุจริตชนไมได้?

แยกเยะสิทธิตรงนี้ไม่ออก อย่าใช่ชื่อนักปรัชญาชายขอบเลยครับ คุณได้แต่ตั้งคำถามดูมันแนวๆ ก็แค่นั้น
น่าจะใช้ชื่อ "นักเรียนท้ายห้อง" มากกว่านะ

คุณไม่ได้ถาม "โง่ๆ" ฮะ แต่คุณ

คุณไม่ได้ถาม "โง่ๆ" ฮะ แต่คุณ "โง่" เลยต่างหาก โง่ขนาดไม่รู้ความหมายของเขายายเที่ยง ไปเพ้อเจ้ออยู่ชายขอบชายแดนไหนมาครับไม่รู้จักประเด็นเขายายเที่ยง การปลิ้นระบบสองมาตรฐานของไทย

อย่าแนวฮะอย่าแนว เลี่ยนครับ อย่านึกว่าตนเองฉลาดกว่าคนอื่นสิครับ เค้าโพสปริศนาธรรมมาประโยคเดียว แก้ไม่ออกดันบอกว่าเค้าฉลาดอย่างไม่มีเหตุผล

นักปรัชญาชายขอบ................ชิ!..............หึหึหึ.........ฮ่าฮ่าฮ่า

(ขอให้อ่านประโยคข้างบนแบบเดียวไมโครโฟนของโน๊ตอุดมฯภาคล่าสุดฮะ ที่เรื่องนักฟุตบอลลีคไทยไปทำร้ายไล่กระทืบผู้ตัดสินในสนามระหว่างเกมส์ แล้วโน๊ตมันถอนหายใจ บอกว่า "บอลไทยจะไปบอลโลก หึหึหึ" ประมาณนั้น)

ชื่นชมดร.คนเขียนมานาน

ชื่นชมดร.คนเขียนมานาน แต่ขอแย้งหน่อย คุณมันไม่แน่จริง

แต่ไม่พูดเรื่อง ๑๑๒ ไม่พูดเรื่องคดีหมิ่น พูดได้แค่นี้อย่าพูดดีกว่า พูดแค่นี้ ก็แค่ปัีญญาชนรับจ้างเขียนทำมาหากินไปวันๆ ไปเป็นไกด์นำเที่ยวดีกว่า ไร้สาระ นอกประเด็น ไม่ได้ความ

ถ้าปัญยาชนจริงๆ ต้องพูดแบบกระผม กระผมบอกแล้วว่าต้องพูดเรื่องอะไร อ้าว ทำไมไม่เชื่อ ทำไมไม่ฟัง พุดโธ่ พูดแค่นี้อย่พูดดีกว่า ไม่ีมีอะไรใหม่จริงๆ ต้องพูดอย้างกระผม ถึงใหม่ ถึงแจ๋วจริง อ้าว ไม่ฟังอีก กระผมบอกแล้วว่าต้องพูดเรื่องอะไร อ้าว ทำไมไม่เชื่อ ทำไมไม่ฟัง พุดโธ่ พูดแค่นี้อย่พูดดีกว่า ไม่ีมีอะไรใหม่จริงๆ ต้องพูดอย้างกระผม ถึงใหม่ ถึงแจ๋วจริง อ้าว ไม่ฟังอีก กระผมบอกแล้วว่าต้องพูดเรื่องอะไร อ้าว ทำไมไม่เชื่อ ทำไมไม่ฟัง พุดโธ่ พูดแค่นี้อย่พูดดีกว่า ไม่ีมีอะไรใหม่จริงๆ ต้องพูดอย้างกระผม ถึงใหม่ ถึงแจ๋วจริง

อ้าว ไม่ฟังอีก กระผมบอกแล้วว่าต้องพูดเรื่องอะไร อ้าว ทำไมไม่เชื่อ ทำไมไม่ฟัง พุดโธ่ พูดแค่นี้อย่พูดดีกว่า ไม่ีมีอะไรใหม่จริงๆ ต้องพูดอย้างกระผม ถึงใหม่ ถึงแจ๋วจริง อ้าว ไม่ฟังอีก กระผมบอกแล้วว่าต้องพูดเรื่องอะไร อ้าว ทำไมไม่เชื่อ ทำไมไม่ฟัง พุดโธ่ พูดแค่นี้อย่พูดดีกว่า ไม่ีมีอะไรใหม่จริงๆ ต้องพูดอย้างกระผม ถึงใหม่ ถึงแจ๋วจริง อ้าว ไม่ฟังอีก กระผมบอกแล้วว่าต้องพูดเรื่องอะไร อ้าว ทำไมไม่เชื่อ ทำไมไม่ฟัง พุดโธ่ พูดแค่นี้อย่พูดดีกว่า ไม่ีมีอะไรใหม่จริงๆ ต้องพูดอย้างกระผม ถึงใหม่ ถึงแจ๋วจริง อ้าว ไม่ฟังอีก

อ่านแล้วผิดหวังจริงๆ ไม่มีอะไรใหม่ อยากรู้ว่าพูดใหม่ทำไง กลีบไปอ่านกระผมย่อหน้าที่แล้ว ไ่ม่งั้นจะด่าซ้ำๆ ซากๆ อีกที

ด่าซ้ำไปซ้ำมาแต่ไม่หนำใจ ขอจัดให้อีก ไอ้คนไม่มีกระดูกสันหลัง ย้ำคิดย้ำทำ สมองฟันเฟือน เวิ่นเว้อยืดยาด ไอ้พวกของปลอม ไม่ใช่ของจริงอย่ากระผม หุยฮาๆๆๆ

แค่ตั้งชื่อก็ควายแล้ว

แค่ตั้งชื่อก็ควายแล้ว

ที่จริงมันต้อง บทเสวนา ระหว่าเสียงแทรก ถึงจะถูก

โธ่ ไอ้ควายแดงเอ๊ย

อิ อิ อิ กร๊ากกกกกกก กั่กกกกกกกกๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

มันก็คงทำนอง

มันก็คงทำนอง สถาบันฯ(อุเทนถวาย)ของกูใครอย่าแตะ ถ้าไม่พอใจก็ไปเขียนตามส้วม (แฮ่ๆ)

ผมไม่หวังขนาดจะเลิกม.112หรอก

แค่หวังว่าจะมีสถาบันแบบของคุณVan den Hout ก็พอใจแล้ว

ยังไงก็ดีกว่าสถาบันโหดๆอย่างอุเทนถวายหรือปทุมวัน ใครดูหมิ่นกู ตายลูกเดียว (แต่ยิงหลายลูก) : )

......เหตุผล ยอดเยี่ยมครับ

......เหตุผล ยอดเยี่ยมครับ นักปรัชญาชายขอบ ..ส่วนคนที่ไม่ยอมรับความเชื่อคนอื่น มักจะคิดว่าความคิดตัวเองถุกต้องเสมอ ความเชื่อคือศรัทธา ศรัทธาคือพลัง ( ความดี ) นับถือ คห.นี้ครับ...

พระองค์ทรงทุ่มพระวรกายตรากตรำ

พระองค์ทรงทุ่มพระวรกายตรากตรำและมุ่งมั่นเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือนร้อนของพสกนิกรชาวไทย ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญตลอดไป

เข้ามาแล้วก็ลงลึกถลำลื่น ไปใน

เข้ามาแล้วก็ลงลึกถลำลื่น
ไปในคมคำคลื่นอันเครียดเคร่ง
วงดนตรีเดียวกันยังบรรเลง
เล่นบทเพลงประชาธิปไตยไปหลายทาง
ด้วยเสรีอิสระจะฝันใฝ่
เพราะประชาธิปไตยคือความต่าง
ว่าไปเถิดถ้าเอาคุณธรรมวาง
อารมณ์ค้างขาดเกินก็เพลินดี

ขอบคุณพี่ "วิสา"

ขอบคุณพี่ "วิสา" ที่มาเยี่ยม
ที่นี่เปี่ยมเสรีคิดสิทธิ์ศักดิ์ศรี
เราต่างจิตต่างใจแต่ใฝ่ดี
อยากให้มีประชาธิปไตยที่แท้จริง

1. ขายประเทศ โกงภาษี

1. ขายประเทศ โกงภาษี และหลบเลี่ยงกฎหมาย กรณีการขายกลุ่มบริษัทชิน – การขายบริษัทชินคอร์ป ซึ่งครอบครองดาวเทียมจำนวน 4 ดวง สถานีโทรทัศน์ โทรศัพท์มือถือ และบริษัทสายการบินต้นทุนต่ำ มูลค่า 73,000 ล้านบาท แก่กองทุนเทมาเส็กซึ่งถือหุ้นใหญ่โดยรัฐบาลสิงคโปร์ เป็นการขายกิจการสัมปทานของชาติที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงของประเทศ รัฐบาลลุแก่อำนาจโดยแก้ไขกฎหมายเพื่อรองรับการขายหุ้นให้ต่างชาติได้เกิน 25% เพียงวันเดียวก่อนทำการขาย เห็นดีเห็นงามกับการตั้งบริษัทบังหน้า เพื่อให้ต่างชาติถือครองหุ้นส่วนใหญ่โดยผิดเจตนารมณ์ของกฎหมาย อีกทั้งหาช่องโหว่ไม่ต้องเสียภาษีการซื้อขายแม้แต่สักบาทเดียว ผู้นำประเทศกลายเป็นแบบอย่างให้เกิดพฤติกรรมโกงภาษี และเปิดช่องให้ต่างชาติเข้ามายึดครองกิจการสำคัญๆของประเทศ
2. เอาชีวิตของเกษตรกร การเข้าถึงยาและได้รับการรักษาของคนไทยทุกคน แลกกับผลประโยชน์ของบริษัทครอบครัวและกลุ่มธุรกิจที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลกรณี การทำเอฟทีเอ การลงนามข้อตกลงเขตการค้าเสรีกับจีน ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ สร้างผลกระทบต่อเกษตรกรที่ปลูกผัก ผลไม้เมืองหนาว และเกษตรกรที่เลี้ยงโคเนื้อโคนมรวมกันกว่า 5 ล้านคน การเดินหน้าเจรจาเอฟทีเอกับสหรัฐจะส่งผลกระทบรุนแรงกว่านั้นหลายเท่า เพราะต้องเปิดเสรีการลงทุน กิจการขนาดเล็กของคนไทยไม่สามารถแข่งขันได้ ต้องแปรรูปรัฐวิสาหกิจ พันธุ์พืชถูกจดสิทธิบัตร ทรัพยากรธรรมชาติถูกครอบครอง ระบบหลักประกันสุขภาพทุกระบบได้รับผลกระทบ และประชาชนไทยต้องซื้อยาในราคาแพง นักลงทุนต่างชาติได้สิทธิฟ้องร้องรัฐ ยอมรับกลไกอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศแทนการขึ้นศาลไทย แลกกับผลประโยชน์ของกลุ่มกิจการโทรคมนาคมของครอบครัว พ.ต.ท.ทักษิณ กลุ่มบริษัทรถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ และอุตสาหกรรมเกษตร ซึ่งล้วนแล้วแต่ใกล้ชิดกับรัฐบาล ทั้งนี้ไม่นับการแก้ไขกฎหมายภายในหลายฉบับเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของสหรัฐฯ
3. การแทรกแซงองค์กรอิสระ และการทำลายกลไกการตรวจสอบ - พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรได้ใช้อำนาจทางการเมืองและอำนาจเงินครอบงำวุฒิสภา แทรกแซงกระบวนการสรรหา การได้มา และการทำงานขององค์กรอิสระต่างๆ เช่น คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ (กสช.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กลไกและกระบวนการตรวจสอบตามรัฐธรรมนูญถูกทำลายลงแทบหมดสิ้น แม้แต่ศาลรัฐธรรมนูญยังไม่อาจเป็นที่พึ่งได้ ดังที่ได้ปฏิเสธที่จะพิจารณากรณีการซุกหุ้นภาค 2 ของนายกรัฐมนตรี จากการเสนอของสมาชิกวุฒิสภา 27 คนเมื่อเร็วๆนี้ การขาดกลไกการตรวจสอบทำให้อำนาจการบริหารอยู่ในมือของผู้นำอย่างเบ็ดเสร็จ เกิดการคอรัปชั่นอย่างมโหฬาร และเปิดทางให้ตระกูลชินวัตรและบริวารสืบทอดอำนาจในการบริหารประเทศเยี่ยงทรราช
4. การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ เพื่อประโยชน์พวกพ้องและบริษัทต่างชาติ - เมื่อมีการแปรรูปรัฐวิสาหกิจโดยการเปิดขายหุ้นการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย( ปตท.)นั้น หุ้นทั้งหมดถูกขายเกลี้ยงในเวลาเพียง 1 นาที 17 วินาที หุ้นส่วนใหญ่ตกอยู่ในมือของนักการเมืองพรรคไทยรักไทยและเครือญาติ มีการใช้อำนาจรัฐขยายสัดส่วนการถือหุ้นของเอกชนจาก 25 % เป็น 49% และกำหนดอัตราราคาแกสที่ขายให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตในราคาที่สูง ดันให้ผลกำไรของปตท.ในปี 2548 สูงถึงกว่า 80,000 ล้านบาท ผลประโยชน์ดังกล่าวถูกแจกจ่ายให้กับผู้ถือหุ้นและบริษัทต่างชาติ รัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ยังเดินหน้าแปรรูปการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) โดยการขายเลหลังราคาถูกในตลาดหลักทรัพย์ ทำให้ประเทศชาติเสียหายมากกว่า 3.3 ล้านล้านบาท อีกทั้งยังคงกุมการผูกขาดและไม่มีกลไกการกำกับดูแลคุ้มครองผู้บริโภค ประชาชนต้องเสียค่าไฟฟ้าในราคาแพงเพียงเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มทุนในรัฐบาล และบริษัทต่างชาติในสิงคโปร์ ทั้งนี้ไม่นับแผนการแปรรูปองค์การเภสัชกรรม องค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย (อสมท.) เป็นต้น
5. การยึดครองและควบคุมสื่อ กรณีไอทีวี มติชน และคุกคามการทำงานของสื่อมวลชน นักกิจกรรมทางสังคม - บริษัทของครอบครัวนายกรัฐมนตรีได้เข้าซื้อกิจการของสถานีโทรทัศน์ไอทีวี ซึ่งเป็นดอกผลการต่อสู้ของประชาชนในเหตุการณ์เดือนพฤษภาคม 2535 ใช้อำนาจรัฐลดภาษีสัมปทาน เปลี่ยนกฎเกณฑ์ให้เพิ่มสัดส่วนรายการบันเทิง กลุ่มธุรกิจที่ใกล้ชิดยังได้พยายามเข้าไปยึดครองกิจการของหนังสือพิมพ์มติชน และเข้าไปถือครองในกิจการสื่อต่างๆ มีการใช้งบประมาณของรัฐและงบประชาสัมพันธ์ของธุรกิจที่ใกล้ชิดกับรัฐบาล เพื่อควบคุมสื่อมวลชน สื่อมวลชนและนักกิจกรรมที่หาญกล้าวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลถูกฟ้องร้องเรียกค่า เสียหายนับพันล้านบาท เสรีภาพในการเสนอข่าวสารของสื่อมวลชนไทยภายใต้ระบอบทักษิณตกต่ำที่สุดนับ ตั้งแต่ปี 2535 เป็นต้นมา
6. การละเมิดสิทธิมนุษยชน การหายตัวไปของทนายสมชาย และความรุนแรงของปัญหาสามจังหวัดภาคใต้ - นับตั้งแต่ปี 2477-2546 มีผู้ที่ถูกตัดสินลงโทษให้ประหารชีวิตเพียง 323 เท่านั้น แต่ช่วงเวลาเพียง 3 เดือน ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ – เมษายน 2545 ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มงวดนั้นมีผู้ต้องสงสัยเกี่ยว กับคดียาเสพติดถูกฆ่าตายกว่า 2,000 ราย การใช้การปราบปรามแบบเหวี่ยงแห และการละเมิดสิทธิมนุษยชนกรณีการหายตัวของทนายสมชาย นีละไพจิตร การกระทำการอย่างทารุณกับผู้ชุมนุมในกรณีตากใบ รวมทั้งการส่งทหารไทยไปยังอิรักตามคำร้องขอของรัฐบาลสหรัฐฯ คือสาเหตุสำคัญของการลุกลามของปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ที่เกิดจากระบอบทักษิณ
7. การตั้งรัฐอิสระ เปิดเสรีโดยลดทอนกฎหมายภายใน และทำลายการปกครองของท้องถิ่น - กรณีการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ พร้อมๆกับการทำเอฟทีเอและแปรรูปรัฐวิสาหกิจอย่างเร่งรีบ รัฐบาลชุดนี้ยังได้ผลักดันร่าง พ.ร.บ.เขตเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อให้อำนาจฝ่ายบริหารในการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษขึ้น ให้อำนาจนักลงทุนต่างชาติและนักลงทุนในประเทศอย่างไร้ขอบเขต ทั้งด้านอุตสาหกรรม บริการ หรือแม้แต่กิจการบ่อนกาสิโน เพิกถอนสภาพที่สาธารณสมบัติเช่น เขตธรณีสงฆ์ ป่าสงวนและอุทยานแห่งชาติ รวบอำนาจการบริหารจากองค์กรท้องถิ่น เสมือนการจัดตั้งรัฐอิสระที่ไม่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายใดๆของประเทศไทย โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำสูงสุดในเขตเศรษฐกิจพิเศษดังกล่าว
8. ความล้มเหลวของการปฎิรูปการศึกษา ปัญหาการโอนย้ายการศึกษาไปสู่องค์กรส่วนท้องถิ่น - การปฏิรูปการศึกษาไม่มีความคืบหน้าใดๆ มาตรฐานการศึกษาในทุกระดับตกต่ำกว่าที่ควรจะเป็น การเปิดเสรีการศึกษาจะทำให้การศึกษากลายเป็นการค้า เป็นการทำลายเป้าหมายของการศึกษาและกีดกั้นประชาชนยากจนออกไปจากระบบการ ศึกษาในท้ายที่สุด ปัญหาการโอนย้ายการศึกษาไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นคือเครื่องชี้ความ ล้มเหลวของการปฏิรูปการศึกษา โดยการใช้อำนาจรัฐมากกว่ากระบวนการมีส่วนร่วม และสะท้อนให้เห็นว่ามิได้มีการสร้างความพร้อมให้เกิดขึ้นทั้งต่อสถาบันการ ศึกษา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตลอด 5 ปีที่รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณอยู่ในอำนาจ
9. ปัญหาหนี้สินครัวเรือน ช่องว่างคนรวยคนจน ความเป็นจริงและผลกระทบการแจกจ่ายเงินไปสู่ชนบท - เป้าหมายของรัฐบาลคือการสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ และการขยายตัวของตลาดหุ้นโดยไม่ได้ดำเนินการใดๆ ที่เป็นการลดช่องว่างความแตกต่างระหว่างคนร่ำรวยกับคนยากจน หนี้สินครัวเรือนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็น 103,940 บาท/ครัวเรือน (พ.ศ. 2547) สถิติผู้บริโภคที่เป็นหนี้บัตรเครดิตถือจำนวนบัตรเครดิตสูงสุดเพิ่มขึ้นจาก 16 ใบเป็น 30 ใบ เงินที่รัฐบาลแจกจ่ายเงินไปให้ชนบทในรูปกองทุนหมู่บ้านเป็นการนำเงินที่ควร จะเป็นของท้องถิ่นกลับไปให้ท้องถิ่นแค่เพียงเศษเงิน งานวิจัยพบว่ามีการนำเงินจากกองทุนหมู่บ้านไปซื้อโทรศัพท์มือถือ 400 เครื่องต่อหนึ่งหมู่บ้าน แต่ละหมู่บ้านต้องจ่ายค่าโทรศัพท์เป็นเงินถึง 480,0000 บาท/ปี(ไม่นับค่าซื้อเครื่อง) ต้องเอาเงินนอกระบบมาใช้หนี้กองทุน เอาเงินกองทุนไปใช้หนี้นอกระบบ กลายเป็นวงจรอุบาทว์ของหนี้อมตะ ความเหลื่อมล้ำระหว่างคนรวยคนจนเพิ่มมากขึ้นทุกทีจนอยู่ในระดับเดียวกันกับ เม็กซิโก โคลัมเบีย และอาร์เจนตินา ปัญหาทั้งหมดรอวันปะทุเป็นความขัดแย้งที่รุนแรง
10.ความล้มเหลวในการแก้ปัญหาโครงสร้างการจัดการทรัพยากร กรณี พ.ร.บ.ป่าชุมชน และการปฏิรูปที่ดินเพื่อคนยากจน - รัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มิได้ดำเนินการใดๆที่เป็นการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง ข้อเรียกร้องของประชาชนในการปฏิรูปการจัดการทรัพยากร เช่น การผลักดันร่าง พ.ร.บ.ป่าชุมชน การบริหารน้ำโดยท้องถิ่น และการผลักดันให้มีการปฏิรูปที่ดินเพื่อคนจนถูกขัดขวางโดยรัฐบาล ในทางตรงข้ามรัฐบาลยังได้สนับสนุนส่งเสริมให้มีการลง ทุนที่ทำลายวิถีชีวิตของชุมชน เช่น โครงการเหมืองแร่โปแตซ โครงการท่อส่งก๊าซโรงแยกก๊าซธรรมชาติไทย-มาเลเซีย ที่ส่งผลกระทบต่อชุมชน ผู้นำชาวบ้านที่ต่อสู้เพื่อปกป้องทรัพยากรในท้องถิ่นถูกฆ่ามากกว่า 20 คน รวมทั้งพระสงฆ์นักอนุรักษ์

** **ประชาธิปไตย ในยามนี้

**

**ประชาธิปไตย ในยามนี้ มีชนชั้น
อย่าเพ้อฝัน ท่านทั้งหลาย ทั้งชายหญิง
มันแตกต่าง ห่างชั้น กันจริงๆ
อย่าหลงวิ่ง ชิงจับ งับหางตน

**จะตรวจสอบ ระบอบนี้ มีถูกผิด
ขอมวลมิตร คิดถึงหลัก อีกสักหน
เป็นของใคร โดยใคร เพื่อใคร..ให้ย้อนยล
เป็นเหตุผล สามประการ ท่านเมธี

**รัฐประหาร มันเป็นของ คนส่วนน้อย
หลักจึงลอย สอยทิ้งได้ แล้วไล่หนี
ส่วนทักษิณ บินตามทาง วางไว้ดี
คะแนนชี้ มีส่วนใหญ่ เลือกให้มา

**ทักษิณมา ประชาชน เป็นคนเลือก
อำมาตย์เสือก ออกมาไล่ ทำไมหวา
ทักษิณไป ก็ต้องไป โดยประชา
ศักดินา คนส่วนน้อย ต้องถอยไป

**ของส่วนน้อย โดยส่วนน้อย เพื่อส่วนน้อย
จึงเชื่อมร้อย เป็นเรื่องราว กล่าวคำไข
เลิกลังเล เทกำลัง อย่างตั้งใจ
ประชาธิปไตย อย่าทำหก ยกให้โจร

แล้วรัฐบาลปัจจุบันล่ะ

แล้วรัฐบาลปัจจุบันล่ะ โกงอะไรบ้าง กู้เงินมาแปดแสนล้าน ว่ายังไง ชุมชนพอเพียง ไทยเข้มแข็ง ฯลฯ เอ็งไม่เห็นบอกเลย
การซื้อขายหุ้น ต้องเสียภาษีอยู่แล้ว เขาเสียเป็นค่าคอมให้กับตัวแทน ประมาณ 2.7 เปอร์เซ็นต์ อยู่แล้ว ในนั้นมีภาษีมูลค่าเพิ่มรวมอยู่ด้วย ลองไปคูณดูว่าขายหุ้นไปเจ็ดหมื่นกว่าลานต้องเสียเงินส่วนนี้เท่าไหร่ แล้วมีภาษีในนั้นด้วย
ส่วนภาษีที่ขายหุ้น ทำไมไม่ต้องเสียเพราะ การซื้อขายหุ้นในตลาดนั้นมีความเสี่ยง ขาดทุนกำไรอยู่ในนั้น คุณคิดดู คุณซื้อคุณก็ต้องเสียเงินค่าคอม 2เปอร์เซ็นต์อยู่แล้ว พอคุณขาย คุณก็ต้องเสีย่ค่าคอมอีก พูดง่ายๆ ต้องเสียทั้งซื้อทั้งขาย จะขาดทุนกำไรก็ตาม แล้วลองนึกดูถ้าต้องเสียภาษีกรณีขายหุ้นแล้วกำไรอีกต้องเสียมากแค่ไหนแล้วคิดดูถ้าเกิดขายขาดทุนละต้องเสียไม๊ นี่คือเหตุผลหนึ่งที่ เขาจึงกำหนดไว้ ว่าการซื้อขายหุ้นในตลาดไม่ต้องนำมาเสียภาษีเงินได้อีก (การปฏิบัตินี้คนเล่นหุ้นรู้หมด คุณกรณ์ จติกวานิช รมต.คลังก็ต้องรู้ดีเพราะเขาก็เล่นหุ้นและรมต.นักการเมืองทุกคนรู้รวมไปถึงพวกเสื้อเหลืองอำมาตย์รู้หมดว่าไม่ต้องเสีย) ที่เขานำวธีนี้มาสรางกระแสร์เพราะเขารู้ว่า ประชาชนทั่วไปรากหญ้าไม่รู้โกหกได้จึงเอาเรื่องนี้มาหลอกคน
ส่วนเรื่องอื่นๆ ยังไม่มีหลักฐานใดๆชัดเจน(หลักฐานในที่นี คือ ใบเสร็จ วัตถุพยาน ประจักษ์พยานที่ชัดเจนตามหลักนิติธรรมสากลไม่มีจริงๆ )จึงต้องให้เขาเป็นผู้บริสุทธิ์เอาไว้ก่อน
แค่นี้ก่อน

ทักษิณ

ทักษิณ ควรยังอยู่กับการเมืองไทยไปอีกสัก 3 วาระ เพราะทักษิณได้ยกทักษะทางการเมืองให้ประเทศนี้ไว้สูงมาก เชื่อเหลือเกินว่า ทักษิณเป็นบุคคลที่หายาก หากไม่มีมหาอำมาตย์ขวางการทำงานทางการเมืองของทักษิณ เนื่องเพราะระแวงในอำนาจทางการเมืองของทักษิณ ณ เวลานั้น หากมิเช่นปานนี้ประเทศไทยจะพัฒนาอย่างชนิดที่จินตนาการไม่ถูก

ขอรอเวลาของทักกลับมาเป็นนายกอีกสัก 3 วาระทางการเมือง เวลานี้รอเวลาให้มหาอำมาตย์หมดลมหายใจ ทักษิณจึงหวนคืน ทักษิณเขารู้ช่วงจังหวะควรไม่ควร รอดูก็แล้วกัน

พัฒนา หรือกินบ้านกินเมืองไม่เ

พัฒนา
หรือกินบ้านกินเมืองไม่เหลือ

คนที่เห็นทักษินดี พวกคุณเพี้ยนหรือเปล่า
ช่างแยกดี แยกชั่วไม่ออก น่าสงสารจริง
วิบัติมนุษย์มันก็เริ่มที่ไม่รู้ดีรู้ชั่วนี่แหละ
เขาเอาคำว่าประชาธิปไตยมาแปะหน่อยก็หลงไปได้
คุณเกิดมาพ่อแม่สอนให้แยกดี แยกชั่ว หรือสอนให้บูชาธิปไตย
ที่สำคัญทักษินมันเป็นประชาธิปไตตรงไหน
ยึดทรัพย์มันให้หมด คนอะไรปัญญาอ่อน
รวยแล้วไม่รู้จักพอ

มึงอย่าจือ

(การชิงอำนาจรัฐในระยะหลังนี้

(การชิงอำนาจรัฐในระยะหลังนี้ ฝ่ายที่อยู่ข้างสถาบันมักเป็นฝ่ายชนะและได้รับการยอมรับโดยปริยาย
ทำไมอยู่ข้างสถาบัน (หรือสร้างวาทกรรมปกป้องสถาบัน) แล้วจึงชนะและได้รับการยอมรับเสมอ
เป็นไปได้ไหมที่คนไทยเชื่อกันว่าสถาบันมีความน่าเชื่อถือกว่า นักการเมือง หรือผู้แทนปวงชน
ถ้าคนไทยเชื่อเช่นนี้ ทำไมเขาถึงเชื่อ? ตามกรอบประชาธิปไตยเขามีสิทธิ์จะเชื่อเช่นนี้ไหมครับ?)

คุณปรัชญาชายขอบครับ คำถามของคุณออกจะใสซื่อและไร้เรียงสาจนเกินเหตุ หากจะคิดกันง่ายๆไม่ต้องใช้ปัจจัยอื่นๆเป็นส่วนประกอบพิจารณาอย่างรอบด้านเชื่อมโยงเรื่องราวถึงทีมาและทีไปผมว่าคำถามเหล่านี้ คุณฯน่าไปถามเด็กอนุบาลน่าจะเหมาะสมกว่าจะมาึุถามเวทีประชาไท น่าจะได้คำตอบตรงกับความใสซื่อของคุณฯ ออกจะน่ารักกว่าเป็นไหนๆ
แต่ผมอยากจะแลกเปลี่ยนเสนอนำร่อง ในสิ่งที่เราได้สำผัสอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันเพื่อให้เกิดเห็นภาพเปรียบเทียบระหว่างสถาบันและนักการเมืองว่ากรอบประชาธิปไตยใครน่าเชื่อถือกว่ากัน? เอาเป็นว่าภาพของสถาบันคือภาพที่ถูกบรรจงสร้างขึ้นมาเพื่ออวตารปางหนึ่ง(จริงหรือเท็จอย่างไร?ยังไม่มีนักวิชาเกินสำนักไหนให้คำdefinition เอาไว้ ถ้ามีก็บอกด้วย) มีจริยาวัตรงดงามราวสมมุติเทพที่อุดมไปด้วยสิ่งที่ดีงามเปรียบเสมือนแก้วสารพัดนึกที่นำความร่มเย็นเป็นสุขมาให้แก่ทวยราษฏรควรแก่เคารพกราบไหว้โดยไม่ต้องใช้หลักตรรกะใดๆเข้ามาโต้แย้ง นอกจากความเชื่อและเชื่อว่าเป็นเช่นนั้นจริงๆโดยการปลูกฝังผ่านโสตต่างๆให้เชื่อจนกลายเป็นวัฒนธรรมแบบไทยๆอย่างไม่มีข้อแม้ ในขณะเดียวกันภาพของนักการเมืองคือภาพของปีศาจร้ายเป็นอสูรกายมาจากนรกขุมไหนก็ไม่รู้ ที่อดอยากปากแห้งหิวโหยเป็นกระสื่อ กินทุกอย่างไม่เลือกวัน เวลา สถานที่ขอให้มีโอกาสก็เขมือบเรียบ ฝังไปบนความรู้สึกและสมองของสังคมไทย จนกลายเป็นความเคยชิน สรุปแลัวภาพเทพกับมารอยู่คนละขั่วที่ชัดเจน แลัวสถาบันไหนละที่มีความเชื่อถือมากกว่ากัน? ผมเชื่อว่ามาถึงบรรทัดนี้เด็กประถมก็ต้องตอบคำถามนิมๆเช่นนี้ได้ยกชั้น

ส่วนฝ่ายอยู่เคียงข้างสถาบันนั้นมักเป็นฝ่ายชนะ ผมก็ไม่ทราบว่าคุณฯคิดออกมาได้อย่างไร? สุดตื้นเขินสิ้นดี สิ่งที่เราเห็นๆมันก็แค่จัดฉากสร้างภาพลวงตาแค่นั่นเอง คุณฯน่าจะเคยพบเคยอ่านวิธีการของโจรที่จับคนไปเรียกค่าไถ่ หรือเอาใคร?(นั่นละคือผ้ายัญชั้นดีที่ทหารชอบใช้เป็น referent power ในการทำการปฏิวัติชนะมาตลอดกาล)มาเป็นตัวประกัน มันก็เป็นวิธีการในแบบเดียวกันเพียงแต่มันแตกต่างในเนื้อหาเท่านั้นเอง
คุณฯแหกกรอบความคิดไปสู่ส่วนประกอบความรู้ด้านอื่นๆนำมาเป็นส่วนประกอบพิจารณาบ้าง เพราะมันมีตัวแปรและสภาพแวดล้อมอื่นๆอีกมากมายนำมาเป็นตัวกำหนดข้อเขียนของคุณน่าจะออกรสมีชีวิตชีวา ไม่เช่นนั้นคุณฯก็เขียนติดอยู่ในกรอบเดิมๆ จนดรสมศักดิ์กระแทกจนช้ำอย่างไม่เกรงใจไว้ไมตรีจนไม่เหลือสภาพปรัชญาชายขอบ จึงต้องออกมาสารภาพอย่างเชื่องๆ
ก็อย่าถือกันเลย ผมยังเป็นมิตรรักนักอ่านงานคุณฯอยู่เช่นเคย

พล.อ.พัลลภ ระบุว่า การไปพบ

พล.อ.พัลลภ ระบุว่า การไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้นได้แสดงความเป็นห่วงเรื่องการถูกยึดทรัพย์
เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุว่า เป็นทรัพย์สมบัติที่หามาก่อนการเล่นการเมือง
การจะถูกยึดทั้งหมดเป็นเรื่องที่ไม่เป็นธรรม .....

การจะถูกยึดทั้งหมดเป็นเรื่องที่ไม่เป็นธรรม ....

การจะถูกยึดทั้งหมดเป็นเรื่องที่ไม่เป็นธรรม ....

คำพูดประโยคนี้ ทำให้นึกถึงเรื่องเช็คเด้งในอดีต
ที่จำเลยปฏิเสธเสียงแข็งว่าลายเซ็นต์สลักหลังไม่ใช่ของตนเอง
ท้ายที่สุดก็ยอมจำนนกับหลักฐาน...

จำเลยปากแข็ง หน้าซื่อตาใสคนนั้น...ใครเอ่ย

คนแคนประเภทนี้ธาตุแท้ก็คือนักฉวยโอกาส
ในสมองมีแต่ความโลภโมโทสันต์
คิดเอาแต่เอาผลประโยชน์ของตนเองเป็นตัวตั้ง
เป็นนักค้ากำไรที่ไม่ยอมเสียเปรียบใคร
และสามารถทำได้ทุกวิธีการเพื่อตนเอง
โดยไม่หยุดคำนึงแม้แต่วินาทีเดียวว่ามันจะถูกหรือผิด
คิดเพียงอย่างเดียวคือ ตนเอง"ต้องได้"ตามต้องการ

น่าแปลกที่ยังมีผู้คนที่มีสติสัมปชัญญะ มีวุฒิภาวะ....
นิยมยกย่องให้เป็นผู้นำในชีวิตของตนเอง..
แปลกมากๆ..แต่ก็เป็นเรื่องจริง

พวกคอมมิวนิสต์

พวกคอมมิวนิสต์ มีความเชื่อว่าถ้าล้มระบบกษัตริย์ได้แล้วประเทศชาติจะเจริญได้ จึงร่วมมือกับทักษิณ(ที่ต้องการหนีคดี และทวงเงินที่ถูกอายัดคืน)ทำการปลุกปั่นชาวบ้านโดยการอาศัยอำนาจเงินทำประชาสัมพันธ์ ให้ข้อมูลด้านเดียวที่ดูมีเหตุผลมาครอบงำความคิดของเยาวชนในมหาวิทยาลัย และชาวบ้านให้หลงเชื่อ แต่เบื้องหลังแล้ว มีคนเสื้อแดงเป็นจำนวนมากที่ออกมาพูดชัดเจนว่า “ทุนนิยมสามานย์ ก็ยังดีกว่าศักดินาล้าหลัง” ซึ่งเขาไม่ได้หมายถึง ข้าราชการระดับสูงหรือองคมนตรีหรอก ใครๆก็รู้ว่าเขามีความคิดที่จะล้มล้างสถาบันกษัตริย์ หรือทำให้ความศัทธาในสถาบันกษัตริย์ค่อยๆเสื่อมถอยไป โดยใช้วิธีการแยบยลไปเรื่อยๆ
ถ้าจะวิเคราะกันอย่างเป็นธรรมแล้ว การมีระบบกษัตริย์ หรือไม่มีนั้น มันไม่ค่อยจะเกี่ยวข้องกับความไม่เจริญของประเทศไทยซักเท่าไหร่เลย อยากให้พวกที่มีความเชื่อในแนวทางของคอมมิวนิสต์เปิดใจให้กว้างบ้าง ทุกวันนี้ปัญหาความไม่เจริญของประเทศไทย ส่วนใหญ่ มาจากความไม่มี ศีลธรรม ขาดจิตสำนึก และความเห็นแก่ตัวของบุคคลทุกระดับในสังคมไทย ไล่ลงมาตั้งแต่ นักการเมือง ทหาร ตำรวจ พ่อค้า ข้าราชการระดับสูง ระดับกลาง ระดับล่าง แม้กระทั่ง ประชาชนทั่วไปบางกลุ่ม ดูอย่างประเทศฟิลิปปินส์ซิ เขามีระบบกษัตริย์หรือไม่ (ก็ไม่มี) แล้วทำไมประเทศของเขาล้าหลังไปเรื่อยๆล่ะ ที่ยกตัวอย่างนี้ก็เพื่ออยากย้ำว่า มันไม่เกี่ยวกับว่ามีระบบกษัตริย์หรือไม่มี แต่ปัญหาใหญ่ก็คือ การคอรัปชั่น ความเห็นแก่ตัว การเอาเปรียบกัน หรือที่เรียกง่ายๆว่า"ความบาป"ที่ฝังรากลึกอยู่ในใจของมนุษย์ทุกคนต่างหาก ถ้าระบบกษัตริย์ไม่ดีจริง หรือ กษัตริย์ไม่มีทศพิธราชธรรม ก็จะเสื่อมถอยไปเอง แต่นี่เรามีกษัตริย์ที่ดี เป็นที่เคารพของประชาชน มันเป็นธรรมดาที่การกระทำที่มิบังควรของทักษิณและพวกคอมมิวนิสต์เสื้อแดง จะถูกต่อต้าน และเกิดความแตกแยกอย่างรุนแรงในสังคมไทย
ดังนั้น อยากจะวิงวอนขอร้องพวกคุณที่มีความเชื่อในลัทธิคอมมิวนิสต์แบบบริสุทธิ์ใจว่า อย่าใช้ทักษิณ หรือยอมให้ทักษิณใช้ เพื่อมาล้มล้างสถาบันกษัตริย์ที่ยังเป็นที่รักของคนไทยส่วนใหญ่เลย
- คุณอาจคิดว่า ด้วยอำนาจเงินของทักษิณ มันอาจจะประชาสัมพันธ์เป่าหูประชาชนให้หลงผิด ใช้ความรักทักษิณมาบังหน้าไปเรื่อยๆจนมีเสียงสนับสนุนมากขึ้น และในที่สุดคุณก็จะชนะแบบพวกมาก ลากไป แต่คุณหารู้ไม่ว่าคุณกำลังจะทำให้ประเทศไทยเกิดสงครามกลางเมืองครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทยเลยเชียวนะ
- เพื่อแลกกับอิสระภาพของทักษิณ หรือซึ่งอุดมการณ์คอมมิวนิสต์(ที่ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่า ดีจริงหรือไม่) เราคนไทยจะต้องทะเลาะกัน ฆ่ากัน และนำมาซึ่งความหายนะของประเทศอันเป็นที่รักยิ่งของเราเชียวหรือ
- และเมื่อได้อิสระภาพของทักษิณ หรือตามอุดมการณ์คอมมิวนิสต์มาแล้ว คุณมั่นใจหรือว่าจะแก้ไขให้ประเทศไทยเจริญขึ้นได้ คนจนจะหายจนตามที่ทักษิณโฆษนาไว้ได้ ใครนะ ชั่งเก่งจริงๆที่ทำให้คุณเชื่อว่าแก้ได้ แต่ยังมีคนอีกค่อนประเทศที่เขาไม่เชื่อว่าแก้ได้ และไม่เห็นด้วยกับคุณ เพราะรู้ชัดอยู่แล้วว่าทักษิณเป็นคนโกงประเทศไทย ไม่ใช่คนที่จะมาแก้ปัญหาประเทศไทย (ถ้าคุณไม่พยายามหรอกตัวเองแล้ว คุณจะไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่า ทักษิณ คือต้นเหตุแห่งปัญหาความแตกแยกครั้งใหญ่ที่สุดของประเทศไทยด้วยซ้ำไป)
- ถ้าอย่างนี้แล้วยังไงล่ะ ถึงแม้จะไม่มีระบบกษัตริย์แล้ว ความคดโกงก็ยังสิงสถิตอยู่ในสังคมไทยอย่างลึกซึ้งอยู่ดี จะบอกว่าให้ทักษิณกลับมาแก้หรือ ลึกๆแล้วคุณก็รู้อยู่ว่า เขาแก้ไม่ได้หรอก แต่คุณยินดีเป็นพวกเขาต่างหาก เพราะอะไรหรือ คุณตอบตัวเองในใจได้อยู่แล้วว่า คุณสนับสนุนทักษิณเพราะอะไร (ประโยชน์ส่วนตัว หรือส่วนรวม)
- มันคุ้มจริงหรือที่จะยอมให้เกิดความหายนะของประเทศ เพียงเพื่อแลกกับอิสระภาพของทักษิณ หรือให้ได้มาซึ่งอุดมการณ์ความเชื่อที่ยังพิสูจน์ไม่ได้ของคุณ
- คุณแน่ใจแล้วหรือว่า ประเทศไทยควรจะต้องเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองมาเป็นแบบเนปาล หรือฝรั่งเศส โดยเอาทักษิณ(ที่มีประวัติการโกงประเทศ)มาเป็นผู้นำ
- คุณแน่ใจหรือว่า ทักษิณจะช่วยคนจนได้ในระยะยาวจริง (หรือเขาจะหยอดน้ำข้าวต้มเลี้ยงคนจนไปเรื่อยๆ เพื่อให้เป็นฐานเสียงทางการเมืองของเขาตลอดไป อย่างที่บรรหารทำกับคนสุพรรณฯ)
- คุณมีความเชื่อหรือว่า การได้มาซึ่งอำนาจทางการเมืองการปกครองมาประเคนให้ทักษิณเท่านั้นจึงจะแก้ปัญหาของปร้เทศไทยได้ หรือคุณไม่ใช่คนที่พยายามจะช่วยแก้ปัญหาของประเทศ แต่เป็นพวกเห็นแก่ผลประโยชน์ที่ทักษิณหยิบยื่นให้ โดยไม่สนใจว่าประเทศชาติส่วนรวมจะเสียหายเท่าไร?
- คุณไม่คิดบ้างหรือว่า จะมีทางแก้ปัญหาความจน และความไม่เจริญของชาติด้วยวิธีอื่นๆ ที่มันสร้างสรรค์กว่านี้ โดยไม่ต้องเอา ความแตกแยก และความหายนะของประเทศมาเป็นเดิมพัน เช่น การหาวิธีกล่อมเกลาจิตใจของคนไทยให้มีจิตสาธารณะ กลับใจใหม่จากความเห็นแก่ตัว ความคดโกง ความชั่วร้าย ทำไมเราไม่ดูแบบอย่างของประเทศญี่ปุ่น หรือเกาหลีใต้บ้างล่ะ ว่าประชาชนของเขา สามารถพัฒนาจิตใจ ให้มีวินัย และมีจิตสำนึกได้อย่างไร

ครับ เพิ่งมาเห็นหลังๆ

ครับ เพิ่งมาเห็นหลังๆ นี้เหมือนกันว่า "นักปรัชญาชายขอบ" เริ่มโง่
ผมว่าโง่ตั้งแต่ไปกราบตีนสมศักดิ์ในบทความที่แล้วแล้วล่ะ
พอมาครั้งนี้ เริ่มมีการแสดงความเห็นแบบใช้อารมณ์ แล้วรู้สึกว่าโง่(ในความหมายว่าไม่มี"สติปัญญา") เกินกว่าจะมาเขียนบทความอะไรให้สาธารณะอ่าน
หนำซ้ำวุฒิภาวะทางอารมณ์ระยะหลังๆ นี้ ดูไม่พร้อมจะรับผิดชอบต่อความคิดเห็นอันหลากหลายของสาธารณะได้เลย(ยังดีที่เลเวลยังไม่ต่ำทรามขนาดสมศักดิ์)

ที่ในหลวงทำอะไรต่อมิอไรมากมาย

ที่ในหลวงทำอะไรต่อมิอไรมากมาย สร้างภาพหรือครับ คนมันคงโง่กันทั้งโลก โลกนี้คงมีแต่คุณกับอาจารย์สมศักด์เท่านั้นมั้งที่ฉลาด

เนรคุณ

พูดอย่าง rational

พูดอย่าง rational นะครับ
อารมณ์ไม่ใช่มีแง่ที่ชั่วร้ายอย่างเดียว เหตุผลก็ไม่ใช่มีเฉพาะด้านที่ดีเพียงด้านเดียว
ในทางปรัชญามันตั้งคำถามได้ว่า อะไรกันแน่ที่แสดงบทบาทหลักอยู่เบื่องหลังการตัดสินใจของเรา?

เรายอมรับว่า "เรื่องนี้" จริง เพราะเราได้ใช้เหตุผลพิสูจน์ก่อนแล้วว่ามันจริง
หรือ เรายอมรับว่ามันจริงเพราะเราเชือ (รู้สึก /ชอบ) ว่ามันจริง แล้วขึงหาเหตุผลมาสนับสนุนทีหลัง

อย่างเช่นข้อความของคุณ...(ยังดีที่เลเวลยังไม่ต่ำทรามขนาดสมศักดิ์)...คุณไม่ด้ใช้อารมณ์เลยหรือ? หรือคุณได้ใช้เหตุผลพิสูจน์แล้ว่าข้อความของคุณเป็นจริง? เหตุผลนั้นคืออะไร?

ผมถามคุณด้วยเหตุผลนะครับ แต่คุณจะใช้อารมณ์ตอบก็ได้ไม่ว่ากัน ผมไม่เรียกร้องให้มนุษย์ไร้อารมณ์ เพราะผมไม่อาจเรียกร้องในสิ่งที่ผมก็ทำไม่ได้

คุณ "มุมนอก" ครับ

คุณ "มุมนอก" ครับ ผมว่าการวิเคราะห์ของคุณออกแนวดรามาไปหน่อยนะครับ
ผมยอมรับว่ามีการสร้างภาพอย่างที่คุณว่าจริง แต่ผมก็เชื่อว่าประชาชนผู้เสพภาพเขาก็มีสมอง

ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่คำถามไม่ดีไม่ถูกใจหรือใสซื่อจนถึงโง่บัดซบ ฯลฯ ครับ
มันอยู่ที่ว่าเราจะตอบคำถามตรงๆง่ายๆแบบนี้ด้วยข้อเท็จจริงและเหตุผลที่ชัดเจนแจ่มแจ้งได้อย่างไร?
ตอบคำถามด้วย "เหตุผล" ครับ อย่าไปตัดสินตัวผู้ถาม!

...

... ประชาธิปไตยที่ไหนไร้ชนชั้น
ที่เราได้ประจักษ์นั้นในโลกา
มีตำแหน่งหน้าที่ศักดินา
ตามสาขาความรู้ที่ตนมี

ยกตัวอย่างได้ไหมไร้ชนชั้น
ที่กล่าวอ้างมานั้นเป็นสักขี
ดินแดนใดไร้ชนชั้นท่านว่ามี
ท่านช่วยชี้ดังอ้างกระจ่างมา...

** ไม่มีระบอบการปกครองใดในโลกนี้ไร้ชนชั้น...**

คุณปรัชญาชายขอบครับ...ผมก็ยัง

คุณปรัชญาชายขอบครับ...ผมก็ยังยืนยันในความใสซื่อของคุณฯอยู่เช่นเดิมที่ค่อนข้างจะกระเดียนไปในเชิงอุดมคติแบบหลุดโลกด้วยช้ำไป หากผมจะพูดอย่างไม่รักษาน้ำใจกัน ก่อนอื่นผมอยากจะถามว่าเสรีภาพในประเทศนี้ได้เปิดกรอบในการแสดงความคิดเห็นในเชิงเหตุและผลตลอดข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมาอย่างไม่เกรงใจใครในสังคมไทยนั้น มีมาตรฐานเพียงพอแลัวหรือยัง? ที่พร้อมจะเปิดประตูทุกบานให้กว้างพอที่จะรับเอากระแสคลื่นความคิดอย่างหลากหลาย
ให้เกิดสันดาปทางปัญญา ให้กลายเป็นตะกอนจนตกผลึกว่าอะไรเป็นเหตุและผล อะำไรคือข้อมูลที่เป็นจริง เพื่อให้ทุกฝ่ายยอมรับกันไปได้ที่จะเดินไปข้างหน้าด้วยกัน โดยเอาคนส่วนใหญ่เป็นศูนย์กลาง แต่ประเทศนี้มันมีข้อจำกัดและมีข้อห้ามตั้งมากมาย ผมคงไม่มีเหตุและผลตลอดทั้งข้อมูลที่เป็นจริงเพื่อสนองความต้องการหรอก นอกจากขอให้คุณฯเป็นนักแสวงหาคำตอบต่อไป เพราะข้อมูลต่างๆมันไม่ใช่สิ่งลี่ลับอะไรศึกษาหาอ่านกันได้ คุณฯก็ฉลาดนื่
แม้ทุกวันนี้เราก็ยังพ่ายเรืออยู่ในอ่าง เพราะแต่ละคนมีความเป็นอีโก้และมีผลประโยชน์ทับซ้อน(แทรกอยู่ทุกอณูบนสังคมไทย)อยู่ทุกระดับแตกต่างกันไป พร้อมความต้องการที่จะอยู่เหนือคนอื่นและหยิ่งผยองในภูมิปัญญาของตัวเองว่ากูแน่กว่าคนอื่นมั่นใจในข้อมูล(ขยะ)ของตัวเองว่าเพียบอัดแน่นจนล้น มีอารมณ์สอดแทรกลงบนข้อความกันทั้งนั้น เพียงแต่ใครจะเก็บกดรักษาภาพของตัวเองไว้ได้เนียนกว่ากัน อย่างข้อเขียนของคุณฯล่าสุด มันสะท้อนให้เห็นวาทกรรมของทั้งสองฝ่ายที่ตั้งอยู่พื้นฐานตรรกะของกูคือเหตุผลที่ถูกต้อง ไหนละ solution ความถูกและความผิดมันเป็นปรอทวัดได้มั้ย? ในที่สุดคุณฯก็ไม่มีคำตอบว่าจะไปทางไหน?

..........เจ้ากบทั้งหลาย..ระว

..........เจ้ากบทั้งหลาย..ระวังตัว..."หากทำชั่ว/ผิด.ก็ พัง...อย่างที่เห็นในทุกวันนี้....จงทำสิ่งดีให้ชนชาติไทย..ทำพร้อมๆกันทุกคน.ไทยเจริญแน่ๆ..ทำผิดๆก็พังจากจุดนี้...ถ้าจะล้มรัฐบาลใดๆก็ให้ล้มด้วยระบอบ.ปชต.รัฐบาลให่มก็เอาผิดคนที่ทำผิดได้อยู่แล้ว""""""" ต้องยุติธรรม"""""""""ทุกครั้งที่อยุติธรรม ก็ จะพัง วุ้นวาย ความเลวร้ายที่หลอกคนมามากมาย.พทม.ละเมิดกฎหมาย...ผลงานสกปรกปี 50 ของ...แขกต้มหมูควา..ที่เห็นในวันนี้ เราทำเรื่องโง่ๆๆๆๆๆๆๆไว้มาก แล้วไม่แก้""""ทำผิดให้รีบแก้"""คนที่ทำผิดก็ลงโทษมันแรง..ยึดทรัพย์/คุก20ปี กำจัดคนชั่วให้หมดเราเจริญ..ที่เราแย่ ก็ มีคนชั่วๆๆๆมาก ตั้งแต่เด็กนักเรียนเกเร..ขโมย.โจร.กวนเมือ.""""จงใช้/เคารพเสาหลักอันเดียวกัน""""" กฎหมานแรงๆ ""ถ้าไม่ไหวจริงๆ พวกเราเหมือนเจ้าของบริษัทมหาชน"""ต้องจ้างนักบริหารเก่งๆมาทำงานคือ จ้างนายกสิงค์โปร์มาทำงาน....จะได้รุ่งเรืองดั่ว สิงค์โปร์......( ดีแน่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆเลยๆๆ )

......ม. 7 ครับ

......ม. 7 ครับ (หน้าแหกมาแล้วๆ )

คุณ Laenin คะ

คุณ Laenin คะ ดิฉันรู้สึกถูกชะตากับคุณจังเลยค่ะ
พูดได้ดีมากค่ะ ชาติบ้านเมืองอยู่มาได้ทุกวันนี้เป็นเพราะบารมีของ......คนเดียวเท่านั้นค่ะ
พวกไพร่ทั้งหลายมันไม่รู้จักข้าวแดงแกงร้อน ทั้งพยายามสะเออะตีตนเสมอตลอดเวลา ดิฉันไม่ชอบเลยค่ะ
เรา 2 คน สงสัยเป็นลูกโสเภณีท้องเดียวกันแน่ๆเลย ก็คราวที่ใส่พานไปให้เหล่าบิดาอำมาตย์เหลืองรุมนั่นไง
นับเป็นวาสนาของเรานะคะ ที่ได้เชื้อชาติตระกูลขี้เหลืองติดตัวมา

ส่วนคุณปรัชญาชายขอบ อ้าปากก็รู้แล้วว่าเป็นหน่อเนื้อเดียวกัน
แหม เป็นอีแอบทำไมละคะ สู้เปิดเผยแบบเรา 2 คน ดีกว่าค่ะ
ตระกูลสายเลือดเรา มันน่าภูมิใจออก ดิฉันว่า เรา 3 คนเนี่ยได้มาเจอกันสักวันก็ดีนะคะ
เผื่อจะได้ลูกพันธุ์เหลืองใหม่ๆบ้าง เอาให้เหลืองสุดๆไปเลย ....โอ้ว...
กางเกงชั้นในสีเหลืองที่แอบใส่อยู่ เอามาด้วยนะคะ ดิฉันชอบ

** **อ๋อ เหร๋อ ไม่เจอเหรอ

**

**อ๋อ เหร๋อ ไม่เจอเหรอ ไอ้เกลอเอ๋ย
ให้เฉลย เลยเหร๋อ เซ่อนี่หว่า
ไร้ชนชั้น นั้นเคยมี หลายปีมา
ในครั้งครา บรรพกาล นานหลายปี

**ปัจจุบัน มันเหลือบ้าง บางชนเผ่า
คนภูเขา- เผ่าซาไก ไงเล่าผี
ไร้ชนชั้น ไร้ขูดรีด ไร้ย่ำยี
สมาชิก ต่างก็มี ประชาธิปไตย

**อนาคต ต้องลดชั้น กันเสียบ้าง
ชนชั้นล่าง จะยังอยู่ รู้บ้างไหม
ชนชั้นสูง ฝูงทาก ลากล้างไป
อย่าเหลือไว้ ให้มันแทรก แดกฟรีฟรี

** **อ๋อเหร๋อ สักดินาเหรอ

**
**อ๋อเหร๋อ สักดินาเหรอ มีหน้าที่เหรอ
ดูท่านเซ่อ และบัดสี
ศักดินา ทำนาก้ได้ ค้าขายก้ดี
มีหน้าที่ ตีกิน อยากดิ้นตาย

.... งง..นะครับ

.... งง..นะครับ ..สรุปว่าด่า..หรืออะไรครับ...

...งั้นท่านก็กลับไปซาไกเผ่า

...งั้นท่านก็กลับไปซาไกเผ่า
อยู่ลำเนาพงไพรให้สุขขี
ไปจากเมืองสู่ขุนเขาเข้าคีรี
เพราะธานีมีชนชั้นต่างกันไป

ท่านจะได้สุขใจไร้ชนชั้น
อยู่ที่พงไพรนั้นท่านสหาย
เลิกแอบอ้างเรียกหาประชาธิปไตย
จงกลับไปสู่วิถีที่ท่านมา...นะ

เสรีภาพไม่ได้ถูกให้มาโดย...ฯล

เสรีภาพไม่ได้ถูกให้มาโดย...ฯลฯ หรอกครับ
เสรีภาพเป็นสิ่งที่เราต้องต่อสู้ให้ได้มา (ไม่ว่าเสรีภาพในจิตใจหรือในสังคมการเมือง)
ทำไมหรือ ถ้าเรารักเสรีภาพ และรักความจริง
ใครจะมาบังคับเราได้? ใครจะบิดเบือนความจริงได้?
สิ่งสำคัญอยู่ที่ว่า เรามี "ความจริง" (ข้อมูล หลักฐานที่ชัดแจ้ง/พิสูจน์ได้แน่นอนว่าใช่แน่ๆ) ไหม?
หรือเราแค่ฟังคำพูด "เฉี่ยวไปเฉี่ยวมา" หรือ "วาทกรรมกำกวม" แล้วก็ตีความต่อๆกันไปเสร็จแล้วก็เชื่อว่านั่นคือ "ความจริงแน่ๆ"

ผมคิดว่าคนส่วนหนึ่งที่เกลียดทักษิณก็เกลียดเพราะ "ความเชื่อ" มากกว่าที่เกลียดเพราะรู้ "ความจริง"

ถ้าเรายึด "ความจริง" เป็นตัวตั้ง เราจะเห็นทั้งด้านที่ดีและด้านที่ไม่ดีของทักษิณ และไม่จำเป็นที่เราจะต้องรักหรือเกลียดทักษิณ แต่เราจะส่งเสริมด้านดีของเขาและวิพากษ์ด้านไม่ดีของเขาอย่างมีเหตุผล
เรื่องสถาบันก็เช่นกันครับ เราสามารถใช้เหตุผลพูดถึงด้านดีและด้านร้ายได้อย่างที่อาจารย์สมศักดิ์ และ ส.ศิวรักษ์ทำ คนเช่นนี้ไม่เห็นเขาต้องรอให้ใครหยิบยื่น "เสรีภาพ" ให้เลยครับ เพียงแต่เขารักเสรีภาพ รักความจริง เขาก็ต่อสู้เพื่อสิ่งนี้ตามความเข้าใจของเขา

***ผมสมมุติว่าเสื้อเหลืองคุยก

***ผมสมมุติว่าเสื้อเหลืองคุยกันอย่างมิตรภาพ

***เสื้อเหลือง เรารักประชาธิปไตยเช่นเดียวกับเสื้อแดง

***เสื้อแดง อืม? เราใจตรงกัน

***เสื้อเหลือง เราแก้รัฐธรรมนูญ อำมาตย์เขาจะเสียใจ

***เสื้อแดง น่าสงสารน้อ อำมาตย์ไม่ชอบประชาธิปไตยเหรอ

***เสื้อเหลือง ชอบแต่อยู่ในขอบเขตของอำมาตย์

***เสื้อแดง อืม? ประชาธิปไตยแบบพอเพียงเนอะ

ปล.ผมยอมรับว่าไม่มีคำตอบครับ

ปล.ผมยอมรับว่าไม่มีคำตอบครับ

ปัญหามันซับซ้อนเกินกว่าสติปัญญาอันจำกัดของผมจะเข้าใจและหาทางออกให้ได้
แต่ผมเชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่าถ้าเราเถียงกันไปเรื่อยๆ มีเวทีการถกเถียงอย่างเสรีแบบนี้มากๆ เปิดให้ความเห็นต่างได้สนทนากันอย่างเต็มที่ ได้แสดงเหตุผลทุกด้านอย่างเต็มที่ ในที่สุดเราจะพบทางออกด้วยกัน อย่างน้อยที่สุดเราจะได้เรียนรู้ที่จะเคารพความเห็นต่าง มองความหลากหลายทางความคิดเป็นความสวยงาม อยู่ร่วมโลกกันได้อย่างไม่เกลียดกัน ผมคิดว่าด้วยการถกเถียงไปเรื่อยๆ เราจะพบทางออก อาจจะต้องใช้เวลานานแต่ก็ไม่เป็นไร

เพื่อนคนหนึ่งของผมหันหลังให้ปริญญาโทปรัชญาจากจุฬาฯไปใช้ชีวิตทำงาน อบต.ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในภาคอิสาน
เพิ่ง โทร.คุยกันเมื่อวานว่าความจริงของการเมืองในตำบลของเขาไม่ได้สวยงามเหมือนทฤษฎีที่ถกกันในมหาวิทยาลัยเลย ถ้าจะทำการเมืองให้ได้ตามหรือใกล้เคียงเกณฑ์ทางทฤษฎี เขาค่อนข้างจะไร้หวัง!

แต่ผมคิดว่าเรายังมีความหวัง ด้านที่ก้าวหน้าของความขัดแย้งทางการเมืองมีอยู่ ค่อยๆช่วยกันคิดไป ถกเถียงกันไปเรื่อยๆ แล้วเราอาจพบทางออกร่วมกัน

ขอบคุณที่ให้เกียรติแลกเปลี่ยน

ด้วยมิตรภาพ

อยากรู้ว่า โลกของคนฉลาดที่นี่

อยากรู้ว่า โลกของคนฉลาดที่นี่ จะจำกัดให้คนที่พวกเขาคิดว่าโง่ ไม่มีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นในสิ่งที่เขามองเห็นอย่างนั้นด้วยหรือไม่
..เพราะโง่อยู่ เลยถามครับ

สมศักดิ์

สมศักดิ์ ยังมีคนทีมีความคิดว่าตนเองเป็นเทวดา กว่า สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อีกหรือ?

แล้หมู่นี้ไม่ค่อยกล้า จาบจ้วง สถาบัน เป็น เพราะอะไร? เพราะเริ่มรู้ว่าสีแดงใกล้หนองแตกแล้วใช่มะ? เลยพยายามกลบเกลื่อนท่าที?

แต่อย่าห่วง ข้อเขียนที่นายแสดงไว้ใน ฟ้าเดียวกัน, ประชาไท, nocoup ฯลฯ ผม ก๊อปไว้เป็นกะตั้ก มีเวลาเอาไว้ให้ จนท. บ้านเมือง ดูได้อีกนานเป็นปี

แน่ะ!

แน่ะ! ยังริอ่านกล้าชี้หน้าด่าคนอื่นคิดว่าตนเองเป็นเทวดา

แล้วไอ้คนเขียน คห. นี้ล่ะ เป็นคนมีโยนิโสมนสิการงั้นดิ้ (แต่ป๋มว่าคนอย่างสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล เป็นคนหน้าโยนีมากกว่า 555)

เด๋ว!~

เด๋ว!~ ผมตามมุขนายไม่ทันว่ะ

เพราะยังไม่ได้อ่านบทความเลย แต่อยากเข้ามาชื่นชมสมศักดิ์ เพราะเดาว่าบทความนายนักปรัชญาฯ น่าจะมีสมศักดิ์อยู่ด้วย ก็จริงดังคาด

เด๋ว เข้ามาเล่นด้วยใหม่ ขอไปอ่านบทความมันก่อนนะ

อ่าน

อ่าน บทความของนักปรัชญาแล้วก็รู้ได้ภายในไม่ถึงครึ่งบทความว่า เป็น การเสแสร้งแสดงโวหารว่าเป็นกลาง แต่ที่แท้ แม่ง โคตรแดงแจ๋ เท่านั้นเอง อิอิ

มุขก็ฝืดๆ คนเขียนก็มี Bias สรุป เป็นเศษขยะทางไซเบอร์เสปซ อีกอันหนึ่ง

ซึ่งบทความนี้มีดีข้อเดียว คือ มีไอ้มนุษย์ถ้ำ สมศักดิ เจียมธีรสกุล มาแอบสิงสู่แถวๆ นี้ เราก็มีโอกาสได้ชื่นชอบแบบขับไล่มันได้บ้าง

ปล. แต่แปลก ไอ้มุนุษย์ถ้ำสมศักดิ์ เด๋วนิ มันแต๋วแตก ทำเป็นเลิกวิจารณ์สถาบัน เพราะตอนนี้มันเริ่มได้กลิ่นคาวเลือดตะกวดลอยมา ตุ่ยๆ แล้วก็เลยรู้ว่า อาการสะดีดสะดิ้งด่าสถาบันเริ่มใกล้ชนตอ (หรือบางทีอาจจะชนตีน ก็ด้ะ อิอิอิ) เลยทำเป็นวิจารณ์ด่าคนอื่นชอบหลงตนว่าเป็นเทวดา แต่ตัวมันเองหน้าก็โคตรมนุษย์ภ้ำโครมันยองแต่เสือกใสชฎาซะเอง

เอิ๊ก เอิ๊ก เอิ๊ก

ประชาธิปไตยในแป๊ปน้ำมัน 1

ประชาธิปไตยในแป๊ปน้ำมัน 1 ล้านใบ เนี่ย เป็นไง?

บรรยายหน่อยดิ๊ วิสา คันทับ

อิอิอิ

ป,. เอ๊! หรือถามผิดต้องไปถามไอ้ลิงอมฮอล์มันละมั้ง อิอิอิ อีกที

ฉะนั้น ต้องหาเศษเสลดจาก

ฉะนั้น ต้องหาเศษเสลดจาก ปีเปิ้น ชังแน่ง เอา มาอม มาดม มาถู อย่างเดียว

แล้วจะมีแรงแบกแป๊บน้ำมันได้ไกลจากบ้าน จนมาทำระเบิดเผากันเองตายหน้าบ้าน 4 เสา อย่างแน่นอน

กุศลาธรรมา อกุศลาธรรมา

ขอไม่อิอิ ละกัน เพราะบรรยากาศดูเศร้าว่ะ ฮ่ะฮ่ะฮ่า (อ้าว ลืใตว เสือกหัวเราะ เฉย ท่อดทีดิ๊ อิอิ)

ดีใจที่มีแต่คนเสื้อแดง

ดีใจที่มีแต่คนเสื้อแดง (หางก็แดง) เท่านั้น ที่เชื่อ

ขอบคุณจริงๆ ที่พวกคุณเท่านั้นที่เชื่อ

ขอบคุณจริงๆ

จริงๆ

นะ

ขอแก้ไข อ. สมศักดิ์

ขอแก้ไข

อ. สมศักดิ์ แกไม่ได้คิดว่าแกฉลาด

แกแค่คิดว่าแกเป็นเทวดา เท่านั้น

นอกนั้นแกไม่มีอะไรผิด ก็แค่พวกตะกวดตัวหนึ่ง

อ้าว!

อ้าว! มาจากบ้านไอ้เหลิมก็ไม่บอก

สังคมเป็ด

ยังงี้เจอหนาก็ต้องทักกันว่า Yes No OK Coca Cola ด้วยดิ้

ครับ "ความต่ำทราม"

ครับ "ความต่ำทราม" นั้นพิสูจน์กันยาก เหมือนกับความดีความเลว
ผมไม่ได้พิสูจน์ความต่ำทรามของสมศักดิ์ แต่สมศักดิ์พิสูจน์ตัวเองอยู่เกือบทุกความเห็นว่า "ต่ำทราม" (รวมถึง"บัดซบ"ด้วยนะ) แต่ผมไม่คิดว่าสมศักดิ์เลวหรอก แค่ต่ำทรามเท่านั้น

แล้วคุณได้พิสูจน์หรือยังล่ะ ว่าประโยค "คนดีที่เขายายเที่ยงล่ะสิ" นั้น ไม่ได้ใช้ความฉลาดในการตอบคำถาม หรือคุณเชื่อ(รู้สึก/ชอบ)ว่าความคิดเห็นแบบนี้ไม่ได้ based on ความฉลาด และไม่ได้อิงอยู่กับเหตุผลใดๆ ถ้าเชื่อเช่นนั้น คุณใช้เหตุผลใดมาพิสูจน์ความจริง?

ในกรณีที่คุณอาสาที่จะเป็นคนนำเสนอความคิดต่อสาธารณะ ผมว่ามัน "ต่ำทราม" ที่คุณจะตัดสินความเห็นอันหลากหลายของสาธารณะด้วยอารมณ์ (เช่น ตัดสินว่า ความเห็นนี้ไม่ได้ใช้ความฉลาดตอบนี่หว่า เป็นต้น) หรือคุณกราบตีนสมศักดิ์วันละ 3 ครั้งหลังอาหารจนแทบจะ mutant เป็นสมศักดิ์2 ไปแล้ว?

ปล.ความคิดเห็นนี้ใช้อารมณ์ตอบ :) เพราะผมไม่เคยอ้างตัวเป็น "นักปรัชญา" วิเศษวิโสนี่นา

เชื่อเช่นนั้น เพราะ ศรัทธา

เชื่อเช่นนั้น เพราะ ศรัทธา ความสุข หัวใจ ยิ้ม ปลาบปลื้ม ภูมิใจ ฯลฯ

มีครับ เพราะ คือประชาธิปไตย

อีกอย่าง ต้องเห็นคนทุกฅน มี

อีกอย่าง ต้องเห็นคนทุกฅน มี ความเท่าเทียม และกติกาที่เป็นธรรม ไม่คิดหรือทำแบบศรีธนนชัย

บอกแล้วว่า ให้หยุดเขียนสัก 1

บอกแล้วว่า ให้หยุดเขียนสัก 1 ปี

ยังดื้อ.

เชื่อม่ะ ผมเห็นชื่อคนเขียน ผมไม่อ่าน

ข้ามมาอ่านความเห็นเลย .. มาดูว่า มีคนวิพากษ์วิจารณ์คุณในประเด็นใดบ้าง

***กองทัพแดง*** ***นมัสการพระ

***กองทัพแดง***

***นมัสการพระตรัยรัตน์สวัสดี
ขอไทยราษฎร์คลาดทุกข์มีสุขศรี
ปัตตานียะลานราอย่ารบราญ

กองทัพแดงมุ่งมั่นในพันธะ
รักษาประชาธิปไตยไว้ลูกหลาน
ต้านอำนาจเบ็ดเสร็จเผด็จการ
ที่ล้างผลาญพลังราษฎร์ให้คลาดคลอน

ตาสีสายาจกตกต่ำต้อย
ต้องค้อมคอยอำมาตย์มันหลอกหลอน
ทำบุญน้อยคอยก้มประนมกร
จึงถาวรสุขสวัสดิ์กำจัดภัย

ชนชาวไทยไยเป็นหนี้ทวีวุ่น
เงินต้นทุนหมดคลังยังสงสัย
กู้ต่างชาติมากินสินจัญไร
ดอกเบี้ยใช้พร้อมต้นจนนับนาน

ชาวนาไร่ในแดดที่แผดเผา
ต้องซึมเศร้าเวทนาน่าสงสาร
ขายผลิตผลตนได้ไม่สำราญ
พ่อค้าขานราคาต่ำระกำซัด

ธุรกิจรายย่อยพลอยตกอับ
เงินเคยนับมีกำไรไยข้องขัด
ตั้งแต่พวกทหารพาลปฏิวัติ
เห็นได้ชัดกำไรลดถอยถดลง

อำมาตยาธิปไตยใครนิยม
ย่อมจ่อมจมยับยุ่ยเป็นผุยผง
ดีแต่คนอภิสิทธิ์ฤทธิรงค์
ที่สูงส่งเหนือขี้ข้ประชไทย

กองทัพแดงเห็นเล่ห์เพทุบาย
จึงภิปรายชี้ชั่วหากลัวไม่
ต่อต้านมันก๊กมันนั้นทันใด
เพื่อประชาธิปไตยไพบูรณ์จำรูญเอยฯ

นายมนุษย์ถ้ำนีแอลเดอธัลสมศักด

นายมนุษย์ถ้ำนีแอลเดอธัลสมศักดิ์ ไม่เจียมสกุล มันหายไปไหนวะ?

หนอยอุตส่าห์รอให้ไอ้นักปรัชญาขอบกระด้งมาเขียนคอลัมน์ ให้ไอ้มนุษย์ถ้าตามด่า คอลัมน์นี้มันมา 2 - 3 อันเอง

ไปไหนแล้วล่ะ เฮ๊ย! ไอ้มนุษย์ถ้ำฟลิ๊นโสตน โว๊ย! ไปไหนวะ

ถ้ามันไม่มางั้นขอท้า Debate

ถ้ามันไม่มางั้นขอท้า Debate ก๊ะมันไว้ก่อน

นายสมศักดิ์ ไม่เจียมสถุล มนุษย์โครมันยองผู้คิดว่าตนเองเป็นเทวดา (แม้แต่เงาแม่มัน มันยังด่า อิอิอิ) ผมสงสัยว่าคุณนักถ้ำมองทำไมชอบวิพากษ์วิจารณ์สถาบัน ครับวะ หือ? นึกว่าทำแล้วดูเท่ห์ หรือ? แต่ถ้าคิดว่าทำแล้วดูเท่ห์จริงๆ ทำไมหมู่นี้เลิกซะล่ะ! หรือกลัวเจอตีนที่จะตามมาหลังนิทรรศการเผาตะกวด ครับโว๊ย? (อย่างนี้เขาเรียกมนุษย์ถ้ำพันธุ์นกรู้นะเนี่ย อิอิอิ)

ขอถามให้ชัดอีกเทีย! ที่ชอบโชว์สังคังว่าสถาบัน คือ อุปสรรคของประชาธิปไตย ไหนลองอาศัยปัญญาแบบถ้ำๆ มาดูทีดิ๊ ว่าเป็นอุปสรรคอย่างไร? (ถ้ายังมีความกล้าวิจารณ์สถาบันอยู่น่ะนะ ฮี่ฮี่ฮี่)

(ขอขยายความว่าทำไมผมกล่าวหานายมานุดถ้ำมอง ว่าช่วงนี้เริ่มแต๋วแตกไม่กล้าวิจารณ์สถาบัน ที่เป็นเช่นนั้นเพราะ ไอ้นายสมศักดิ์นักถ้ำมอง มันเป็นนักวิชาการ สมองมันพอมีแม้จะเน่าในก็เถอะ มันเริ่มมองเห็นลางแพ้แบบเผานั่งยางของตะกวดเร็นเจอร์แล้ว มันเลยเริ่มรู้ว่าขืนแสดงโวหาร ถ่ม ถุย วิจารณ์สถาบันต่อไป หน้ามานุดหินฟลิ๊นสโตนของมันอาจได้เอาไปทำที่เช็ดเท้าแน่ๆ เลยเลิกวิจารณ์สถาบัน ซะงั้นเอง)

ปติ

ปติ ยงฝีปากกล้าเองอ้าหาเกรงใคร เหมือนเดิม

จึงหวังว่ามึงจะคือหนึ่งในมนุษย์แป๊บน้ำมันด้วยนะ

หวังว่าจะกล้าเหมือนตอนนั่งหน้าจอคอมฯ นะ ติ นะ

จริงๆแล้วคำถามที่ต่อจาก

จริงๆแล้วคำถามที่ต่อจาก comment ของ อ.สมศักดิ์ข้างต้นนั้น
ผมต้องการถาม อ.สมศักดิ์
ต้องการคำอธิบายที่เป็นเหตุเป็นผลมากกว่าคำพูดเฉียดไปเฉียดมา หรือแค่ประชด (แต่ถ้าประชดก็ไม่ว่ากัน เมื่อถูกประชดกลับบ้างก็อย่า sensitive เกินไป ควรรับได้ถ้าคนอื่นจะใช้มาตรฐานเดียวกันบ้าง คนเขียนหนังสือไม่จำเป็นต้องถูกเรียกร้องให้เป็น "ผู้วิเศษวิโส หรือปูชนียบุคคล" หรอก)
หลายคนที่เข้ามาตอบก็มีเหตุผลของตัวเอง
แต่เรื่องแบบนี่น่าจะพูดกันในเชิงข้อเท็จจริง/เหตุผลมากกว่านี้

เหมือนกับเรื่องทักษิณ ถ้าสังคมเล่นกันด้วยข้อเท็จจริง/เหตุผล รัฐประหารไม่มีทางจะเกิดขึ้นได้
แต่นี่เล่นปลุกเร้าอารมณ์จนหน้ามืดตามัวกันไปหมด จนมองไม่เห็นความผิดพลาดของ "กระบวนการอ้างคุณธรรมมารับใช้อำนาจนิยม"

เชื่อว่าความคิดตัวเองถูก

เชื่อว่าความคิดตัวเองถูก คนอื่นผิด

ไม่รู้จักเคารพความเห็นต่าง ไม่มีใครเกินเทวดาหัวโต

อะไรคือความดี อะไรคือความเลว

อะไรคือความดี อะไรคือความเลว หรือ ????คุณใช้อะไรแยกแยะครับ
ผมเชื่อว่าดลกนี้ไม่มี สิ่งดี หรือ แม้แต่สิ่งเลว (รวมทั้งสิ่งต่ำทราม)
ที่มีคือ สิ่งที่ควร(ทำ) กับ สิ่งที่ไม่ควร(ทำ) ตามฐานะ สภาวะ ของผู้กระทำในขณะนั้น

คุณนี่ ท่าทางเก่งน่ะ ดี ชั่ว

คุณนี่ ท่าทางเก่งน่ะ
ดี ชั่ว คืออะไร หรือ ?????????????
คุณแยกแยะได้ไหมว่าอะไรดี อะไรชั่ว ?????????ท
แต่ที่สำคัญที่สุด คุณคิดว่าโลกนี้ มี่ ดี มี ชั่ว ด้วยหรือ ????????ถ้าคุณคิดว่า มี
อธิบายหน่อย ว่า ดี เป็น อย่างไร ชั่ว เป็นอย่างไร
และใคร หรือ สิ่งไหน หรือ อะไร เป็นตัวกำหนดว่า สิ่ง หรือ คน ๆนั้น ดี หรือ ชั่ว
ปล.เข้าใจคำถามป่าว ....คิดว่าคงเข้าใจน่ะ

แค่เห็นนามปากกา "นักปรัชญา"

แค่เห็นนามปากกา "นักปรัชญา" ที่ผู้เขียนเลือกใช้ ก็รู้ถึงคุณภาพและกระบวนการสังเคราะห์ วิเคราะห์ของผู้เขียนได้โดยไม่ต้องอ่าน

มันก็แค่เป็นงานเขียนที่กรรมกรน่าจะคิดเขียนได้ลึกซึ้งกว่านี้

ผู้เขียนอ้างว่าเป็นนักปรัญญาช

ผู้เขียนอ้างว่าเป็นนักปรัญญาชายขอบ แต่จริงเป็นพวกนักปรัญญาอยู่กลางบ่อ คมช. ชนิดขวาจัดมากกว่ามั้ง เพราะที่เขียนมาไม่เห็นจะมีไรเลยนอกจากน้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหลงเหรง อ้างเป็นนักปรัญญาชายขอบว่าคิดไม่เหมือนชาวบ้านแต่ในใจเอาเผด็จการ