คนแม่สอยออกแถลงการณ์ค้านประตูระบายน้ำ หลังกรมชลฯ ยืนกรานเดินหน้าต่อ

คนแม่สอยออกแถลงการณ์คัดค้านการสร้างประตูระบายน้ำแม่สอยจนถึงที่สุด หลังจากนายธีระ วงศ์สมุทร รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อขอให้ยุติโครงการประตูระบายน้ำแม่สอย แต่การเจรจาไม่เป็นผล ซึ่งกรมชลประทานยังคงยืนยันเดินหน้าก่อสร้างโครงการต่อไป

วันที่ 14 ธ.ค.ที่ผ่านมา เวลา 11.00 น.ตัวแทนชาวบ้านแม่สอย ภาคีกลุ่มลูกน้ำปิง เครือข่ายนักศึกษาเพื่อสิ่งแวดล้อม และเครือข่ายนักกฎหมายเพื่อสิ่งแวดล้อมได้เข้ายื่นหนังสือต่อหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ผ่านนายสุรชัย ทิณเกิด ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา เพื่อขอให้ติดตามและตรวจสอบความถูกต้องของโครงการประตูระบายน้ำแม่สอย อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่

จากนั้นเวลา 12.30 น.ได้เดินทางไปชุมนุมที่บริเวณหน้ากระทรวงเกษตรฯ เพื่อคัดค้านโครงการสร้างประตูระบายน้ำแม่สอยมีกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ “กรมชลฯมัดมือชก” โดยมีชาวบ้านแสดงปิดหู ปิดตา ปิดปาก มัดมือมัดขาเพื่อสื่อความหมายว่าที่ผ่านมา กรมชลประทาน ได้ปกปิดข้อมูลมาโดยตลอด

หลังจากนั้น กลุ่มผู้ชุมนุมได้เข้าพบเจรจากับ นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อขอให้ยุติโครงการประตูระบายน้ำแม่สอย แต่การเจรจาไม่เป็นผล ซึ่งกรมชลประทานยังคงยืนยันเดินหน้าก่อสร้างโครงการต่อไป อย่างไรก็ตาม รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เสนอตั้งกรรมการร่วมสี่ฝ่ายประกอบด้วย กรมชลประทาน ชาวบ้านผู้คัดค้าน ชาวบ้านผู้เห็นชอบ และนักวิชาการ เพื่อทำความเข้าใจในโครงการสร้างประตูระบายน้ำแม่สอย

ต่อมา คณะกรรมการคัดค้านการก่อสร้างประตูระบายน้ำแม่สอย และชาวบ้านแม่สอยได้ร่วมกันออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 1 โดยยืนยันจะคัดค้านการสร้างประตูระบายน้ำแม่สอยจนถึงที่สุด

ในแถลงการณ์ ระบุว่า สืบเนื่องจากโครงการประตูระบายน้ำแม่สอย ตำบลแม่สอย อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ของกรมชลประทาน ซึ่งนับแต่นี้ต่อไปเราจะเรียกว่า “เขื่อนแม่สอย” เพราะเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่จะก่อผลกระทบต่อวิถีชีวิตชุมชนอย่างใหญ่หลวงเนื่องจากเขื่อนสร้างขวางกั้นแม่น้ำปิง อันเป็นเหมือนสายเลือดที่หล่อเลี้ยงคนตำบลแม่สอยและชุมชนริมสองฝั่งแม่น้ำปิงมายาวนานตั้งแต่จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ตาก กำแพงเพชร และนครสวรรค์

การพัฒนาแหล่งน้ำของรัฐต้องสอดคล้องกับความต้องการของชุมชน และชุมชนต้องมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ จึงจะเรียกว่า การพัฒนาโดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง กรมชลประทานและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องยอมรับสิทธิและบทบาทชุมชนในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมชลประทานควรทบทวนแนวนโยบายการพัฒนาแหล่งน้ำที่มุ่งเน้นการสร้างโครงการขนาดใหญ่ และหันมาใช้ศักยภาพที่มีอยู่ของชุมชนและพัฒนาให้สามารถจัดการทรัพยากรเพื่อให้เป็นต้นทุนทางนิเวศ วัฒนธรรมชุมชน เศรษฐกิจ และสังคม อันเป็นต้นทุนชีวิตของประชาชน

และกระบวนการที่ผ่านมาของกรมชลประทานนั้น ไม่ได้ทำตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปี 2550 ไม่มีการศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในชุมชน ไม่มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียก่อน ปิดกั้นสิทธิของชุมชนในการรับรู้ข้อมูล ดังนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งระหว่างรัฐกับชุมชน ชาวบ้านแม่สอยจึงขอเรียกร้องต่อรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 1.ขอให้ยกเลิกการประมูลก่อสร้างประตูระบายน้ำแม่สอย อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ และ 2.ขอให้ยุติโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำแม่สอย อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่

ทั้งนี้ มีรายงานว่าในวันศุกร์ที่ 18 ธ.ค.นี้ ทางคณะอนุกรรมการด้านสิทธิชุมชน นำโดย นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ จะลงพื้นที่ดังกล่าว เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยในช่วงเช้า จะมีเวทีประชุมรับฟังข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้ร้องกรณีประตูระบายน้ำแม่สอยและตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่ ต.แม่สอย อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ และในช่วงบ่าย จะมีประชุมรับฟังการชี้แจงด้วยวาจาจากหน่วยงาน ณ ห้องประชุม อบต.แม่สอย โดยในเวทีประชุมดังกล่าว ทางคณะอนุกรรมการด้านสิทธิชุมชน ได้เชิญหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องได้แก่ อธิบดีกรมชลประทานหรือผู้แทน ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ หรือผู้แทน นายอำเภอจอมทอง นายก อบต.แม่สอย นายก อบต.บ้านแปะ นายก อบต.สบเตี๊ยะ และองค์กรหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมแลกเปลี่ยนด้วย

000

แถลงการณ์ชาวบ้านแม่สอย ฉบับที่ ๑

เราจะคัดค้านการสร้างประตูระบายน้ำแม่สอยจนถึงที่สุด

 

สืบเนื่องจากโครงการประตูระบายน้ำแม่สอย ตำบลแม่สอย อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ของกรมชลประทาน ซึ่งนับแต่นี้ต่อไปเราจะเรียกว่า “เขื่อนแม่สอย” เพราะเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่จะก่อผลกระทบต่อวิถีชีวิตชุมชนอย่างใหญ่หลวงเนื่องจากเขื่อนสร้างขวางกั้นแม่น้ำปิง อันเป็นเหมือนสายเลือดที่หล่อเลี้ยงคนตำบลแม่สอยและชุมชนริมสองฝั่งแม่น้ำปิงมายาวนานตั้งแต่จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ตาก กำแพงเพชร และนครสวรรค์

การพัฒนาแหล่งน้ำของรัฐต้องสอดคล้องกับความต้องการของชุมชน และชุมชนต้องมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ จึงจะเรียกว่า การพัฒนาโดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง กรมชลประทานและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องยอมรับสิทธิและบทบาทชุมชนในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมชลประทานควรทบทวนแนวนโยบายการพัฒนาแหล่งน้ำที่มุ่งเน้นการสร้างโครงการขนาดใหญ่ และหันมาใช้ศักยภาพที่มีอยู่ของชุมชนและพัฒนาให้สามารถจัดการทรัพยากรเพื่อให้เป็นต้นทุนทางนิเวศ วัฒนธรรมชุมชน เศรษฐกิจ และสังคม อันเป็นต้นทุนชีวิตของประชาชน

และกระบวนการที่ผ่านมาของกรมชลประทานนั้น ไม่ได้ทำตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปี ๒๕๕๐ ไม่มีการศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในชุมชน ไม่มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียก่อน ปิดกั้นสิทธิของชุมชนในการรับรู้ข้อมูล ดังนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งระหว่างรัฐกับชุมชน เราชาวบ้านแม่สอยจึงขอเรียกร้องต่อรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดังต่อไปนี้

1.    ขอให้ยกเลิกการประมูลก่อสร้างประตูระบายน้ำแม่สอย อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่
2.    ขอให้ยุติโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำแม่สอย อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่

เราขอยืนยันเจตนารมย์ว่า
เราจะยืนหยัดต่อสู้ทุกวิถีทางเพื่อรักษาบ้านแม่สอย

คณะกรรมการคัดค้านการก่อสร้างประตูระบายน้ำแม่สอย
อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่

Comments

ถึงเวลายอมรับความจริงกันแล้วน

ถึงเวลายอมรับความจริงกันแล้วนะครับ เมื่อวันที่ 18 ธันวาที่ผ่านมา คงเห็นแล้วนะครับว่าเกิดอะไรขึ้น

กรรมการสิทธิ์ที่พวกคุณเรียกร้องให้เขาไปน่ะ ต่อให้เอียงแค่ไหน ยังไงก็คงหนีไม่พ้นความจริงที่ว่า
ชาวบ้านทั้งตำบลเขาต้องการโครงการนี้ ยกเว้นแค่พวกคุณยี่สิบกว่าคนเท่านั้นที่ไม่ต้องการ

ดังนั้นจากนี้ไปคงเข้าใจแล้วนะครับ ว่าคุณไม่มีสิทธิ์อะไรที่จะอ้างความเป็นตัวแทนชาวบ้านแม่สอย
เพราะคุณไม่ใช่ และไม่มีวันจะเป็นได้ไม่ว่าจะด้วยกรณีใดๆ ก็ตามที

เอาข่าวมาแปะครับ สรุปผลเหตุการณ์กรรมการสิทธิ์ลงพื้นที่

http://www.skyscrapercity.com/showpost.php?p=48742109&postcount=7808

ประตูระบายน้ำกั้นแม่น้ำปิง เวทีชาวบ้านลงมติสร้าง 15 หมู่บ้านยืนยันสนับสนุน กก.สิทธิมนุษยชนรับเรื่อง

เผยชาวบ้านทั้งตำบลเรียกร้องสร้างประตูระบายน้ำกั้นแม่น้ำปิงที่อำเภอจอม ทอง แต่ถูกคนอีกกลุ่มคัดค้านร้องไปยัง กก.สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเวทีแจงต่อหน้าปรากฏเสียงส่วนใหญ่ต้องการน้ำ มั่นใจไม่มีผลกระทบ กก.สิทธิฯชิงขอร้องอย่าทะเลาะกัน ขณะที่ชาวบ้านทั้ง 15 หมู่บ้านยื่นหนังสือยืนยันหนุนสร้างโดยเร็ว ระบุแม่น้ำปิงต้นปีจะแห้งขอดตจนถึงขั้นนำกระสอบทรายไปกั้นเพื่อสูบขึ้นมาใช้

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 18 ธ.ค. ที่ศาลาประชาคมใกล้วัดแม่สอยหลวง ต.แม่สอย อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ นายนิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในฐานะประธานอนุกรรมการสิทธิชุมชน เป็นประธานเปิดประชุมชาวบ้านจาก 15 หมู่บ้านใน ต.แม่สอย โดยมีตัวแทนจากสำนักงานชลประทานที่ 1 เชียงใหม่ ร่วมให้ข้อมูลในโครงการสร้างประตูระบายน้ำกลางแม่น้ำปิง ซึ่งกำหนดจะสร้างที่ ต.แม่สอย ด้วยงบประมาณไทยเข้มแข็งที่รัฐบาลจัดสรรให้ประมาณ 800 ล้านบาท ตั้งแต่ต้นปีหน้า เพื่อทดน้ำส่งให้พื้นที่ทั้งสองฝั่งแม่น้ำปิงซึ่งประสบภัยแล้งซ้ำซาก ตามความต้องการของประชาชนในพื้นที่ที่ได้ถวายฎีกาขอพระราชทานความช่วยเหลือ จากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ตั้งแต่ พ.ศ. 2547 ต่อมากรมชลประทานได้เสนอหนทางแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำว่าต้องสร้างประตูระบาย น้ำ เพื่อกั้นน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง และเปิดบานประตูในฤดูน้ำหลาก

โครงการนี้มีการประชุมชาวบ้านมาแล้วหลายครั้ง โดยเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนในตำบลเห็นด้วย แต่มีกลุ่มที่ไม่เห็นด้วย นำโดยนายสุวิทย์ นามเทพ อดีต ส.จ.จอมทอง และ น.ส.พิมพ์ใจ นามเทพ บุตรสาว คัดค้านและร้องเรียนไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ระบุว่าเป็นโครงการที่ไม่โปร่งใส ตบตาประชาชน และเร่งรัดผิดปกติ และวิตกว่าหากสร้างประตูระบายน้ำจะทำให้น้ำเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนสองฝั่ง ดังนั้นกรรมการสิทธิมนุษยชนฯ จึงยกคณะขึ้นมาเพื่อรับฟังความคิดเห็น แต่ปรากฏว่าชาวบ้านทั้ง 15 หมู่บ้านของ ต.แม่สอยลงชื่อรวมหลายพันคน มอบให้นายภากร มาทาเม นายก อบต.แม่สอย ยื่นต่อนายนิรันดร์ พิทักษ์วัชระ เป็นการยืนยันว่าเสียงส่วนใหญ่ในตำบลต้องการสร้างประตูระบายน้ำ เพราะสภาพพื้นที่แห้งแล้งซ้ำซาก ทั้งที่มีแม่น้ำปิงไหลผ่าน แต่อยู่ที่ลุ่มต่ำ ต้องสร้างสถานีสูบน้ำไฟฟ้ากว่า 10 แห่งขึ้นมาใช้ก็ยังไม่เพียงพอ สำหรับฤดูแล้งนี้ระดับน้ำก็ลดลงมากเกือบจะแห้งขอด คาดว่าต้นปีหน้าอาจจะถึงขั้นนำกระสอบทรายไปกั้นเพื่อสูบน้ำมาใช้ ดังนั้นหากมีประตูเก็บกักน้ำไว้ตั้งแต่ปลายฤดูฝนก็จะเกิดประโยชน์มากกว่า ส่วนการเวนคืนที่ดิน และการป้องกันน้ำล้นตลิ่ง ทางชลประทานก็แจ้งว่าไม่มีปัญหาและผลกระทบอยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รอบศาลาประชา คมมีชาวบ้าน กลุ่มแม่บ้านนับพันคนมาชุมนุมเพื่อสนับสนุนโครงการ และยังทำป้ายมีข้อความเรียกร้องให้สร้างประตูระบายน้ำ เมื่อตัวแทนชาวบ้านขึ้นกล่าวชี้แจงต่อกรรมการสิทธิมนุษยชน ก็จะโห่ร้องสนับสนุนเป็นระยะ ๆ ขณะที่กลุ่มผู้คัดค้านซึ่งมีประมาณ 20 คนได้แต่นิ่ง โดยไม่ได้ชี้แจงถึงเหตุผลที่คัดค้าน และกรรมการสิทธิฯ ก็เกรงว่าจะทำให้สองฝ่ายทะเลาะกัน จึงขอร้องให้สามัคคีกัน ฟังเหตุผลซึ่งกันและกัน ในระหว่างการรับฟังคำชี้แจงจาก อดีตกำนัน และผู้ใหญ่บ้านที่เป็นผู้ยื่นถวายฎีกาฯ นั้น นายนรพล ตันติมนตรี ส.ส.เชียงใหม่สายใต้ ได้มาร่วมประชุม และประกาศสนับสนุนโครงการนี้อย่างเต็มที่ เพราะจะเกิดประโยชน์ต่อคนจำนวนมาก ท่ามกลางเสียงโห่ร้องของชาวบ้านด้วยความดีใจ อย่างไรก็ตามการประชุมเสร็จสิ้นลงเมื่อเวลา 16.00 น.เศษ โดยไม่มีเหตุการณ์รุนแรงอะไร