สัมภาษณ์ ไม้หนึ่ง ก.กุนที: (1) ทำไมถึงต้องแดง! บทวิเคราะห์แดง-เหลือง การเมืองเก่า-ใหม่

 
  
ภาพจาก www.thaipoetsociety.com
 
 
อันที่จริงสำหรับ “ไม้หนึ่ง ก.กุนที” เขาไม่ได้เพิ่งจะแดงและแรงเอาพักนี้ แต่ฉายแววแรงตั้งแต่ช่วงที่การเมืองเพิ่งเริ่มต้นฮึ่มๆ กัน สังเกตจากบทกวีในมติชนสุดสัปดาห์ที่เปิดโอกาสให้คนตีความกันขนลุกขนชันเป็นระยะ
 
ยิ่งในช่วงที่ความขัดแย้งทางการเมืองสุกงอม เราเห็นเขาปรากฏบนเวทีเสื้อแดงแทบทุกเวที ทั้งใหญ่ ย่อย กร่อย คึก เพื่ออ่านบทกวีของเขาในลีลา “กระชากไส้” เรียกเสียงฮือ เสียงปรบมือสนั่น ทำเอาป้าๆ ลุงๆ อุทานด้วยความซาบซึ้ง “ไอ้นี่มันใคร” !
 
แน่ล่ะ เขาเป็นด้านกลับหลายๆ อย่างของบรรดากวีรุ่นใหญ่ที่เป็นที่รู้จักกันดีในสังคม นอกจากเนื้อหาจะ (ขัดแย้ง) แม่นมั่นแล้ว ยังมีสไตล์เป็นของตัวเองชัดเจน กวีใหญ่ตระเวณอ่านบทกวีเปิดงานนิทรรศการภาพวาดเฉลิมพระเกียรติและงานระดับชาติมากมาย กวี ‘ข้าวหน้าเป็ด’ ตระเวณอ่านบทกวีสดุดีประชาชนในงานบวช งานแต่ง งานขึ้นบ้านใหม่ของคนเสื้อแดงที่เพิ่งรู้จักกันในม็อบ
 
ยิ่งคุยกับเขา เรายิ่งพบส่วนผสมที่แปลกประหลาด ไม่เฉพาะอาชีพที่เป็นพ่อค้าข้าวหน้าเป็ดและเป็นกวีในเวลาเดียวกัน ในวิธีคิดทางสังคมเศรษฐกิจการเมือง เราก็จับเขาแปะฉลากได้ยาก เป็นมาร์กซิสต์ เป็นเสรีนิยม เป็นพุทธ เป็นคนชั้นกลาง เป็นคนรักทักษิณ ฯลฯ
 
ถ้าคิดว่าเขาน่าสนใจเพียงพอ สามารถทำความเข้าใจทั้งหมดทั้งปวงได้ตามสะดวก...
 
 
000
 
 
“หนึ่งหน่วย หนึ่งสิทธิหนึ่งเสียงที่แต่ละคนออกมาสู้เพื่อตัวเอง
สู้เพื่อชิงอำนาจของตัวเอง สู้เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง
มันคือเส้นทาง มันคือรอยเท้าแต่ละรอยที่สะสมกัน
เพื่อนำไปสู่อุดมคติใหญ่ที่เรียกว่า ประชาธิปไตยของพลเมือง”
 
 
การเมืองเป็นเรื่องรสนิยมส่วนตัวหรือเปล่า ทุกคนจำเป็นต้องชอบ หรือสนใจในการเมืองเหมือนกันหรือ
ในมุมมองของผม การที่ใครจะออกมาแสดงออก มีส่วนร่วมทางการเมือง มันมีสองลักษณะ คือลักษณะที่เป็นจริง กับลักษณะที่ลวง การดำเนินการทางการเมืองมีสองแนวทางมาตลอด ดูจากประวัติศาสตร์การต่อสู้ของจีนก็ได้ การต่อสู้ของจีนก่อนจะมายุคปลดปล่อยเป็นประเทศใหม่ มันคือการต่อสู้กับชาวต่างชาติ คือ คนญี่ปุ่น ซึ่งเริ่มต้นด้วยอุดมคติชาตินิยม แต่หลังจากไล่ญี่ปุ่นแล้ว ต่อมาอุดมคตินั้นก็กลายเป็นสองแนวทาง คือแนวทางชาตินิยมอนุรักษ์แบบเดิม กับแนวทางใหม่ที่มุ่งผลประโยชน์ส่วนตัว ส่วนตัวหมายถึง ส่วนตัวแต่ละคนๆ ของประชาชาติ ของประชาชน  
 
ผมมองว่า ‘ประชาชน’ เป็นหน่วยที่เล็กที่สุด เขาไม่มีทางสู้เพื่อคนอื่น มโนคติของพันธมิตรฯ ที่บอกว่าเขาต่อสู้เพื่อใครบางคน อันนั้นเป็นแนวทางที่มันไม่ใช่ความจริง แต่ถ้าเป็นอุดมคติที่บอกว่าสู้เพื่อประชาธิปไตย ถึงแม้มันดูเป็นม็อตโต้ เป็นคำพูดซ้ำๆ แบบอัตโนมัติ หรือสำเร็จรูป แต่ประชาธิปไตย มันคือเรื่องของหนึ่งสิทธิหนึ่งเสียงที่มันเป็นจริง เพราะฉะนั้น ถ้าเราแปลสมการออโตเมติกอันสวยหรูว่า แต่ละคนสู้เพื่อตัวเอง มันก็เหมือนกับย้อนมาถึงคำถามที่ถามเรื่องการเข้ามาร่วมทางการเมือง ผมมาร่วมการเมือง ก็เหมือนกับทหารซึ่งอาสาสมัครรบเวลามีสงคราม แต่เขาไม่ได้สู้เพื่อชาติ เขาสู้เพื่อตรึงแนวรบ เพื่อชนะสงคราม หรืออย่างน้อย ข้าศึกจะไม่ทำร้ายลูกเมีย ไม่ทำลายไร่นาของเขา พูดตรงๆ ก็คือว่า การต่อสู้ที่แท้จริงคือการต่อสู้บนผลประโยชน์ของประชาชนคนตัวเล็กๆ ครอบครัวแต่ละครอบครัว เพื่อที่จะได้ยันฝ่ายตรงข้ามไม่ให้มารุกรานครอบครัวของตัวเอง
 
ทีนี้หนึ่งหน่วย หนึ่งสิทธิหนึ่งเสียง หรือผลประโยชน์ของแต่ละคนของพลเมือง มันก็รวมเป็นอุดมคติที่ใหญ่  คือ สังคมไทยทุกวันนี้ หนึ่งหน่วย หนึ่งสิทธิหนึ่งเสียงที่แต่ละคนออกมาสู้เพื่อตัวเอง สู้เพื่อชิงอำนาจของตัวเอง สู้เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง มันคือเส้นทาง หรือรอยเท้าแต่ละรอยที่สะสมกัน เพื่อนำไปสู่อุดมคติใหญ่ที่เรียกว่า ‘ประชาธิปไตยของพลเมือง’
 
 
 
ถ้าคุณชนะสงครามสื่อ มวลชนคุณจะจริงหรือปลอมก็แล้วแต่
คุณสามารถทำให้มันเป็นจริงได้...”
 
 
ถ้าใช้ตรรกะนี้ การต่อสู้อะไรก็ย่อมไม่มีทางผิด พันธมิตรฯ ต่อสู้กับการคอรัปชั่น เขาก็สู้เพื่อตัวเขาเหมือนกัน
เราต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า สองแนวทางที่พูดถึงก็เหมือนเจียงไคเช็คกับเหมาเจอตุง พันธมิตรฯ ก็คือ เจียงไคเช็ก ชัดเจนมาก เขาต้องการสร้างความเป็นชาตินิยมเพื่อหลอมรวมมวลชน มันเป็นสูตรเดิม ไม่ว่าสังคมไหนก็แล้วแต่ ถ้าต้องการที่จะหลอมรวมมวลชนให้ได้รวดเร็ว ต้องหาศัตรูร่วมหรือผลประโยชน์ร่วมที่เข้าใจได้ง่ายที่สุด ความเป็นชาติ ความเป็นเชื้อชาติ อะไรพวกนี้เป็นสิ่งที่เข้าใจง่าย การสร้างอสูรกาย  ปีศาจขึ้นมา ยกตัวอย่างว่าเป็น ‘ทักษิณ ชินวัตร’ มันจะสร้างศัตรูที่จะเผชิญหน้า ให้สามารถแบ่งฝักแบ่งฝ่ายชัดเจน เพราะฉะนั้น มวลชนจึงจุดติดง่าย
 
ผมมองว่าการต่อสู้ของพันธมิตรฯ ที่เขาเลือกแนวทางนี้ เพราะว่าเขาใจร้อน เขาไม่สามารถรอให้มวลชนสุกงอมจากกระเป๋าตัวเองได้ ผมใช้คำว่า ‘สุกงอมจากกระเป๋าตัวเอง’ ก็คือ ประชาชนทุกวันนี้ คนเสื้อแดง ทำไมจึงออกมา อย่างรายงานข่าวอันหนึ่งที่ผมเจอ ครอบครัวหนึ่ง พ่อแม่ลูกสองคน มีคนไปถามว่า ทำไมคุณถึงออกมาต่อสู้ร่วมกับ นปช. ทั้งที่เขาไม่ได้สังกัดกลุ่มรักทักษิณเลย เขามาในฐานะส่วนตัว เขาบอกว่า ประสบการณ์ตรงที่ทำให้เขาต้องออกมาร่วมกับ นปช. เพราะว่าเขาได้ผลประโยชน์จาก 30 บาทรักษาทุกโรค คือลูกคนเล็กของเขาป่วยเป็นไข้เลือดออก ถ้าอยู่ในเงื่อนไขเดิมที่เขาเห็นจากตัวเองสมัยวัยเด็ก เห็นจากพ่อแม่ เห็นจากญาติพี่น้อง หรือเครือญาติที่เป็นชนชั้นล่างทั้งปวง กว่าคุณจะได้รับการรักษาพยาบาล กว่าจะอยู่ในภาวะที่หมดห่วงที่ว่าไม่ตาย โห มันเนิ่นนานมาก แต่ในขณะที่รัฐบาลที่นำโดยพรรคไทยรักไทย มีนโยบายออกมาแล้วลูกเขาปลอดภัยในระยะเวลาอันสั้น เขาถึงสรุปว่า นี่เป็นผลประโยชน์ส่วนตัวของเขาที่มันเปลี่ยนไปจากยุคบรรพบุรุษ เพราะฉะนั้น เขาจึงมาร่วมต่อสู้กับ นปช.
 
แต่ในขณะที่การเคลื่อนไหวมวลชนบางอัน เขาต้องการปริมาณในระยะเวลาที่รวดเร็ว อย่างให้ผมวิจารณ์พันธมิตรฯ การเคลื่อนมวลชนของเขาใช้การจัดตั้งที่ชัดเจน แต่เนื่องจากภาวะวิสัยทางมวลชน ส่วนใหญ่เขากลับเห็นดีเห็นงามจากนโยบายประชานิยมของไทยรักไทย เพราะฉะนั้นการเคลื่อนไหวของพันธมิตรฯ ไม่สามารถชิงมวลชนจากประชานิยมมาได้ ดังนั้น ทางหนึ่งเขาจึงสร้างกระแสชาตินิยม และกระแสศัตรูร่วมของการหลอมมวลชนของเขา นี่ก็คือความต่าง
 
ที่คุณคิดซับซ้อน นั่นเพราะมันไม่ยืนอยู่บนพื้นฐานความจริง คือ ความสุกงอมของประชาชน คุณจึงต้องมีกระบวนการจัดตั้งที่พลิกแพลงมากมาย เพื่อที่จะสะสมปริมาณ แล้วเอามาชูในสังคม แต่ภาวะวิสัยของสังคมไทยก็คือสื่อ และเทคโนโลยีการสื่อสาร ทำให้พันธมิตรฯ สามารถสรุปได้เร็วมากว่า ถ้าคุณชนะสงครามสื่อ มวลชนคุณจะจริงหรือปลอมก็แล้วแต่…คุณสามารถทำให้มันเป็นจริงได้...
 
แล้วยิ่งเขาสรุปอารมณ์ของสังคมไทย หรือธรรมชาติของสังคมไทยที่มีฉันทาคติ อคติแบบหนึ่งๆ หรือชนชั้นที่แอบแฝงอยู่ เขาย่อมรู้ว่ามิตรของเขาในหมู่เมือง หรือในสังคมที่ทำเรื่องสื่อมีอยู่มากมาย พวกเขามีจริตเดียวกัน รสนิยมเดียวกัน อ่านหนังสือเล่มเดียวกัน ครูบาอาจารย์เถือกเขาเหล่ากอเดียวกัน เพราะฉะนั้นเขาคุยกันไม่ยาก เขาจึงเลือกแนวทางที่มันลัด มวลชนของเขาไม่ได้สุกงอมจริง แต่ได้มาปริมาณหนึ่งที่จะโชว์ภาพได้ว่ามีขนาดเท่านี้ ที่เหลือก็เป็นเรื่องการติดต่อ connection ที่คุยกันง่าย เพราะรสนิยม และพื้นฐานการศึกษาแบบเดียวกัน ตรงนี้เป็นแนวทางลัด แต่ไม่ได้หมายความว่า แนวทางนี้จะไม่สามารถยกระดับมาสู่แนวทางที่เป็นจริง เหมือนกับที่ นปช.ทำ
 
 
 
“ผมมีข้อมูลของคนที่ผมต้องการเผชิญหน้า ผมดูเอเอสทีวี แม้แต่การชุมนุมครั้งที่ผ่านมา
มันไม่ได้ไง ที่เราจะคับแคบจนไม่ยอมรับการมีอยู่ของฝ่ายที่เราไม่เห็นด้วย
หรืออคติจนมองเห็นว่าเขาไม่มีดีเลย
เช่นที่ผมบอกข้อดีของเขา เช่น เขาจุดประเด็นสภาสาขาอาชีพ เป็นเรื่องถูกต้อง
แต่ไม่ใช่เปลี่ยนสภาผู้แทนราษฎรไปเป็นสภาสาขาอาชีพเลย
เพราะทันทีที่คุณเปลี่ยนเลย มันมีปัญหากับโครงสร้าง”
 
ผมเองก็ยอมรับว่า นปช. ก็มีการผสมหลายส่วน แนวทางที่จัดตั้ง แต่มันเป็นส่วนที่น้อย หรือแนวทางที่ยึดติดกับตัวบุคคล คนรักทักษิณ แต่คนที่รู้สึกว่าต่อสู้มาจากกระเป๋า ต่อสู้มาจากสุขภาพ ต่อสู้มาจากบ้านเรือนของตัวเองนั้นมีไม่น้อย และพอถึงจุดหนึ่ง ทุกคนอยากหาเพื่อน บางคนเริ่มต้นด้วยการต่อสู้ส่วนตัว แต่ก็เข้าไปสังกัดกลุ่มคนรักทักษิณ หลักการอธิบายเหตุผลมันอย่างเดียวกัน
 
และการเมืองใหม่ของพันธมิตร จะล้มเลิกสภาผู้แทนราษฎรแล้วแทนที่ด้วยสภาประชาชน ผมบอก มึงจะบ้าเหรอ ราษฎรมันก็คือประชาชน ทำไมคุณจะเปลี่ยนให้มันวุ่นวาย ทำไมไม่ส่งเสริม อย่างไรก็ตาม ผมยอมรับเรื่องหนึ่งของพันธมิตรฯ คือ เรื่องผู้แทนจากแต่ละสาขาอาชีพ ตอนนี้กลายเป็นว่า ส.ส.ที่ควรจะเป็นคือ ส.ส.ปกติจากเขตเลือกตั้ง ส.ส.สัดส่วน วุฒิสมาชิก ทั้งหมดมาจากการเลือกตั้ง แล้วก็เพิ่ม ส.ส.จากสาขาอาชีพ โดยทำทะเบียนเลยว่า ประชาชนมีอาชีพอะไรเท่าไร แล้วให้เขาเลือกตั้งในสาขาอาชีพเขา เราจะมีผู้แทนเพิ่มเข้ามาอีก 250 คน หรือ 500 คนก็ได้ ประชาชนจะมี 2 คุณภาพ ในฐานะพลเมืองปกติกับพลเมืองสังกัดอาชีพ ถามว่า เพิ่มมาเยอะขนาดนี้ไม่บ้าไปกันใหญ่หรือ ผมว่าคุณสิบ้า ทุกวันนี้ผู้แทนไม่สามารถรับใช้ประชาชนได้อย่างทั่วถึง อัตราประชาการของเรา 60 กว่าล้านคน เพิ่มผู้แทนมาอีก 500 คน ไม่ใช่เรื่องไร้สาระ
 
ตอนนี้เรากำลังถูกดึงโดยการจำกัดจำเขี่ยทั้งปวงของอำนาจประชาชน ผู้แทน 500 คนก็เหลือ 480 คน เอาทุกอย่าง 20 ก็เอา คุณเป็นนักข่าวเป็นอะไรกัน เคยมีคำถามไหม อ้าว เหตุผลที่มันหายไปเพราะอะไร การแบ่งเขตการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญปี 50 มันชัดเจนมากว่าเพื่อส่งเสริมใครและทำลายใคร
 
 
 
“ถึงที่สุดเรายังต้องกลับมาตีความคำว่า “ผู้แทนราษฎร” ด้วย
เขาคือตัวแทนของเรา แต่ปัญหาสังคมไทย 3-4 ปี ทุกวันนี้คือ
คุณพยายามทำลายประชาชนนั่นแหละ แต่ทำลายมาทีละขั้น
แล้วปัญญาชนชั้นกลางก็ไม่รู้ว่าถูกชี้นำให้ทำลายบันไดขั้นแรกคือ ผู้แทนราษฎร
ซึ่งขั้นสุดท้ายมันก็คือประชาชน”
 
คุณศึกษาแนวทางของพันธมิตรฯ ของเอเอสทีวีด้วยใช่ไหม
คนที่ทำงานในเอเอสทีวีผู้จัดการก็พี่น้องผมหลายคน สมัยที่พันธมิตรฯ เคลื่อนมวลชน ผมก็ยังได้ป้าย VIP ที่เข้าไปหลังเวทีได้ พูดตรงๆ เวทีพันธมิตรฯ เป็นเวทีของอภิชน คุณจะเป็นใครก็ได้ ถ้าคุณมีต้นทุนทางสังคมแล้วต่อคอนเน็กชั่นได้ ผมมีข้อมูลของคนที่ผมต้องการเผชิญหน้า ผมดูเอเอสทีวี แม้แต่การชุมนุมครั้งที่ผ่านมา แต่มันไม่ได้ไง ที่เราจะคับแคบจนไม่ยอมรับการมีอยู่ของฝ่ายที่เราไม่เห็นด้วย หรืออคติจนมองเห็นว่าเขาไม่มีดีเลย เช่นที่ผมบอก ข้อดีของเขาคือเขาจุดประเด็นสภาสาขาอาชีพ เป็นเรื่องถูกต้อง แต่ไม่ใช่เปลี่ยนสภาผู้แทนราษฎรไปเป็นสภาสาขาอาชีพเลย เพราะทันทีที่คุณเปลี่ยนเลย มันมีปัญหากับโครงสร้าง เพราะผู้แทนของเราส่วนหนึ่งเป็นผู้แทนในระบบเก่า เหมือนชนชั้นหมอผีในสังคมบรรพกาล ทันทีที่คุณเป็นหมอผี คุณไม่ต้องทำนา ไม่ต้องทอผ้า ทันทีที่คุณเป็นผู้แทน คุณมีหน้าที่รับเรื่องร้องทุกข์ ต่อสู้เพื่อประชาชนที่เขาเลือกคุณมา คุณไม่มีเวลาไปทำมาหากินส่วนตัว ส่วนใหญ่แล้วคุณไม่มีสภาวะของผู้ประกอบอาชีพ ฉะนั้น ผู้แทนก็กลายเป็นอภิชนเกือบหมดโดยสิ้นเชิง อาจยกเว้นสมัยคุณจำลอง ดาวเรือง คุณเตียง ศิริขันธ์ ต้องยอมรับว่าพวกนี้ยังยืนหยัดอยู่บนชนชั้นและที่มาที่ไปของตัวเอง แต่ทุกวันนี้ทันทีที่คุณเข้าสู่รัฐสภา คุณได้ชีวิตที่ดีกว่า และคุณสมควรได้ เพราะคุณเป็นผู้แทนของประชาชน บางครั้งเราต้องเข้าใจสถานภาพของการเป็นตัวแทน คนพวกนี้เราเลือกมาใช้ชีวิตที่ดีกว่าแทนเรา เพื่อกลับมารับใช้พวกเราซึ่งเป็นประชาชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า ให้ชีวิตมันดีใกล้เคียงกับชีวิตที่ดีซึ่งมีน้อย
 
ถึงที่สุดเรายังต้องกลับมาตีความคำว่า “ผู้แทนราษฎร” ด้วย เขาคือตัวแทนของเรา แต่ปัญหาสังคมไทย 3-4 ปีทุกวันนี้คือ คุณพยายามทำลายประชาชนนั่นแหละ แต่ทำลายมาทีละขั้น แล้วปัญญาชนชั้นกลางก็ไม่รู้ว่าถูกชี้นำให้ทำลายบันไดขั้นแรกคือ ผู้แทนราษฎร ซึ่งขั้นสุดท้ายมันก็คือประชาชน พูดง่ายๆ ตอนนี้มีปัญญาชนฝ่ายอนุรักษ์นิยมบางคนแพลมออกมาในข้อเขียนของตัวเองว่า ไม่ได้เรียกการเมืองการปกครองในประเทศไทยว่าประชาธิปไตย เรียกว่า ...อธิปไตย คุณไปรื้อดูได้ยังอยู่ในสื่อสิ่งพิมพ์บางเล่ม
 
 
 
“รูปแบบการเคลื่อนไหวในลักษณะนำ มันก็มีส่วนใหม่ แต่จะว่าล้าหลังก็มีส่วนล้าหลัง 
ผมขออธิบายคำว่า “ล้าหลัง” ว่า ยังมีบุคลิกของการทำมวลชนทางลัด
คือ ใช้วิธีการของ ส.ส. ใช้เครือข่ายพรรคการเมือง หัวคะแนน
จัดตั้งมวลชนขึ้นมา รูปแบบนี้ล้าหลัง แต่มันก็จำเป็นในระยะแรก
สรุปว่า ผมยอมรับไอ้ทฤษฎีการจัดตั้งเต็มที่อยู่แล้ว
แต่ความก้าวหน้าของ นปช. ที่ทำให้ในที่สุด
ระดับนำหรือแกนนำในการเคลื่อนไหวมวลชนต้องละล้าละลัง ก็คือ
ความก้าวหน้ามันอยู่ที่มวลชน มวลชนสุกงอม”
 
 
รูปแบบและเนื้อหาการเคลื่อนไหวของ นปช. มีอะไรใหม่บ้าง
รูปแบบการเคลื่อนไหวในลักษณะนำ เหมือนกับจะพูดว่าใหม่ มันก็มีส่วนใหม่ จะว่าล้าหลังก็มีส่วนล้าหลัง ผมขออธิบายคำว่า ‘ล้าหลัง’ ว่ายังมีบุคลิกของการทำมวลชนทางลัด คือ ใช้วิธีการของ ส.ส. ใช้เครือข่ายพรรคการเมือง หัวคะแนนจัดตั้งมวลชนขึ้นมา รูปแบบนี้ล้าหลัง แต่มันก็จำเป็นในระยะแรก สรุปว่าผมยอมรับไอ้ทฤษฎีการจัดตั้งเต็มที่อยู่แล้ว แต่ความก้าวหน้าของ นปช. ที่ทำให้ในที่สุดระดับนำหรือแกนนำในการเคลื่อนไหวมวลชนต้องละล้าละลังก็คือ ความก้าวหน้ามันอยู่ที่มวลชน มวลชนสุกงอม ซึ่งไม่ได้หมายความว่า สุกงอมจากความคิด ทฤษฎี แต่สุกงอมจากพื้นฐานข้อจำกัดการปะทะทางชีวิตรายวันแล้วได้รับการสะกิดความคิด ผมไม่อยากพูดว่า เป็นการให้การศึกษานะ แต่อย่างที่คุณสุรชัย แซ่ด่าน ทำ ผมมองว่า เขาทำได้ดีที่สรุปทฤษฎีเพื่อประชาชน เพื่อสังคมทั้งปวง แล้วเอามาย่อยด้วยภาษาง่ายๆ สำหรับส่งให้ชาวบ้าน ซึ่งจริงๆ แล้ว นี่ไม่ใช่การให้การศึกษา มันเป็นการแค่สะกิด
 
อันนี้พูดถึงความสุกงอมของมวลชนที่เหมือนกับตอนแรก เริ่มต้นจากความห่ามๆ พอสะกิดนิดหนึ่ง มันสุกเลย ขณะที่ฝ่ายการเมืองเองยังก้าวหน้าไปไม่เท่า หลายคนขึ้นมาระดับ mass เป็นขวัญใจของมหาประชาชน แต่เขายังมองว่า มหาประชาชนคือผลผลิตในฤดูเก็บเกี่ยว แล้วเขาถือเคียวเพื่อที่จะไปเก็บเกี่ยวผลผลิตนั้นมาเป็นคะแนนเสียง หรือเป็นฐานสนับสนุนในการเริ่มต้น ตั้งแต่นักการเมืองท้องถิ่น ส.ส. จนถึงระดับรัฐมนตรี แล้วทันทีที่มันมีบุคลิกแบบฝ่ายการเมือง ความเห็นแก่ตัวอย่างนี้ทำให้มีทิศทางการมองต่างกันไป
 
อย่าง นปช.ทุกวันนี้ ทิศทางหนึ่งในการเคลื่อนมวลชน อำนาจการนำอยู่ในฝ่ายการเมือง ซึ่งมีความพร้อมทั้งการจัดตั้งพื้นฐาน คะแนนเสียงในภูมิภาคหรือในชนบท อีกส่วนหนึ่งอำนาจการนำอยู่ในภาคประชาชนซึ่งพวกนี้เป็นนักเคลื่อนไหวที่มีประวัติศาสตร์ มีต้นทุนมาจากการเคลื่อนไหวของสังคมไทยอยู่แล้ว ตั้งแต่ยุค 14 ตุลา หรือก่อนหน้านั้นด้วยซ้ำ บางคนเคลื่อนไหวโดยที่ไม่มีบทบาทมาตั้งแต่สมัยจิตร ภูมิศักดิ์ ตอนนี้แก่มาก แต่ก็ยังผลิตรุ่นลูกรุ่นหลานรุ่นเหลนออกมาเป็นเมล็ดพันธุ์ใหม่ๆ เป็นถั่วงอกใหม่ๆ ที่ออกมารับใช้สังคม
 
โดยสรุปว่ามีสองส่วนนี้ ส่วนหนึ่งยังมีปัญหาคลุมเครือที่ถูกวิพากษ์ได้เสมอ คุณต่อสู้เพื่อตัวเอง คุณต้องการลงไปเก็บเกี่ยวข้าวเพื่อใส่ยุ้งฉางที่บ้านคุณ ในขณะที่อีกแนวทางหนึ่งที่เป็นภาคประชาชน ต้องการเก็บเกี่ยวข้าวเพื่อมาเป็นยุ้งฉางกลางแล้วแจกจ่ายแต่ละมวลชน หรือแต่ละครัวเรือน เพราะฉะนั้น ทั้งสองอันนี้จึงทำให้การเคลื่อนไหวของ นปช.ดูไม่เนียน ดูกระด้างกระเดื่อง ไม่สามารถหลอมรวมได้กลมกลึง
 
 
“การเมืองเก่าต้องส่งเสริมอย่างจริงใจและจริงจัง
ปัญหาของสังคมไทยคือ การส่งเสริมประชาธิปไตยไม่ได้เกิดขึ้นจริง
ทุกอย่างเล่นละครกันโดยสิ้นเชิง”
 
 
มองสิ่งที่เรียกว่า “การเมืองใหม่” ยังไง
คำว่า การเมืองใหม่ถูกจุด แพร่ขยายเชื้อวงกว้างโดยเวทีของพันธมิตรฯ ซึ่งผมไม่เห็นด้วย ผมมองว่าสังคมไทยมีหลายสิ่งหลายอย่างที่เรายังไปไม่ถึงจุดอิ่มตัวกับของที่มีอยู่แล้ว เหมือนว่าคุณต้องใช้ภาชนะอันหนึ่งให้คุ้มค่า ถ้ายังไม่ถึงเวลาก็ไม่ต้องเปลี่ยนใหม่ ผมกำลังพูดถึงการเมืองเก่า พูดตรงๆ นะครับ ไอ้ประชาธิปไตยของเมืองไทย ถ้าหากมันเป็น เพราะตอนนี้ก็มีการถกเถียงกันในระดับนักวิชาการระดับสูงว่า จริงๆ ตามรัฐธรรมนูญมันเป็นประชาธิปไตย หรืออะไรอธิปไตย สมมติว่าเป็นอะไรก็แล้วแต่ แต่ถ้าโดยโครงสร้างอำนาจการปกครองมันยังใช้ได้ก็ควรใช้ ผมเองมองย้อนไปถึงรัฐธรรมนูญ 2540 ว่า เรายังไม่ต้องหาของใหม่ เอาของเก่ามาใช้ แล้วรัฐธรรมนูญ 2540 มีจุดบอดในโครงสร้างคร่าวๆ ที่ยังมีรายละเอียดต้องปรับเปลี่ยนอีกหลายส่วน คร่าวๆ ที่เห็นก็คือว่า องค์กรอิสระทั้งปวงต้องมาจากการเลือกตั้งด้วย
 
ยกตัวอย่างศาลรัฐธรรมนูญ คุณก็ต้องให้เลือกตั้งเหมือน ส.ส.นี่แหละ เพียงแต่คุณอาจระบุคุณสมบัติไปว่า ต้องจบกฎหมาย หรือว่าไม่จบก็ได้ เป็นประชาชน ใบสมัครมี 2 ประเภท ผู้ที่มีวุฒิการศึกษาสมัครได้เลย ผู้ไม่มีวุฒิการศึกษา เรามีแบบทดสอบเบื้องต้นที่เหมือนการสอบใบขับขี่ ถ้าคุณสอบผ่าน คุณมีสิทธิสมัครเป็นคณะกรรมการศาลรัฐธรรมนูญ ทุกอย่างใช้การเลือกตั้ง กกต.ก็ด้วย ทุกวันนี้เป็นลักษณะการแทรกแซงจากการแต่งตั้ง แต่จริงๆ แล้วการแทรกแซงก็เกิดขึ้นได้ การเลือกตั้งก็แทรกแซงได้ ซึ่งจากประวัติศาสตร์เราก็มี แต่การแต่งตั้ง มันไม่เคลียร์มากกว่า ซึ่งถ้าคุณออกแบบโครงสร้างทุกอย่างให้มาจากประชาชนมันจะแข็งแรงขึ้น
 
ที่นี้ผมก็อยากพูดถึงการเมืองเก่า คุณทำให้มันสมบูรณ์ก่อนสิ หรือใช้ให้มันเปล่งศักยภาพสูงสุดเสียก่อน อย่างเช่นคุณมีสิ่วอย่างดีที่คมมาก แต่คุณใช้แค่ทำไม้จิ้มฟัน คุณไม่เคยเอาสิ่วไปใช้ให้เปล่งศักยภาพสูงสุดเพื่อแกะสลักประติมากรรมมาสักอันหนึ่ง
 
เพราะฉะนั้น ผมมองว่า ‘การเมืองเก่า’ ต้องส่งเสริมอย่างจริงใจและจริงจัง ปัญหาของสังคมไทยคือ การส่งเสริมประชาธิปไตยไม่ได้เกิดขึ้นจริง ทุกอย่างเล่นละครกันโดยสิ้นเชิง คำว่า ‘ไม่ส่งเสริมอย่างจริงจัง’ คือ เราใฝ่ฝันและปรารถนาที่จะเห็นยอดผู้มาใช้สิทธิเต็ม 100% หรือใกล้เคียง 100% กันทั้งนั้น แต่เราไม่มีนโยบายที่จริงจังที่จะส่งเสริมยอดผู้มาใช้สิทธิ นโยบายที่มันตอแหล ทุ่มงบไปให้ กกต.โหมประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อหนังสือพิมพ์ วิทยุ และทีวี ผมเห็นว่ามันเป็นนโยบายที่ลวงและตอแหล เงินก้อนนี้ เป็นเงินหลายล้านบาท คุณลองไปเช็คนะ ผมไม่แน่ใจว่ามันอาจเป็นพันล้านบาท เงินก้อนนี้คุณเอามาแบ่งให้กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งดีกว่า จะหารได้เท่าไหร่ก็แล้วแต่ จะ 200 หรือ 500 บาท ระบุไปในรัฐธรรมนูญเลยว่า ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งทุกสมัยมีสิทธิได้เงินสนับสนุนจากรัฐบาลคนละเท่าไหร่ เป็นค่าชดเชยการหยุดงาน เป็นค่าการเดินทาง เป็นค่าอะไรทั้งปวง ที่สุดคุณก็จะเลิกอ้างกันเรื่องพลังเงียบซะที ทุกวันนี้ยอดผู้มาใช้สิทธิ 60 หรือ 70% เขาก็ถามถึง 40% หรือ 30% ที่เหลือ เลิกเบี่ยงเบนให้เฉไฉ คุณเปิดเผยพลังเงียบกันด้วยวิธีนี้เลย ที่สุดใครจะเอาทักษิณหรือไม่เอา เขาจะเอาประชาธิปไตย หรือ อำมาตย์ โดยปริมาณ โดยสถิติ จะประจานกันเองว่าอะไรคือความจริง
 
ทุกวันนี้ มีอีกเรื่องหนึ่งที่ไม่ได้ส่งเสริมประชาธิปไตย คือการห้ามขายเหล้าในวันเลือกตั้ง ทำไมผมพูดจาผิดปกติเช่นนี้ นอกจากคุณให้เงินประชาชนในการมาใช้สิทธิการเลือกตั้งแล้ว คุณต้องให้ประชาชนรู้ค่าวันเลือกตั้ง ทำให้รู้สึกเหมือนเป็น Festival เป็นมหกรรมเฉลิมฉลองที่ทุกคนหยุดงานหมด หลังจากออกไปเลือกตั้งเสร็จ ทุกคนมีเงินออกไปกิน ดื่ม เพื่ออะไร เพื่อแสดงว่าประชาชน แม่งเป็นใหญ่ที่สุด ประชาชนสามารถสำมะเลเทเมา หรือว่าทำอะไรก็ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่า เราส่งเสริมให้ประชาชนสำมะเลเทเมา แต่เราต้องการสื่อสารให้ประชาชนเขาเห็นถึงอำนาจของเขาว่า จริงๆ คนที่ใหญ่ที่สุดในแผ่นดิน คือ เขา ไม่ใช่ให้อภิชนปิดห้องกินไวน์ชั้นดี ไม่ว่าผู้ชาย ผู้หญิง หรือว่ามั่วเสพยาเสพติดกัน การสำมะเลเทเมาของมวลมหาชนนั้น ไม่ต้องห่วงมันจะคุมเชิงกันเอง สังคมจะตรวจสอบกันเอง ทุกคนมีเงินบางส่วนเท่านั้น มันจึงจะมากินเหล้าหรือสุดฤทธิ์สุดเดชกับความฟุ่มเฟือยเท่าที่มี เงินเหล่านี้จะทำให้ชีวิตที่มีข้อจำกัด หรือชีวิตที่อาภัพบางชีวิตมีโอกาสเพิ่มขึ้น เงิน 500 บาทสำหรับการเลือกตั้งครั้งหนึ่ง อาจเป็นนมผงชั้นดีหนึ่งกระป๋อง เป็นอะไรหลายอย่าง คำพูดของผมเป็นการฉีกหน้ากากอภิชนชั้นสูงที่เตะสกัดประชาธิปไตยมาโดยตลอด ด้วยการไม่ได้ส่งเสริมอย่างจริงจัง
 
 
 
“เราแสวงหาความใหม่โดยเครื่องมือเก่ายังไม่สามารถใช้งานได้เต็มที่
เพราะมีกลุ่มคนที่จะเตะสกัดถ่วงมันไว้
เราจึงต้องทำลายวาทกรรมว่าผู้แทนเลวเสียก่อน”
 
ที่ผ่านมาการเลือกตั้งเป็นเรื่องพื้นฐานของประชาธิปไตยที่ใครก็รู้อยู่แล้ว ต่อมาพันธมิตรฯ เขามาอีกกระแสหนึ่ง โดยมีเอ็นจีโอและภาคประชาชนร่วม โดยพยายามผลักดันเรื่องการมีส่วนร่วมโดยตรงของประชาชน เช่น การต่อสู้กับโครงการที่กระทบกับคนในพื้นที่ มันก่อตัวมาจากเรื่องพวกนี้ด้วยจนกลายเป็นวาทกรรมใหญ่ว่า แนวทางแบบพันธมิตรฯ นี่แหละ คือการเข้าสู่ประชาธิปไตยที่เหนือกว่าประชาธิปไตยมาจากการเลือกตั้ง 4 นาทีในคูหาเลือกตั้ง
เราแสวงหาความใหม่โดยที่เครื่องมือเก่ายังไม่สามารถใช้งานได้เต็มที่ เพราะมีกลุ่มคนที่จะเตะสกัดถ่วงมันไว้ เราจึงต้องทำลายวาทกรรมว่าผู้แทนเลวเสียก่อน พูดง่ายๆ ทุกวันนี้ ทำไมผู้แทนบางคนแม่งเลว โอเค ที่เลวโดยสันดานมีอยู่ แต่บางคนเสียคน เพราะการประจบสอพลอของบริวาร ผู้แทนแต่ละคนมีที่ปรึกษา แต่ทันทีที่สังคมสร้างวาทกรรมให้ว่าผู้แทนเลว มันก็จะไม่มีปัญญาชนเข้าไปทำงานให้ผู้แทนไปโดยปริยาย ผู้แทนบางคนอาจจะแย่ แต่มันกลายเป็น Symbol (สัญลักษณ์) ของท้องถิ่น ซึ่งไม่ได้หมายความว่ามันจะทำงานไม่ได้ รับใช้ประชาชนไม่ได้ ถ้าเอาความเป็นขวัญใจของประชาชนมารวมกับคณะทำงานซึ่งมีปัญญาชนกลุ่มหนึ่งอุทิศตัวเข้าไปรับใช้ไอ้คนนี้ ผู้แทนทุกคนจะยกระดับตามวันและเวลา ยิ่งประชาธิปไตยในเมืองไทยเบ่งบานเท่าไหร่ ผู้แทนที่ดีก็จะมีมากขึ้น ส่วนไอ้ที่เลวก็จะดี ไอ้ที่ล้าหลังก็จะอัพเกรด
 
ทัศนคติต่อนักการเมืองเป็นปมสำคัญ ในช่วงพันธมิตรฯ ที่ทำการตรวจสอบทักษิณในช่วงแรก ก่อนไปสู่การเรียกร้องมาตรา 7 คนจำนวนไม่น้อยเชื่อว่า นักการเมืองเลว และยิ่งกว่านั้นคือประชาชนกำลังคุมนักการเมืองไม่ได้ เพราะทักษิณมีอำนาจมาก ขณะที่ระบบตรวจสอบก็มีช่องโหว่มาก ทำไมคุณจึงเชื่อว่า ประชาชนคุมนักการเมืองได้ และเชื่อว่านักการเมืองพัฒนาได้
ถ้าคุณพูดถึงพรรคไทยรักไทย พวกเราติดกับอคติอยู่นะ นโยบายของไทยรักไทย ทำให้คนกลุ่มเล็กเท่านั้นที่เสียผลประโยชน์ แม้แต่เราเองก็ได้ประโยชน์ แต่เราไปมีอารมณ์ร่วมกับคนเสียผลประโยชน์ โดยผ่านคอนเนคชั่นของข้อมูลข่าวสาร ผ่านความสัมพันธ์ส่วนตัว ประโยชน์ของพวกคุณคืออะไร พวกคุณคือคนหนุ่มคนสาวที่เพิ่งเริ่มต้นทำงาน หรือเพื่อนนักเขียนหลายคน ทุกวันนี้ไม่ได้ทำงานประจำที่ไหน เป็นนักเขียนอิสระ นโยบายไทยรักไทยที่สอดคล้องกับชีวิตพวกคุณที่กำลังก่อร่างสร้างตัว คือ บ้านเอื้ออาทร และ 30 บาทรักษาทุกโรคแต่บ้านเอื้ออาทรกลับถูกทำให้กลายเป็นสิ่งเหินห่างกับพวกคุณ ถูกทำให้พวกคุณไม่ใช่กลุ่มลูกค้า ทั้งที่บ้านเอื้ออาทรคือพวกคุณเลย แต่คำว่าเอื้ออาทรมันดูเป็นลูกทุ่งไง มันล้าสมัย
 
ตรงนี้ผมมองแล้ว ที่สุดหลายอย่างเป็นเรื่องการขัดผลประโยชน์ ผมอยากพูดถึงวิธีมองของมาร์กซิสม์ในเรื่องสังคม คู่ขัดแย้งหลัก คู่ขัดแย้งรอง ถ้าพูดถึง 14 ตุลา 6 ตุลา ตอนนั้นยังไม่ใช่ลักษณะความขัดแย้ง ถึงแม้ว่าจะมีคนทุกข์ยาก ลำบากยากจนจริง แต่กระแสชาตินิยมอะไรมันยังแรงมาก เพราะฉะนั้นการรู้ตื่น รู้เบิกบานของประชาชนนั้นมีความคลุมเครือ แล้วเขาก็ต่อไม่ติดกับ พคท. (พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย) หรือว่าทฤษฎีฝ่ายก้าวหน้าที่นำโดยกลุ่มปัญญาชนนักศึกษา แล้วกลุ่มนั้นก็เป็นกลุ่มคนเล็กๆ ซึ่งมาก่อนกาล คำว่า ‘มาก่อนกาล’ ที่ผ่านมา เราใช้กับผู้อภิวัตน์อย่างนายปรีดี (ปรีดี พนมยงค์) หรือว่าเสรีไทย หรือว่ากลุ่มในเครือข่ายนายปรีดีที่ก้าวหน้า หรือแม้แต่ ‘บุษบา ท่าเรือจ้าง’ หรือ ‘นรินทร์ กลึง’ คนขวางโลก  ตอนนั้นอัตวิสัยของปัญญาชนสุกงอม แต่ภาวะวิสัยของประชาชนยังไม่สุกงอม ที่สุด พคท.ก็ล่มสลายไป กลุ่มความคิดก้าวหน้าก็ล่มสลายไป แล้วที่สุดก็สวิงกลับมาเป็นกลุ่มอนุรักษนิยมในปีปัจจุบัน ขณะที่ทุกวันนี้ภาวะวิสัยมันสุกงอม แต่เรากลับไม่มีกลุ่มปัญญาชนที่จะลงไปรับใช้เขาในปริมาณที่พอสมควรที่จะทัดทานความล้าหลังของนักการเมืองที่กุมทรัพยากรและอำนาจบางอย่างไว้
 
 
“สังคมไทยเป็นสังคมไร้สติที่คุณไม่ให้โอกาสกับกลุ่มความคิดที่ก้าวหน้า
ทันทีที่คุณเห็นว่า สังคมกำลังเปลี่ยนไปสู่ทิศทางที่แปลกใหม่
คุณหากระบวนการแทรกแซงและล้มทันที
คุณเอาสิ่งที่มีมาไม่ถึงสิบปี
ไปเทียบกับพัฒนาการหลายอย่างๆ ของต่างประเทศไม่ได้”
 
การเคลื่อนไหวเพื่อตรวจสอบรัฐบาลทักษิณ มันเจือปนอคติมากเกินไปหรือ
ผมพยายามบอกว่า สมัย 14 ตุลา กับ 6 ตุลา มันยังไม่มีความชัดเจนในคู่ขัดแย้งหลัก พูดตรงๆ มันยังเป็นคู่ขัดแย้งรองด้วยซ้ำ ผมมองว่าปัญญาชนทะเลาะกับอำนาจรัฐแค่นั้น ปัญญาชนคิดแทนชาวบ้าน ว่าชาวบ้านเสียเปรียบ ยากจน แต่ยังไม่สามารถปลุกเร้าให้เขาตื่นฮือได้ทั้งประเทศเหมือนกับปัจจุบัน เพราะฉะนั้น มันเหมือนกับปัญญาชนทะเลาะกับอำนาจรัฐเท่านั้น
 
แต่ถึงรัฐบาลทักษิณ มันมี 2 ลักษณะ คือคู่ขัดแย้งหลักมันออกมาเคลื่อนไหวการเมือง ตามแรงผลักดันของกระเป๋าตังค์ ตามสุขภาพของลูกเมีย ตามข้าวที่หายไป ตามเสาเรือนที่แม่งโยกโย้เย้แล้วไม่สามารถหาเงินมาซ่อมบำรุงได้ กับคู่ความขัดแย้งรอง คือการขัดแย้งระหว่างชนชั้นสูงกับทักษิณ ซึ่งต้องยอมรับว่าทักษิณก็คือชนชั้นสูงเช่นกัน เขาพัฒนาตัวเองจากพ่อค้า ที่สุดมาได้อำนาจรัฐ ที่สุดมาพัฒนารสนิยมจริตอะไรหลายอย่าง ทักษิณขัดแย้งกับชนชั้นสูงบางคน ที่สุดก็เกิดการปะทะกัน แต่พอถึงจุดหนึ่งทักษิณเห็นภาวะวิสัยที่สุกงอมของประชาชน หรือว่า ทักษิณเอง หรือว่า ทีมงานของไทยรักไทยเองนั่นแหละที่เอื้อให้เกิดภาวะสุกงอมผ่านนโยบายประชานิยม  
 
สิ่งหนึ่งที่เราต้องมาไตร่ตรองกันคือ เวียดนาม กว่าอำนาจจะเป็นของประชาชน ไม่ว่าจะปลดปล่อยจากฝรั่งเศส ไม่ว่าจะปลดปล่อยจากรัฐบาลอนุรักษนิยม ไม่ว่าจะปลดปล่อยออกจากกลุ่มอภิชน ทั้งหลายทั้งปวงกินเวลาเกือบร้อยปี แต่พัฒนาการเมืองไทยสมัยใหม่ที่นำโดยไทยรักไทย มันเกิดขึ้นแค่ 6-7 ปี สังคมไทยเป็นสังคมไร้สติที่คุณไม่ให้โอกาสกับกลุ่มความคิดที่ก้าวหน้า ทันทีที่คุณเห็นว่า สังคมกำลังเปลี่ยนไปสู่ทิศทางที่แปลกใหม่ คุณหากระบวนการแทรกแซงและล้มทันที คุณเอาสิ่งที่ไม่มีมาถึงสิบปีไปเทียบกับพัฒนาการหลายอย่างๆ ของนานาชาติของต่างประเทศไม่ได้
 
สิ่งที่ผมพูดก็คือคู่ขัดแย้งรอง นั่นคือการทะเลาะกันของอภิชน ที่สุดอภิชนฝ่ายหนึ่งก็ไปอยู่กับประชาชน หรือการสะกิดที่ผมพูดถึง ที่สุดชนชั้นนำที่แพ้พ่ายมาในสมรภูมิหอคอย แล้วลงมาอยู่กับมหาประชาชน ลงไปสะกิดมหาประชาชนที่ห่างอยู่ให้สุกงอมไปเลย
 
บางครั้งความสำคัญของการสะกิดก็ไม่ได้มากมายมหาศาล เพียงแต่เขาถูกพรากสิ่งที่เขาเห็นว่าเป็นโลกใหม่ไปจากเขา ก็คือประชานิยม อยู่ๆ คุณกำลังจะมีชีวิตใหม่ มีอะไรใหม่ๆ หลายอย่าง แต่พอรัฐประหาร สิ่งนั้นหายไปจากคุณ นี่คือการที่ทุกคนต่อสู้มาจากกระเป๋าของตัวเอง อย่างเช่นที่อุดรธานี มีคนที่ส่งลูกไปเรียนเยอรมัน ไปเรียนฝรั่งเศส รัฐประหารเสร็จระงับทุน มันคือการเสียผลประโยชน์ส่วนตัว
 
นี่แหละการต่อสู้ของ นปช.ที่ออกมาต่อสู้ ต่อต้านรัฐประหาร 2549 ส่วนหนึ่งหรือส่วนใหญ่เลยมาจากการเสียผลประโยชน์ส่วนตัว เงินกองทุนหมู่บ้าน ถึงแม้จะมาซื้อโทรศัพท์ ซื้อมอเตอร์ไซด์ก็แล้วแต่ ประเด็นคือ ปีก่อนกูได้ แต่พอรัฐประหารเสร็จกูไม่ได้
 
 
 
 
 
ติดตามตอน 2 ว่าด้วย SMEs OTOP และการเหวี่ยงกลับของซ้ายเก่า

Comments

“ไม้หนึ่ง”

“ไม้หนึ่ง” ให้ความเห็นที่ไปที่มาของมวลชนคนรักทักษิณบางกลุ่มได้ดี ผลงานที่จับต้องได้ของรัฐบาลทักษิณดังที่กล่าวมา จึงเปรียบเสมือนผนังทองแดงกำแพงเหล็กอันเกิดจากแนวร่วมกัลยาณมิตรอันมหาศาลของชาวรากหญ้า จึงทำให้นายกทักษิณสามารถยืนหยัดอยู่ได้ถึงทุกวันนี้

การหยิบเอาเงื่อนไขเลือกข้างสถาบันและชาตินิยมมาปลุกระดมเพื่อทำลายนายกทักษิณ กลับกลายเป็นดั่งหอกโมกขศักดิ์ หันกลับไปปักอกกลุ่มคนสร้างเงื่อนไขเสียเอง เมื่อเป็นดั่งนี้ คนที่ทำลายสถาบันและสร้างความแตกแยกขึ้นในชาติกลับเป็นฝ่ายตรงข้ามนายกทักษิณไปเสียนี่ เข้าหลักกรรม “ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว”

ประจักษ์พยานที่เห็นชัดเจนคือ ประกาศิตให้เด็ดหัวไอ้แป๊ะลิ้ม “คนโง่แต่เสือกขยัน” ในฐานที่ให้ยืมสถาบันไปลงทุน แต่กลับไปทำให้ล้มละลายอีกเสียนี่ (ฮา) แถมยังไปลากเอาศัตรูจากภายนอกอย่างเช่นเขมรที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่กับความวุ่นวายในเมืองไทย ให้ส่งทัพหลวงมาประชิดชายแดนผลาญงบประมาณป้องกันประเทศและรายได้ชายแดนอีกไม้รู้เท่าไหร่ จากกระแสปลุกปั่นทวงคืนเขาพระวิหาร แต่ชาวบ้านที่มีใจเป็นธรรมไม่เล่นด้วย เพราะปัจจุบันนี้ศตวรรษที่ 20 คนเขารู้กันไปทั่วว่าสิทธิโดยชอบธรรมในเขาพระวิหารเป็นของชนชาติเขมร

เมื่อก่อนเคยได้ยินแต่ชื่อ

เมื่อก่อนเคยได้ยินแต่ชื่อ แต่ไม่รู้ว่า ทำไมคนหลายกลุ่มถึงนิยมชมชอบนัก

พอได้อ่านบทความคิด-อ่านข้างต้นแล้ว ก็ขอเป็นแฟนคลับด้วยคน

ว่าแต่ขายข้าวหน้าเป็ดที่ไหนรึครับ จะไปอุดหนุนด้วยคน จ๊ะ

*ขอบูชา คุณค่า

*ขอบูชา คุณค่า เหล่ากวี
กู้ศักดิ์ศรี ปวงชน คนทั้งผอง
ขอเชิญมา เรียงร่าย กรายทำนอง
ร่วมกู่ร้อง ทวงประชาธิปไตย

*ขอบูชา เหล่ากวี ที่ยิ่งใหญ่
ฝากใจไว้ ในถ้อยคำ ล้ำสดใส
สิทธิ์เสรี ศักดิ์ศรี ที่เป็นไท
ประกาศก้อง ร้องไป ให้มันรู้

*ประเทศขาด ประชาธิปไตย
เสียงปวงชน ส่วนใหญ่ ใยหดหู่
รู้หรือไม่ ตราชู เป็นตาปู
ทุกคนรู้ จึงต้องสู้ ชูปวงชน

*ตะวันแดง แรงกล้า ฟ้าเริ่มผ่อง
นกการ้อง เริงสุข ทุกแห่งหน
สิทธิ์เสรี จะไม่น้อม ยอมจำนน
เราคือคน รักประชาธิปไตย

อ่านแล้วได้อะไรมากกว่านักวิชา

อ่านแล้วได้อะไรมากกว่านักวิชาการเอากบาลสร้างแบรนด์อย่างพิชญ์หรือไชยันต์อีก

จริงๆ คนธณรมดาก็พูดอะไรดีกว่านักวิชาการได้เยอะแยะ พวกนั้นค้นไม่เยอะ ทำงานน้อย แต่ฟุ้งมาก อาศัยคราบอาจารย์ตีกินไปวันๆ

ฮี่วย

ไม้หนึ่ง

ไม้หนึ่ง ก.กุนที...

สุดท้ายแล้ว คงไม่แคล้ว เป็น "กระทงหลงทาง"

"ประวัติศาสตร์" จะบอกคุณเอง ครับ

ติดตามงานเขียนกวีมานาน วันนี้

ติดตามงานเขียนกวีมานาน
วันนี้ได้เหนงานเขียนที่สะท้อนการเปนตัวตน
ได้อีกมุมหนึ่ง..
โลกนี้ขาด..บทกวี...คง....

ติดตามงานเขียนกวีมานาน วันนี้

ติดตามงานเขียนกวีมานาน
วันนี้ได้เหนงานเขียนที่สะท้อนการเปนตัวตน
ได้อีกมุมหนึ่ง..
โลกนี้ขาด..บทกวี...คง....

กูสงสานมึงกับไอ้เดอะขี้เท่อแล

กูสงสานมึงกับไอ้เดอะขี้เท่อและอีกตัวสองตัวที่ยังหาแว๊ปของพ่อหัวหมูโกเต๊กลิ้มไม่เจอสักทีเลยต้องมาเห่าขอส่วนบุณเป็นที่น่ากวนโอ๊ยไม่ไปสักที

** **จุดสุดท้าย

**

**จุดสุดท้าย ปลายทางแช่ม
จักไม่แจ่ม ใสสด หมดราศรี
เป็นหมาหลง งงงวย ซวยทั้งปี
แช่มไม่มี ความเป็นธรรม นำชีวา

*แช่มเชิดชู หมู่อำมาตย์ เป็นทาสโง่
ไม่ยอมโผล่ หัวเน่า เข้ารักษา
ไร้จุดยืน ผลประโยชน์ของประชา
จึงเป็น "หมา หลงทาง" กลางทะเล

เห้นต่าง ความขัดแย้งหลักช่วงน

เห้นต่าง

ความขัดแย้งหลักช่วงนี้

น่าจะเป็นความขัดแย้งระหว่างชนชั้นสูงจารีต กับชนชั้นสูงสมัยใหม่

นี่คือคู่ขัดแย้งหลัก...เพราะเป็นตัวกำหนดเหตุการณ์ต่างๆ เป็นคู่ขัดแย้งที่มีพลังขับเคลื่อนจริง

....

ประชาชนกับนายทุนผูกขาดฝ่ายศักดินา..เป็นคู่ความขัดแย้งพื้นฐานทั่วไป...แต่ยังไม่เคลื่อนมาประจันหน้ากัน

ถ้าวันที่ 17 สิงหาคม 2552 มีคนเสื้อแดงไปสนามหลวงไม่น้อยกว่า 1 ล้านคน แล้ว

จุดนี้ จะเป็นหลักไมล์ ที่ชีว่า..."คู่ความขัดแย้งหลัก คือ ศักดินามหาอำมาตย์กับรากหญ้ามหาชน"

คู่ความขัดแย้งจะเปลี่ยน เป็นคุณภาพใหม่....

.....
เมื่อรากหญ้า (ซึ่งเป็นผู้ที่เสียประโยชน์สูงสุดจนกำลังใกล้ตายเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก) ได้มองเห็นว่า
ความมั่งคั่ง และความอยู่ดีกินดีของพวกตนถูกใครปล้นชิงไป เมื่อนั้น ชนชั้นที่ได้ประโยชน์สูงสุดจากแรงงานรากหญ้าโดยไม่ยอมคืนผลกำไรให้รากหญ้า...ก็นับถอยหลัง...ก้าวไปสู่ความสูญสลายลง

9..8...7...6..5...4..3....2...

สังเกตว่าปกติเวลาแช่มให้คอมเม

สังเกตว่าปกติเวลาแช่มให้คอมเม้นต์สั้นๆ มักจะเป็นกรณีที่หมดปัญญาไปเถียงด้วยปัญญากับเขา แล้วก็สรุปเป็นคอมเม้นต์สั้นๆเพื่อปกป้องแนวคิดที่คับแคบของตัวเอง

คุณแช่ม ผมชอบอ่านโพสต์ของคุณนะ แต่พักหลังนี่ถ้าไม่มีอะไรจะไปโต้แย้งเขาก็เงียบไปก็ได้ครับ มันเสียมารยาทนะที่ไปพูดเสียดสีคนอื่นแบบไม่มีจุดหมาย คุณไม่มีการศึกษาหรือไง?

พยายามใช้ภาษาสุภาพเพื่อปกปิดนิสัยสันดาล "พาลไม่เลือก" ของตนอยู่ได้ มันน่ารำคาญนะครับ

กับเส้นทางย่างก้าวยังยาวไกล "

กับเส้นทางย่างก้าวยังยาวไกล
"ประชาธิปไตย".... ไผผ่านเห็นเส้นฟางฝอย
กี่อดีต.... ขีดหินโขดโหลดร่องรอย
มีไม่น้อย.... รอยต้นเหตุ"กิเลส" คน

บนเส้นทางรอยลางเลือนบิดเบือนบอก
ซากสำรอกบอกได้ให้สับสน
ภาพชัดเด่นเป็นนัยเจาะเฉพาะตน
ของเหล่าคนมีอำนาจรุกฆาตครอง

ในสังคมที่มี"คนอิจฉา"... คน
ต่างดิ้นรนรุกคืบเค้นเป็นเจ้าของ
คือแนวทางสร้างระบอบเข้าครอบครอง
ใครบ้างจ้องมองหา"ประชาธิปไตย"

ผมสงสารคุณมากกว่า

ผมสงสารคุณมากกว่า แช่มนะเค้าแนวอนุรักษ์ฯ ผมนะแนวก้าวหน้า ไม่นิยมเจ้า ไม่นิยมทักษิณ ผมกับเขาก็พอไปกันได้นะเพราะไม่เอาทักษิณคล้ายกัน ทำไมเข้ามาโพสไม่ได้ไง ต้องเป็นพวกทักษิณเท่านั้นใช่ไหมถึงจะโพสได้ ทักษิณมันก็ไม่ต่างไปจาก หยวนซีไข หรอกครับ

-แล้วความกลัวว่ามันจะกิดขึ้นก

-แล้วความกลัวว่ามันจะกิดขึ้นก้เกิดขึ้นจนได้ จากน้ำมือของคนชั้นสุงนั้นเอง การออกมาแบ่งฝ่ายให้ชัดเจนในสังคมนี้คืออะไร การใช้อำนาจมาสร้างกลุ่มคนขึ้นมาเพื่อขวางผุ้อื่น และหวังยิงปืนนัดเดี่ยวได้นกสองตัว คงหมดไปนานแล้ว ที่สุดกระสุนก้จะกลับเข้าหัวตัวเอง
-ณ.วันนี้ พวกเอาอำมาตย์จะบอกว่าคนอื่นทำลายชาติไม่ได้แล้ว ในเมือพวกเขาออกมาสร้างความแตกแยก สร้างกลุ่มขัดแย้งขึ้นมาเพื่อทำลายฝ่ายที่ตนไม่ชอบ คงได้บทเรียนจาก ๖ ตุลาคม ว่ามันใช้ได้ผล แต่หนนี้ มันจะได้ผลด้านใหนคงต้องตามต่อไป แต่แน่ๆประเทสนี้แตกเป็นฝ่ายแล้วอย่างชัดเจน รอวันเข้าห้ำหันกันเองเท่านั้น
-โดยมีนายยกลิเก มารค์อ่อนหัด ช่วยส่งเสริมให้เหตุการณ์แรงขึ้น เพื่อสนองนโยบาย สมานฉันท์ ที่วางไว้
-อนิจาประเทศไทย

*ไม้หนึ่ง กะดอ

*ไม้หนึ่ง กะดอ แดงแฝงแนวคิด
ผูกมิดชิดเคียงข้างไข่ทักษิณถวิลหา
ใครจะเอื่อนเอ่ยวาจาติติงไม่นำพา
ถวิลหาไข่ท่าน ฝันเพ้อคอย
*อันดอแดงเจ้าเอยนั้นเคยชื่น
บัดนี้โผผินบินรื่นลับไป ช่างโหยหา
ต้องมุ่งมั่นหวังเรียกคืน ด้วยฎีกา
กลับเถิดหนาดอแดง อย่าแฝงตัว
*พวกเราล้วนรักท่านยิ่งชีวิต
ใครบอกผิดเราไม่เชื่อเบื่อมัวซัว
หน่ายคนชั่วติติงท่านเราไม่กลัว
เราคือควายดอแดงรักท่านมิรู้คลาย

ไม่ได้เข้าเวปนี้ซะนาน

ไม่ได้เข้าเวปนี้ซะนาน เดี๋ยวนี้เปลี่ยนแปลงไปเยอะนะ มีการหาแดกระดมทุนขายเสื้อกันด้วย เป็นไง ทักษิณมันไม่ช่วยเหลือด้านการเงินการทองเลยไง ใจมันดำนะ นี่ขนาดเชียร์กันทุ่มสุดตัวเลยว่างั้นเถอะ ยังต้องมาตก ระกำลำบาก หาแดกจากการขายเสื้ออีก เห็นมีภาพเสื้อแดง กะ ดำเท่านั้นเอง สีอื่นไม่มีไง ถ้าแบบนี้คนที่ไม่ใช่เสื้อแดงก็ไม่ซื้อซิ เพิ่มสีเหลืองด้วยซิจะได้อุดหนุนบ้าง เอ้อเกือบลืม คุณ JustSophist นี่คุณผู้ดีไง ไปว่าแช่ม หาว่าไม่มีการศึกษา พวกคุณผู้ดีตายห่าล่ะ เอางี้แล้วกันผมจะแฉให้รู้ นายปลอดปะศพ รองหัวหน้าพัก เพื่อควาย ทำตัวเป็นผู้ดี แต่หาแดกกับการซ่อมเรือสมัยเป็นอธิบดีประมง มีเมียน้อยชื่อ อีกิ๊บ ปัจจุบันอยู่กระทรวงทรัพยากรฯ ผัวเข้ามามีบทบาทสั่งการหาแดกเหมือนเดิม รัฐบาล โปรดส่งคนไปตรวจสอบหน่อยเกี่ยวกับงบประมาณ ของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ที่อีกิ๊บ เมียน้อยไอ้ปลอด กับลูกชายมันทำงานอยู่ นี่มีน้องข้าราชการที่เขาทำงานอยู่เขามาเล่าให้ฟัง ไปตรวจสอบด้วย ตอนนี้มันตั้งงบ จะซ่อมเรืออีกแล้ว มันหาแดกกันเป็นทีม ไปตรวจสอบดูหน่อยครับ ตอนนี้มันผ่านขั้นตอนกรรมาธิการงบประมาณไปแล้ว มันกำลังเตรียมการจะแดกแล้ว ระวังรัฐบาลจะถูกโยนขี้ให้เอา เงินไม่ใช่บาทสองบาทนะ เป็นร้อยล้านเชียวนะในภาพรวมของกรมฯนี้ กระซิบบอกสุวิทย์ให้ดูหน่อย

จดหมายจากพี่: ..... ...หนึ่งไ

จดหมายจากพี่:

.....

...หนึ่งไม้ มวลพี่ มีถือ

หนึ่งคือ "ไม้หนึ่ง" น้องเล็ก

หนึ่งไม้ ละม้าย หนึ่งเหล็ก

หนึ่งเล็ก หมายรู้ ว่าต้องแรง

...เคียงไม้ หนึ่งน้อง พ้องพี่

เคียงกวี เก่าการณ์ ฐานแถลง

ใครคว่ำ คำตระบัด ตัดตะแลง

ใครตะแบง "ไม้หนึ่ง" ตรึงตระหน่ำ

...ไม้เก็จ เพ็จไม้ หนึ่งนี้

"ไม้หนึ่ง กุนที" แกร่งล้ำ

หาญกล้า งัดง้าง ล้างอธรรม

ให้"ไม้หนึ่ง"..นำใจพี่ ตีฝ่าไป

........

Poem by: Kannika Rachaprarop
August 10,2009

เพิ่งสังเกตเห็นบทท้าย ขอปรับ

เพิ่งสังเกตเห็นบทท้าย
ขอปรับ Poem นิดหนึ่งนะคะ

....

ไม้เก็จ เพ็จไม้ หนึ่งนี้

"ไม้หนึ่ง กุนที" แกร่งล้ำ

ไม้กล้า งัดง้าง ล้างอธรรม

"ไม้หนึ่ง" นำ ใจผองพี่ ตีฝ่าไป

อ้อ อีกตัวก็คือ ไอ้

อ้อ อีกตัวก็คือ ไอ้ คนไ่ข่โกเต็กลี้ม ยังเหลืออีกตัว เปรตขอส่วนบุณ

ควยาเอ๊ย

ควยาเอ๊ย ไม่มีใครคิดถึงมึงหรอก หลงดีใจคิดาว่าโดนหวัด 2009แดก ตายห่ไปแล้ว

@..ดอแดงก็ดอดี เป็นศักดิ์ศรีก

@..ดอแดงก็ดอดี
เป็นศักดิ์ศรีกว่าสีดอ
สนธิหัวชนตอ
ตกกระไดหัวพังฟรี

@..ไม้หนึ่งเพียงหนึ่งไม้
ประชาไทใฝ่ศักดิ์ศรี
รักสิทธิ์และเสรี
เป็นกวีประชาชน

ถ้าพัฒนาให้เป็นแบบพม่า

ถ้าพัฒนาให้เป็นแบบพม่า ก็ให้เอาอย่างพม่า ถ้าพัฒนาให้เป็นแบบสิงคโปร์ ก็ให้เอาอย่างสิงคโปร์ ไทยเราใกล้เคียงพม่าหรือสิงคโปร์ ก็คิดกันเอง

*ดอแดงดอดีมีด้วยหรือ แดงซื่อบ

*ดอแดงดอดีมีด้วยหรือ
แดงซื่อบื้อหำเหม็นเป็นไฉน
ชื่นชมกันนักทักษิณคนจัญไร
หำเท่าไหวิ่งพล่านจนหำบวม
*เลียเข้าไปทักษิณเจ้าชีวิด
ไม่ตรองตรึงคิดผิดจิตสับสน
ใครว่ากล่าวไม่ฟังช่างชอบกล
เขางอกบนหัวกบาลขาดไตร่ตรอง
*แดกเข้าไปหญ้าแพรก แดกให้หมด
ช่างรันทดสมองควายไร้ศึกษา
ความรู้มีคิดหรือไม่ สร้างปัญญา
เร่งค้นคว้าพรากควายไปจากใจ

ใช่แล้ว...เกิดเป็นคน

ใช่แล้ว...เกิดเป็นคน สู้เพื่อประโยชน์แห่งตน ทวงอำนาจของตน เป็นเรื่องไม่ถูกต้องตรงไหน???
แต่...เกิดเป็นคน เสือกประกาศว่าจะสู้เพื่อเทวดา ปกป้องเทวดา ผมว่าคนนั้นมันไม่บ้า...ก็คงเมา...

โปรดอ่านเพื่อความสะใจและหฤหรร

โปรดอ่านเพื่อความสะใจและหฤหรรษ์ว่าเวรกรรมมีจริงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของชาติไทยและวิญญาณบรรพชนผู้รักชาติทั้งพระนเรศวรพระเจ้าตากดลบันดานให้อดีตนายกถึง 2 คนจะเป็นมะเร็งตายใช่ข้าเชื่อแล้วใครทำกรรมหนักต่อชาติไทยไว้เวรกรรมจะตามล้างตามเช็ดทั้งตระกูลเอง อ่านแล้วบอกต่อไปด้วยดังนี้
“เงินแสนล้านกับชายผู้น่าสงสารคนนั้น”
• เปลว สีเงิน
6 สิงหาคม 2552 - 00:00
เห็นลูกน้องทักษิณคุยว่าลูกพี่ดีใจมากที่ติดอันดับ "ยอดนิยม" จากการโหวตของผู้เข้าชมเว็บไซต์ทวิตเตอร์ ผมก็นึกชมเขาอยู่ในใจว่า..เก่ง เพราะผมนั้น แค่ระดับยาฮูยังเปิด-ปิดไม่ค่อยจะถูก ใครต่อใครติดต่อให้คุยกันในเว็บนั้น-เว็บนี้ อยากคุย แต่ทำอะไรนอกหลักสูตรที่เด็กเขาตั้งหน้าจอไว้ให้ไม่เป็น ก็เลยเหมือนหยิ่ง คือไม่ติดต่อกลับกะใครเลย ฉะนั้น โปรดเข้าใจ ไม่ใช่ผมปฏิเสธ แต่ไม่สามารถน่ะ!
เอาเป็นว่า มีอะไรคุยกะผมก็ plew_seengern@yahoo.com อย่างที่จั่วหัวคอลัมน์ไว้ก็พอแล้ว ผาดโผนพิสดารไปกว่านี้ รอให้พระอาจารย์ไก่ กูรูคอมพิวเตอร์ขี้เมาของไทยโพสต์มาสอนก่อน แต่แค่นี้วันๆ ก็อ่านที่หลายๆ ท่านส่งเรื่องนั้น-เรื่องนี้เข้ามาจนตาลายแล้ว
อย่าง ๔-๕ วันมานี้ ตาแฉะอยู่กับเวอร์ชั่นใหม่-ล่าสุด "ภาพชุดเบิร์ธเดย์แม้ว" จากดูไบ ใครต่อใครคงเกรงว่าผมจะไม่มีบุญได้ชื่นชม ก็เลยกระหน่ำส่งต่อกันมาจนผมต้องนั่งลบทั้งวัน เพราะกลัวจะล้นเครื่องคอมพ์
ภาพคงคัดมา "ต่างกรรม-ต่างวาระ" แต่แหม...อยู่ถึงดูไบ ยังอุตส่าห์อิมพอร์ตหลวงพ่อ-หลวงพี่ลาแมร์จากเมืองไทยไปสวดมนต์ "ทำบุญวันเกิด" ฉันเช้า-ฉันเพล ประเคนอาหารไทยถิ่นเหนือกันถึงที่โน่น
สาธุสะ ขอให้พระคุ้มครองเน้อ!
ผมพิศดูหน้าตาท่านจากรูปแล้ว "เป็นห่วงจับใจ" ที่พูดกันว่า "หน้าชื่น-อกตรม" เป็นอย่างไร ถ้าคุณทักษิณอยากรู้ เอารูปที่ถ่ายหมู่กับลูกๆ ที่น่ารักในอพาร์ตเมนต์วันนั้นมาดู หรือจะส่องกระจกดูเงียบๆ คนเดียวก็ได้ แล้วท่านจะเห็นอย่างที่ผมเห็น
ปี ๒๕๔๔ "ตาดูดาว-เท้าติดดิน"
แต่ปี ๒๕๕๒ "ตาโรย-เท้าลอย"
ชัดเจนมาก!
ตาคือหน้าต่างใจ จากตาที่สิ้นแสง-โรยแรง-ไร้พลัง นั้นบอกความจริงว่า Vitality คือพลังชีวิตของท่านถึงจุด "เสียสมดุล" และริบหรี่ ด้วยเหลือน้อยเต็มทีแล้ว!?
ผมนั้น เอะใจตั้งแต่ตอนเห็นภาพท่านจากวิดีโอลิงค์ที่เข้ามาปลุกระดมคนเสื้อแดงในพิธีกงเต็กตอนวันเกิด ๒๖ กรกฎา ที่วัดแก้วฟ้า นนทบุรี โน่นแล้ว
ขนาดโปะหน้าอำพรางโทรมจนขาววอก และสวมเสื้อแขนยาวแดงสดใส แต่ก็ยังไม่สามารถปกปิดโครงร่างที่เริ่มอกรวบ เป็นสัญญาณซูบตรอมด้วยโรคอย่างใด-อย่างหนึ่งกำลังรุมเร้า
เพราะอย่างนี้กระมัง ท่านจึงกระตุ้นสมุนแดงออกหน้า-ออกตากว่าแต่ก่อนว่า "อยากกลับบ้าน" ถึงขั้นเพ้อกำหนดวันนั้น-วันนี้ในตอนปลายปี ให้สมุนรีบตีหักชิงเมืองไว้รอท่า?
จากวันนั้น คือวันเกิดท่านที่ ๒๖ กรกฎา นั่นแหละ ผมก็มานั่งทบทวนความเคลื่อนไหวแต่ละฉาก แต่ละตอน จนมาบรรจบที่ ๓ เกลอหัวขวด ลุกลี้ลุกลนขมวดปมสร้างเงื่อนไขสำหรับใช้ก่อการใหม่ๆ ต่อจาก "ล่ารายชื่อถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ" โดยไม่ดูดำ-ดูดีว่าสิ่งนี้ "ผิดหรือถูก"
มีอะไรสำคัญเป็นเบื้องหลังนักหรือที่ทักษิณจึงดู "กระเหี้ยนกระหือรือ" เร่งเร้าจะกลับเมืองไทย ทั้งที่จริงๆ แล้วจะกลับเข้ามาวันไหน-เวลาไหนก็ไม่มีใครห้ามอยู่แล้ว แต่ไม่ยอมกลับเข้ามาเอง เพราะเกรง...โทษหนีคุกตะหาก!
ผมประเมินว่า เวลานี้ทักษิณต้องการหมอ และการพยาบาลรักษาด้วย "โรคเฉพาะทาง" อย่างใด-อย่างหนึ่งซึ่งหาการรักษาไม่ได้ในดูไบ หรืออย่างใน มอนเตเนโกร นิการากัว กระทั่งในแอฟริกาที่โม้ว่ากำลังเซ็นสัญญาทำเหมืองเพชร
ชีวิตการทำมาหากินทักษิณนี่ สังเกตดูเถอะ ไม่ว่าเรื่องจริงหรือเรื่องโม้ ไม่หนีเรื่อง "สัมปทา
นผูกขาด" ซึ่งก็ส่อนิสัย-สันดานชัดเจนว่าเป็นคนประเภทใด อะไรที่ "ผูกขาด" ละถนัดนัก?
ท่านจำได้มั้ย ไม่กี่เดือนก่อนมีข่าวว่า "เยอรมนี" ไล่ตะเพิดทักษิณ ไม่ยอมให้เข้าประเทศ!
พูดง่ายๆ คือ ขณะนี้ทักษิณเป็น "บุคคลน่ารังเกียจ" ที่สหรัฐและประเทศในเครือสหภาพยุโรปไม่ต้อนรับ ไม่ยอมให้เข้าเมือง ฉะนั้น ก็แค่ลัดเลาะอยู่แถวๆ แอฟริกา ในเอเชียนี่ก็แค่นอนกินทราย-กินแดดที่ดูไบเป็นหลัก
เผอิญสัปดาห์ก่อน มีผู้หลัก-ผู้ใหญ่เล่าถึง "ชายคนหนึ่ง" ที่หลบไปซุกทรายอยู่แถบประเทศตะวันออกกลางให้ผมฟัง เมื่อฟังแล้วผมก็นำมาเข้าสมการจากหลักฐานต่างๆ ที่ปรากฏ ก็ให้รู้สึกเป็นห่วง เพราะสิ่งที่ผู้ใหญ่ท่านเล่ามันสอดคล้องกับพฤติกรรมที่ประจักษ์ของ "ชายคนหนึ่ง" ในขณะนี้มาก
คือเมื่อเดือน-สองเดือนนี้ มีนายแพทย์คนหนึ่งได้รับการขอร้องให้เดินทางไปทำคีโมให้กับผู้ป่วยด้วยโรค "มะเร็งต่อมลูกหมาก" คนหนึ่งที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
ผมก็สงสัยว่าประเทศร่ำรวยขนาดถมทะเลสร้างเมือง จะหาโรงพยาบาลด้วยเครื่องมือทันสมัยและหมอผู้มีความชำนาญการไมได้เชียวหรือ จำเป็นอะไรต้องอิมพอร์ตหมอไปจากเมืองไทย?
เขาก็อธิบายว่า ที่นั่นเติบโตด้วยการก่อสร้างสารพัด ยกเว้นการแพทย์-การพยาบาล ก็ไม่เห็นหรอกหรือที่ทุกวันนี้ โรงพยาบาลในเมืองไทยอย่าง บำรุงราษฎร์ กรุงเทพ ปิยะเวท ฯลฯ ขวักไขว่ไปด้วยคนเจ็บป่วยจากตะวันออกกลางที่บินมารักษาในเมืองไทย ซึ่งทันสมัยทั้งแพทย์ ทั้งเครื่องมือ และทั้งวิทยาการ
"คีโม-ก็ไม่มีอะไรนอกจาก 'กินกับฉีด' ปะทะ-ปะทังไปเป็นระยะ" ท่านว่า พร้อมอธิบายว่า ในตัวผู้ชายทุกคนมีสาร "มะเร็งต่อมลูกหมาก" อยู่ทุกคน โดยเฉลี่ย-ธรรมชาติจะไม่ยอมให้ผู้ชายมีอายุเกิน ๑๐๐ ปี
สมมุติว่าใครอยู่ถึงร้อยปีแล้วยังไม่มีท่าทีว่าจะเป็นโรคอะไร ธรรมชาติจะจัดสรรให้ โดยอภินันทนาการโรค "มะเร็งต่อมลูกหมาก" ตายโดยอายุไม่เกิน ๑๐๐ ปี
ก็อาจจะมีผู้ชายที่ "มะเร็งขยาด" อายุเกินร้อยอยู่บ้าง แต่น้อยมาก ส่วนใหญ่จะเป็นหญิง!
ฉะนั้น จะพบว่า พออายุ ๕๐-๕๕ ขึ้นไป ผู้ชายส่วนใหญ่จะเริ่มมีอาการเกี่ยวกับ "ต่อมลูกหมาก" โชคดีก็ระดับ "ต่อมลูกหมากโต" แต่ถ้าแจ็กพอต หมอล้วงทวารควานแล้วพบตะปุ่มตะป่ำเหมือนมะระก็แสดงว่า "มะเร็งต่อมลูกหมาก" มาแล้วจ้ะ
มะเร็งต่อมลูกหมากถือว่าเป็นเครื่อง "เสี่ยงบุญ-เสี่ยงบาป" อย่างหนึ่ง คือเป็นแล้วไม่มีใครบอกได้ว่าอาการนั้น ๓ วัน ๗ วัน หรือ ๓ ปี ๗ ปี หรือ ๗๗ ปีตาย ไม่เหมือนมะเร็งทั่วๆ ไปที่หมอพอจะกำหนดวันได้ตามอาการ
ฉะนั้น ก็ขึ้นอยู่กับบุญกับกรรมและการรักษาของคนนั้นเองว่าจะสามารถอยู่ได้ถึงร้อยปี หรือว่า โฟนอินอยู่แหงบๆ อ้าว..ปุบปับ ๑๐๐ วันก็....ซี้ซะแหล่ว!?
ทีนี้ถ้าเป็นแล้วอยากอยู่ถึงร้อยปี ทางการแพทย์ก็มีวิธีบำบัดรักษาอยู่คือ การฉายรังสี หรือการฝังแร่ ประเด็นมันก็คือ ณ ปัจจุบันนี้ เครื่องมือฉายรังสีที่ทันสมัยที่สุดในโลกมีอยู่ในไม่กี่ประเทศ ราคาเครื่องก็ตกเครื่องละประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านบาทเป็นอย่างต่ำ
อย่างในบ้านเราที่ว่าทันสมัย และมีอยู่ไม่กี่โรงพยาบาลก็แค่ ๓๐๐-๔๐๐ ล้านเท่านั้นเอง!
แล้วประเทศไหนล่ะที่มีเครื่องฉายรังสีเครื่องละเป็นพันล้าน?
ที่แน่ๆ ก็ สหรัฐอเมริกา และเยอรมนี ครับ เจ๋งที่สุดก็ต้องที่เยอรมนี แต่อย่างว่า ชายคนนั้น "บุญมี-เงินมี" แต่กรรมมันบัง มีเป็นแสนล้าน แต่เงินแสนล้านนั้นไม่สามารถนำมาช่วยซื้อชีวิตในยามคับขันได้ เพราะทั้งสหรัฐและเยอรมนี ไม่ต้อนรับคนที่พยายามแยกชาติ-โกงแผ่นดิน และเป็นนักโทษหนีคุก!
ผมจึงถึง "บางอ้อ" ที่สงสัยมานานว่าเหตุใดจึงมีคนซมซานจะเข้าไปประเทศเยอรมนีในครั้งนั้น ก็คงเพราะมันเหตุนี้แหละ!?
ครับ...ผมฟังมาอย่างนี้ ก็เลยเก็บมาเล่าให้ท่านฟังต่อ ส่วนชายคนนั้นจะเป็นใคร อย่าให้ผมต้องเอ่ยชื่อเลย เดี๋ยวจะมากเรื่อง-มากราว ก็อยากเตือนสติกันทั่วๆ ไปซักเรื่องหนึ่งว่า "เวรกรรม-ออนไลน์" มันรวดเร็วและร้ายกว่า "กรรมติดจรวด"
ไม่เชื่อ สูก็คอยดูเต๊อะ!......จบ

ท่านคงไม่ทราบหรอกว่า

ท่านคงไม่ทราบหรอกว่า ทำไมคนเสื้อแดงจึงรวมรายชื่อเพื่อถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษแก่อดีตนายกทักษิณ ท่านคงคิดว่า พวกเขาต้องการเพียงให้ทักษิณกลับมามีอำนาจ เพื่อจะได้ผู้นำที่มีความริเริ่มสูง แท้จริงแล้ว นั่นเป็นเป้าหมายรอง เป้าหมายหลัก คือ ยุยงให้ประชาชนเกลียดชังในหลวงของเราอย่างแยบยลที่สุด ยากที่ใครจะรู้ทัน
ข่าวลึกจากคนสนิททักษิณ (ซึ่งกำลังลำบากใจ) ยอมกลับใจ เปิดเผยว่า
1. ประชาชนยังรักทักษิณเป็นสิบล้านคน ไม่ใช่จิ๊บจ๊อยอย่างที่คนเมืองหลวงประมาณการ เขาเลื่อมใสทักษิณในการริเริ่มแก้ปัญหาให้คนจน เช่น 30 บาท รักษาทุกโรค, หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์, กองทุนหมู่บ้าน 1 ล้านบาท เป็นต้น ถ้าเทียบกับพรรคประชาธิปัตย์แล้ว เทียบกันไม่ได้เลย ไม่มีความคิดริเริ่มเพื่อคนจนอย่างเป็นรูปธรรม
2. เมื่อถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษแก่ทักษิณ ผู้รักทักษิณต้องการให้ได้รับพระราชทานอภัยโทษ เพราะเขารักของเขา
3. ขณะนี้มีการปลุกระดม ทำให้ประชาชนที่รักทักษิณจำนวนมากพูดกันต่อๆไปอย่างกว้างขวางว่า “จะดูใจในหลวง” แปลว่า เกิดสงครามจิตวิทยาขึ้นแล้ว ให้มีการชั่งน้ำหนักกันว่า จะรักเทิดทูนใครดี ซึ่งความคิดเช่นนี้ เป็นการคิดประทุษร้ายต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อย่างแยบคายที่สุด
4. หากผลออกมาถูกใจเสื้อแดง ทักษิณก็ได้ คือ ได้กลับมามีอำนาจ หากผลออกมาตรงข้าม ทักษิณก็ได้ ได้ทำลายสถาบันเบื้องสูงที่แยบคายที่สุด เป็นการได้ผลทางจิตวิทยา สถาบันเบื้องสูงจะถูกดึงลงเทียบกับทักษิณ ให้ประชาชนเลือกข้างอยู่เงียบๆในใจ ซึ่งในทางจิตวิทยาการเมืองถือเป็นภัยร้ายแรงต่อสถาบันกษัตริย์
5. ขอท่านทั้งหลาย จงทันเกมทักษิณ ท่านจำได้ไหม? นักการเมืองอื่นๆอาจซื้อเสียง ซึ่งเสี่ยงสารพัด แต่ทักษิณซื้อพรรคเสียเลย ใครฉลาดกว่ากัน เราอ่านทักษิณ อย่าอ่านเท่าที่ได้ยินได้ฟัง คิดให้ลึกๆ แล้วจะเท่าทันทักษิณ
6. ต้องกราบขอโทษบรรดาเสื้อแดงทั้งหลาย หากท่านคิดจะดึงทักษิณขึ้นมา ให้ประชาชนเลือกข้างระหว่างผู้มีพระคุณสูงสุดต่อชาติเรา กับ ทักษิณ ฯ เรากับท่านคงอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้ หากท่านไม่ทราบกลของทักษิณ และ บริวาร ที่กำลังรับจ็อบทำงานเพื่อทักษิณ ขอจงโปรดทราบ ทราบแล้ว ท่านจะถอนตัว หรือ รับใช้เขาอยู่ ก็ตามใจท่านเถิด แต่เราจะถือว่า ท่านกำลังประทุษร้ายต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา และ ของท่านเอง

ส.มรึงแต่งเรื่องง่ายๆ

ส.มรึงแต่งเรื่องง่ายๆ ให้ซับซ้อนทำไม?

เก่งจริงๆ...ทำเรื่องง่ายให้ยุ่งยาก และให้คนรู้สึกว่าน่ากลัว

.........................

เอาง่ายๆ แค่ "ทักษิณมาจากประชาชนเลือกตั้งและช่วยคนจนได้เยอะกว่าใคร แค่นี้ก็พอแล้ว"

แช่ม

แช่ม คงเข้าใจอะไรผิด

"กระทงหลงทาง" (คำของแช่มเอง) น่าจะเป็นคำพูดที่เหมาะกับกวีที่อิงแอบกับฝ่ายเผด็จการอำมาตย์มากกว่า
ในประวัติศาสตร์ระยะยาว พวกเขาจะถูกจดจำและตราหน้าว่าเป็นบุคคลที่สนับสนุนเผด็จการ และแม้กระทั่งตัวเขาเองก็ไม่สามารถที่จะสบตากับผู้คนในสังคมนี้ได้อย่างสง่าผ่าเผย

ประวัติศาสตร์ จะจดจำพวกคุณใว้ ชั่วลูกชั่วหลาน

* หัสหรรษ์ ห้ำหั่น

* หัสหรรษ์ ห้ำหั่น ห้อม..................ห่อน หือ

ห้วหาด หางหาบ หื้อ.....................หุน หัน

ห้วนเหตุ เหง หวนหื่อ.....................ห่ามห้อ หอแห

หับหำห้อย ห่อย หาย.....................ไห้..ห่อ..แห่แห๋น

: )

*ไม่ติดใจ ว่าไอ้นั่น

*ไม่ติดใจ ว่าไอ้นั่น มันสีใด
ของของใคร ใครย่อมรู้ เชิดชูได้
ไม่จำเป็น ต้องโอ้อวด ประกวดใคร
นอกจากใจ ใฝ่ต่ำ ทำอวดโต

*เพราะทักษิณ ดีกว่าใคร ไม่ต้องเลีย
เพียงแต่เชียร์ เข้าไว้ ให้เห็นโก้
ไม่สนใจ เดนกาก มาร์กขี้โม้
คนอวดโต อย่างสนธิ มิสนใจ

*คนเห็นคน เป็นควาย คือวรนัส
จัดเป็นสัตว์ โบราณ สุดขานไข
กินของเสีย ของเน่า น่าเศร้าใจ
เป็นสัตว์ไร้ ซึ่งประโยชน์ โปรดจำไว้

@..ไม้หนึ่ง

@..ไม้หนึ่ง เพียงหนึ่งไม้
ส่งต่อไป ให้เต็มที่
ความคิด สิทธิ์เสรี
มีถ้วนทั่ว ทุกตัวตน

@..ไม้หนึ่ง เพียงหนึ่งใจ
สื่อสายใย ให้เห็นผล
ผลพวง เพียงหนึ่งดล
คนซึ้งใจ ได้คิดตรอง

@..ไม้หนึ่ง กุนที
เป็นวารี ที่ไหลล่อง
เฉื่อยฉ่ำ นำทำนอง
ตรองลิขิต จิตใจจำ

@..ไม้หนึ่ง เพียงหนึ่งไม้
กระชากใจ ใครโดนย่ำ
ร่วมคิด ร่วมกระทำ
ร่วมเรียกร้อง สิทธิ์เสรี

*ทักษิณดียังไงจึงชอบเลีย เฝ้า

*ทักษิณดียังไงจึงชอบเลีย
เฝ้าแต่เชียร์อยู่ได้ไม่อายหมา
มันจะดีได้ไงเมื่อเป็นกา
มุ่งโหยหาแต่อำนาจฟาดทุกโครงการ
*เฝ้าเขียนเฝ้าเชียร์อยู่ได้จนหมดมุก
มันหนีคุกบินไปเหิรเวหา
ชอบทำตัวเปรียบเทียบกับเทวดา
แหมไอ้ห่าคนเหมือนกันดันอวดรวย
*เงินที่มันได้มาไม่บริสุทธิ์
เพราะมันขุดงบประมาณผลาญจนสิ้น
สร้างความแตกแยกในชนชาติเป็นอาจิน
ไอ้ส้นตีนนี่หรือคือคนดี
*ถ้าจะต้านศักดินาข้าเห็นด้วย
อย่าเอาไอ้หัวคะรวยมาเกี่ยวข้อง
ช่วยกันสร้างประชาธิปไตยให้ปรองดอง
ชนทั้งผองร่วมสร้างชาติพัฒนาไกล
*เน้นไปซิอุดมการณ์เพื่อประชาชาติ
พวกอุบาทย์แฝงเร้นเอ็งเห็นอยู่
เถิกหัวล้านกบาลเหม็นเป็นศรัตรู
มันอยู่คู่สังคมไทยคือเผด็จการ

***ปัญหาประชาธิปไตยไทย คือ

***ปัญหาประชาธิปไตยไทย คือ มีคนกลุ่มหนึ่ง ไม่ให้มวลชน คนยากจนได้โอกาศลิ้มรสประชาธิปไตยเนิ่นนาน เขาก็ตัดก้านรานกิ่ง ให้มันอยู่แค่นั้น เป็นแบบที่เรียกว่าประชาธิปไตยแบบไทยไท

***ทีนี้กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งก็เรียกร้องว่า อย่าตัด ปล่อยให้มันโต มันจะเป็นร่มเงาใหญ่ให้ผล และขายได้ราคาดี คนกลุ่มที่ตัดกิ่งก็บอกว่า มันใหญ่ก็มีร่มเงามาทับต้นไม้ของฉัน ต้นไม่ฉันไม่ได้รับแสง ก็ต้องตาย

***รากเหง้าของปัญหา ที่มีเสื้อแดง ก็พวกชอบตัดก้านรานกิ่งประชาธิปไตยนั่นแหละทำให้เสื้อแดงเกิดขึ้น และจะคอยดุต่อไปว่า เขาจะให้แก้รัฐะรรมนูญประชาธิไตยหรือเปล่า เพราะรู้สึกว่า เดี๋ยวนี้ คะแนนนิยมประชาธิปไตยแบบไทยๆ จะแรงขึ้น แบบว่ามันชิน ก็เลยเฉยๆ ไม่เดือดร้อน

สบายดีสีแดง

สบายดีสีแดง แรงไม่หยุด
เราคือบุตรธิดาแห่ง ความถูกต้อง
เสียงส่วนใหญ่ในอำนาจการปกครอง
มาปกป้องสิทธิอันชอบธรรม

สบายดีสีแดง จงแข็งขืน
ร่วมลุกตื่น ผลักผืนฟ้าที่กดต่ำ
ถึงเวลาเผาไหม้เมฆ ม่านหมอกดำ
เขาขยี้สังคมช้ำมายาวนาน

สบายดีสีแดง กำแพงเหล็ก
ประชาชนปลุกเสกทองแดงกร้าน
กำหมัดปราบปฏิปักษ์ตัวดักดาน
อวตาร อำมาตย์มืดโสมมเมือง

สบายดีสีแดง

สบายดีสีแดง คนแกร่งกล้า
เถิดดาหน้าพร้อมกันผลัดแผ่นดินใหม่
รุกบุกบั่นเลิกหวั่นเหตุทุกเภทภัย
อีกไม่ไกล...ประชาจะพิชิต

และไม่กล่าว ว่า จะสู้ จนกูแก่
ชนะแพ้อยู่ในเนื้อในโลหิต
ทุ่มเวลาเทไปทั้งชีวิต
เพื่อวันที่ประชาพิชิตชัย

ไม้หนึ่ง กุนที

*จะรักใคร ชอบใคร

*จะรักใคร ชอบใคร ในโลกนี้
เป็นสิทธิ เสรี ที่รักได้
นี่คือยุค ประชาธิปไตย
มันไม่ใช่ กลียุค ที่หลงยุค

หนังจีน(ชอบดูคับ)

หนังจีน(ชอบดูคับ) เวลาที่ฮ่องเต้จะทำหรือต้องการอะไรๆ ก็มักจะสั่งผ่านพวกอำมาตย์ทั้งหลาย แล้วก็พวกนี้แหละที่สั่งทหารคอยดูแล-อารักขา(ควบคุม)ฮ่องเต้ รวมทั้งมีสิทธิในการอนุญาต-ไม่อนุญาตใครๆ ในการเข้าเฝ้าได้โดยที่ฮ่องเต้มิอาจรู้ได้เลย เพราะคนเหล่านี้สกัดไว้จนหมดสิ้น ทหารเหล่านี้ยังเป็นหูเป็นตาคอยรายงานให้พวกอำมาตย์รู้ว่าฮ่องเต้ไปไหนหรือกำลังจะไปไหน ทำอะไรหรือกำลังจะทำอะไร พวกอำมาตย์ก็จะวางแผนสร้างสถานการณ์โน่น นี่ นั่น เพื่อขัดขวาง ขัดจังหวะ ปิดหูปิดตาฮ่องเต้ บางครั้งก็ถึงขั้นห้ามฮ่องเต้ บางครั้งก็กักบริเวณโดยใช้เพียงแค่ทหารเลว ฮ่องเต้ก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว จะไปไหนก็ไม่ได้ แล้วต้องการจะคุยกับใครก็ไม่ได้อีกเช่นกัน และแล้ววันหนึ่งเมื่อถึงเวลาพวกเขาเหล่านี้แหละเป็นใหญ่ที่สุดในแผ่นดินโดยที่ไม่ต้องเป็นฮ่องเต้ แต่ใช้ฮ่องเต้เป็นเครื่องมือ(ก็อ้างว่าฮ่องเต้ต้องการอย่างนี้)

ขออภัย แก้ไขสัมผัสบาทท้ายค่ะ

ขออภัย
แก้ไขสัมผัสบาทท้ายค่ะ

หับหำหัอย ห่อยหาญ..(ลงสัมผัสเสียง.. หุนหัน บรรทัดที่ 2).......ไห้.. ห่อ.. แห่แห๋น

เพื่อนผู้มีชื่อเสียงของ

เพื่อนผู้มีชื่อเสียงของ ไม้หนึ่ง ที่เป็นพันธมิตรชัดเจนคือ

มนตรี ศรียงค์ กวีซีไรท์

ไข่ฟ่ง มาลีฮวนน่า

ผมอ่านทั้งตอนหนึ่งและตอนสองขอ

ผมอ่านทั้งตอนหนึ่งและตอนสองของบทสัมภาษณ์คุณไม้หนึ่งแล้ว เขาคิดคล้าย ๆ ผมครับ หลายคนที่เข้าป่าไปแล้วจะกลับออกมาด้วยความคิดที่ถือว่าที่นั่นเป็นตักสิลา แต่หลายคนไม่แฮปปี้เพราะได้รับการปฏิบัติต่ออย่างไม่ตรงใจ ก็มองว่าที่นั่นเป็นพวกความคิดชาวนา หาแนวทางอื่นที่แตกต่าง แต่เพราะผมอยู่ในเมืองตลอดมา ใช้ชีวิตแบบคนธรรมดา ๆ ทำมาหากินเหมือนคุณไม้หนึ่ง ได้พบเห็นหลายสิ่งหลายอย่าง จนพอที่จะบอกได้ว่านั่นคือการทำเนียนอีกแนวของชนชั้นปกครองเท่านั้น การเคลื่อนไหวเสื้อแดงวันนี้ผมไม่มองว่าเป็นช่วงการปฏิวัติสังคมนิยมเลย มันเป็นช่วงของการสร้างประชาธิปไตยที่นำแนวทางเศรษฐกิจสังคมนิยมมาใช้เพื่อรัฐสวัสดิการ คนเสื้อแดงที่ออกมาต่อสู้เขาสู้เพื่อเรื่องนี้ สังคมนิยมประชาธิปไตยคือนโยบายแบบทักษิณ และภววิสัยเพื่อบรรลุขั้นตอนสมบูรณ์ของมันน่าจะใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว การวิพากษ์วิจารณ์แกนนำนั้นเห็นว่าใช้วิธีของนักโต้วาที หาจุดอ่อนสักจุดหนึ่งมาอัด ทำเป็นลืมภาพรวมทั้งหมดว่ามันเดินหน้าบรรลุผลไปทางใด วิพากษ์แบบนี้ถ้ายังทำกันอยู่ก็ทำไป เพราะผลของมันจะกระแทกกลับไปหาคนที่ทำเองนั่นแหละ ว่าจะเป็นที่ยอมรับของมวลชนหรือไม่

คุณไม้หนึ่งเองน่าจะจำได้ว่าผมเคยบอกกับเขาว่า "มติสื่อมวลชนไม่ใช่มติมหาชน" ต้องออกมาดูนอกสังคมส่วนตัวของเราแล้วจะพบว่ามวลชนเคลื่อนไหวไปไกลมากแล้ว คุณไม้หนึ่งเองก็เคยเซ็ง เหมือนอาจารย์บางท่านตามมหาวิทยาลัยหลายแห่ง เพราะอยู่ในสังคมที่รายรอบไปด้วยพวกเสื้อเหลือง ตอนนี้ทุกท่านออกไปหามวลชนแล้ว และผมเชื่อว่าทุกท่านเต็มเปี่ยมไปด้วยกำลังใจเมื่อได้เห็นมวลชนเสื้อแดงวันนี้ชัดเจนว่า ไม่ได้เป็นอย่างที่พวกเสื้อเหลืองมันด่าทอเลย แต่เป็นกลุ่มคนที่รักความถูกต้องมารวมกันทำเพื่อความเป็นธรรมที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์ไทยครั้งหนึ่ง

ครับเล่นแช่งชักหักระดูกกันออก

ครับเล่นแช่งชักหักระดูกกันออกนอกหน้าให้เป็นมะเร็งต่อมลูกหมากกันเลยทีเดียวสำหรับไอ้เปลวสีเหลือง คงจะเหมือนสมุนก้นกุฎิของไอ้หยุ่นที่ควบคุมสติอารมณ์ไม่อยู่เล่นแซยิดแซเย็ดกลางจอกันเลย ไอ้สื่อมวลสัตว์เปรตพวกนี้จรรยาบงจรรยาบรรณคงไม่ต้องถามถึงกันล่ะ ไอ้กะทิโกเตกซ์อีกตัวกุข่าวเต้าข่าวกันเป็นว่าเล่น ครับยุคนี้สมัยนี้กรรมคงติดจรวดจริง ไอ้กะทิโกเต๊กซ์ล้มละลายไปหนึ่ง ไอ้หยุ่นเห็นว่าขายตึกไปแล้ว ไอ้เปลวสีเหลืองก็คงจะอีกไม่นาน มีคนแนะนำว่าสิ่งพิมพ์ของไอ้พวกนี้เอาไว้ห่อโกเต๊กซ์ให้ไอ้กะทิเอาไว้โป๊ะหัวสาวกล่ะก็พอได้ อย่าได้เอาไปเช็ดตูดหรือลองนั่งเป็นอันขาดระวังริดสีดวงทวารจะถามหาเอา ครับผม

ส่วนภาค1ของกุนที(แต่เอามาตอบท

ส่วนภาค1ของกุนที(แต่เอามาตอบทีหลังเพราะอ่านทีหลังมันเยอะมาก) ภาคนี้ขอไปเร็วๆทั้งที่เนื้อหาเยอะกว่าภาคสองแต่จับประเด็นสำคัญๆได้น้อย

กับการวิเคราะห์เหลืองของกุนที ในประเด็นเรื่องสุกงอม(คือผมต้องตอบตามน้ำโดยไม่พยายามเอาประเด็นมุมมองผมต่อพธมงอย่างไรใส่เข้าไปเพราะผมมองต่างเขามากและคนล่ะแง่มุมเนื้อหา) เอาประเด็นสุกงอมก่อน ผมว่าเหลืองโครงสร้างทางการเมืองเขาหลากหลายกว่าแดงมากในเชิงโครงสร้าง และสายป่านแน่นแบ็คดี แต่ไม่เกี่ยวกับเนื้อหาน่ะ? และอาจจะเป็นปฎิภาคกลับกันก็ได้ในต้นทุนเนื้อหาการเคลื่อนไหว แดงอาจจะมีเนื้อหาการต่อสู้ที่มากกว่าชัดเจนกว่าเหลืองมากในหลายๆมิติ?แต่สายป่านสั้นและยุทธวิธีปลุกแต่มวลซน ไม่มีการปลูกมวลชน???

เรื่องชิงสุกของเหลืองนั้น มันเกิดจากมีโรงบ่มจากศรัทธาบารมีเหลืองในช่วงที่พีคสุด ปี49ที่ฉลอง60ปีฯใหม่ๆ เป็นโรงบ่ม ขนาดใหญ่ชั้นดีต่อการปลุกมวลชนให้ลุกฮือได้ แบบตุลา19? แม้เนื้อหาการเอาคนไทยออกจากหม้อต้มกบระบอบทักษิณคือภาระกิจต้นน้ำ หรือขึ้นต้นยังเป็นลำไม้ไผ่ของเหลือง บวกกับบารมีโรงบ่มของศรัทธาเสื้อเหลืองเดิมที่สวยงามมากตรงนั้นวันนั้น???

ถูกเอามาแอบอ้างเล่นจนเลอะเถอะที่สุด เป็นการเคลื่อนไหวแสดงออกทางปชต.ที่ไร้วุฒิภาวะที่สุดในประวัติศาสตร์การเคลื่อนไหวในท้ายที่สุด(ปิดสนามบินของเหลือง และแดงล้มประชุมจากการเอาอย่างทางเลว) โครงสร้างเหลืองเขาหลากหลายและมีสายป่านแน่นกว่าแดงเยอะ? แต่ไปเสียหายตอนปลาย นั้นคือกลายจากการเมืองภาคปชชในการขึ้นต้นยังเป็นลำไม้ไผ่ แต่เหลามาเหลาไป กลายเป็นนวัตกรรมบ้องกัญญาชาในเกมมายาอำนาจร้อน หรือจุดอ่อนของการเมืองภาคปชชเสียเอง(ตัวอย่างการเคลื่อนไหวภาคปชชที่เลวและจะถูกนักปกครองหรือการเมืองภาคตัวแทนและเจ้าของระบบสวนสัตว์เอามาเป็นข้ออ้าง)ที่สุดจากฮีโร่ภาคปชช.ในการเอาคนไทยออกจากหม้อนต้มกบระบอบทักษิณ แต่ที่สุดกลายร่างเป็น "อย่าลืมฮีโร่มายซิลเด้อ"(คือปวดหัวจนต้องเป็นไข้หนักระดับจับสั่นกับผลงานสุดท้ายหนุมารเผากรุงรัตนโกสินทร์)

นั้นคือกลายร่างไปเป็น"ทหารราบในกรงลิง"ของอำมาตย์ในการไฮแจ็คปชต.ลงหม้อตุ๋นกบระบอบอำมาตย์หนักกว่าเก่า(ระบอบทักษิณ) สรุปแล้วผลงานรวมเป็นตัวซวยไม่ใช่ตัวช่วย? เพราะงานเอาปชตออกจากหม้อตุ๋นกบระบอบอำมาตย์หรือปชตไม้ดัด(ระบอบสวนสัตว์)หนักกว่าระบอบต้มกบทักษิณหลายเท่า?

ในส่วนที่จะเป็นคุณที่น่าสนใจในข้อเสนอพธม เรื่องสภาสาขาอาชีพ(ที่ผมก็ยอมรับว่าเป็นความริ(ลอก)เริ่มที่ดี) ที่ว่าลอกเพราะที่มาจริงๆมาจากการโดนด่าเรื่อง70/30 และผมเคยเสนอเรื่องสภาคู่ขนานของการเมืองภาคปชชที่ยึดโยงโครงสร้างสภาผู้นำชุมชน(ปราชญชาวบ้าน)ที่เป็นสภาคู่ขนานกับการเมืองภาคตัวแทนที่โครงสร้างคล้ายๆสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(แต่โครงสร้างการได้มาหลากหลายยึดโยงกับปราชญ์ชาวบ้าน(สภาผุ้นำชุมชุน) จนถึงความหลากหลายในการเข้าถึงสาขาอาชีพ

นี่คือที่มาของเรื่องนี้ในข้อเสนอของพธม. เพราะตอนที่ผมพูดเรื่องนี้ ในขณะที่กำลังด่าเรื่อง70/30พร้อมกับเสนอเรื่องนี้ไปในนี้?และพันทิพย์เชคได้ว่าใครพูดก่อนกันและถ้าผมพูดตามทำไมตอนนั้นพธม.ยังละเมอเพ้อพกกับ70/30ที่แม่ยกส่งสคริบให้จนพูดไม่ทันคิดก้เอามาอ่านเป็นนกแก้วนกขุนทอง แลยโดนด่าเละเลย? ว่าการเมืองใหม่ภาษาพระเจ้าเหาที่ไหน? จนผมเสนอคร่าวๆสวนไป?ส่วนจะบังเอิญมาลอกผมหรือเปล่าไม่รู้? แต่ผมพูดก่อนเพราะเริ่มต้นจากด่า70/30ดังนั้นผมพูดก่อนแน่นอน

แต่ไม่ใช่ประเด็นใครก่อนใครหลัง?สำคัญคือมันใช่แล้วเอาไปใช้ได้หรือเปล่า?ตรงนี้สำคัญกว่า ? ส่วนที่คุณกุนทีนำเสนอการเมืองใหม่ ภาพรวมๆคนกุนทียังมีมิติไม่กว้างพอในการสรุปแบบผม(แค่สรุปของผมน่ะข้อเท็จจริงคุณอาจจะถึงก็ได้) แต่ผมมองว่าอีกไกล???

ส่วนการวิเคราะห์แดงแบบกึ่งยอมรับว่าโครงสร้างมีการจัดตั้งกว่าเหลืองอันนี้ต้องยอมรับความจริงเพราะสายป่านทางศรัทธาบารมีคุณน้อยกว่าเหลือง(แบ็คมันต่างกันอย่างเทียบไม่ติด) แต่เนื้อหาสาระในการต่อสู้เชิงปชต และถนนหลวงโลกาภิฯ แดงกลับมีต้นทุนเป็นต่อมหาศาลกว่าเหลืองชนิด คนแก่หลงยุคตกขบวนกับเด็กกำลังมองอนาคต แม้ทั้งสอง(เหลือง,แดง)ส่วนนี้จะถ่วงดุลกันได้ ไม่ใช่ตัวถ่วงและดันกันในทิศทางแบบที่เป็นอยู่นี่น่ะ?

เพราะโครงสร้างมวลชนแดง กลับใช้เป็นอย่างเดียวตามฐานมวลซน(ตั้งใจเขียนซน)ที่เคลื่อนไหวแบบจัดตั้งเป็นหลัก ทั้งที่สามารถ ขยายเพิ่มหรือปลูกเพิ่มที่ต้นทุนมหาศาลทางทรัพยากรและที่วัยยังเพิ่มได้? ทั้งเนื้อหาและสาระการต่อสู้ เพื่อปชตเพื่อมิติความเป็นธรรม ฯลฯแต่แดงกลับพยายามเคลื่อนไหวแบบเหี่ยวปลาย เพราะขยายแต่"มวลซน" ไม่ขยาย"มวลชน"อย่างเป็นระบบ และมีเนื้อหาที่สร้างแรงดึงดูดมวลมหาศาลที่เนื้อหาการต่อสู้ ที่บางทีผนวกเหลืองได้อย่างสบายๆที่เนื้อหาในการผนึกกำลังมวลชนหรือการเมืองภาคปชช? ในภาระกิจเอาคนไทยออกจากหม้อตุ๋นกบระบอบสวนสัตว์ปชตไม้ดัด?ให้หลุดพ้นออกไปเสียที

เพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของเหลืองที่ภาระกิจในเจตนาครั้งแรกแค่เอาคนไทยออกจากหม้อนต้มกบระบอบทักษิณเจตนาที่เป็นคุณขึ้นต้นเป็นลำไม้ไผ่ ก็ต้องให้เกียรติเขาตรงนี้ว่าคือผลงานเขา แต่ไม่รู้ตัวว่ามันจะเลยเถิดลากคนไทยลงหม้อตุ๋นกบที่หนักกว่าหลายเท่า ดังนั้นพธม. ไม่นานจะรู้ตัว หรือรู้ไปแล้วแต่ผันตัวเองไปเป็นทหารราบจับขังปชต.ต่างตอบแทนมันสะงั้น?แบบขึ้นต้นเป็นลำไม้ไผ่ เหลาไปเหลามากลายเป็นคนบ้าถือไฟถือ(บ้องกัญชา)อำนาจร้อนก้อนยาฝิ่น จนนำถวายโอสถพิษ เสพอำนาจร้อนแบบนั้นเสียหายปชต.ช่างมัน?

ถวายความพอใจแบบฉาบฉวยเอาหน้าแบบฆ่าระยะยาว? ไม่รู้ตัว? หรือไม่สน? แค่บรรลุเป้าหมายในอัตตาตนแค่นั้นพอ ในเนื้อหาการต่อสู้เหลืองจะน่าเศร้าที่เนื้อหา? แต่แดงน่าตกใจเรื่องยุทธศาสตร์ และการเคลื่อนไหวทางปชตแบบเหี่ยวปลาย แบบนกกระจอกยังไม่ทันกินน้ำ? ก็แพ้จิ๊กโก๋กิโลเดียวเสียแล้ว เพราะทั้งปลุก และปลูกแต่"มวลซน" จากยุทธวิธีกลยุทธแบบเด็กๆทางยุทธศาสตร์

สวนหมัดเขาไปวันๆมีเข้าบ้างไม่เข้าเป้าบ้าง ไม่มียุทธศาสตร์ หรือคิดจะปลูกมวลชนที่มีมหาศาลถ้าใช้ประโยชน์ในเนื้อหา ปชต.มิติความยุติธรรม?หรือใช้ถนนหลวงโลกาภิฯเป็น

มาที่ประเด็นคู่กรณี ? ต่อไปเหลืองไม่ใช่คู่กรณีแดงอีกต่อไป(ตราบใดที่ทักษิณถุกตัดสินอย่างตรงไปตรงมาเป็นที่ยอมรับทั้งสองฝ่าย) เพราะภาระกิจเหลืองหมดตรงนั้น? ถ้า พยากรณ์ไม่ผิด? เหลืองกับแดงคือพวกเดียวกัน นั้นคือการเมืองภาคปชช. แต่ถูกกลยุทธที่แยบยลของนักปกครองฝั่งอำมาตย์ที่เขาจับแยกให้ตีกันเพื่อทอนกำลังต้านของการเมืองภาคปชช ที่สุดเหลืองกับแดงถ้าแก้ปมบางอย่างได้?คือพวกเดียวกันต่อไปเหลืองแดงจึงไม่ใช่คู่กรณีกัน?

ผมเดาจากที่เขาทำกับเหลืองแบบเสร็จศึกฯหมดประโยชน์แล้วหันไปใช้บริการน้ำเงินตอนแรกกะตัดหางฯแต่มันจะสร้างแรงเสียดทาน,ศรัตรูเกินไปจึงหันมาจูบปากกันใหม่? ทำให้เหลืองยังรับใช้ต่อไปสักระยะ เอาน่ะพวกนี้แค่ตัวละครหรือหมากแต่ ระดับขุนหรือคู่กรณีจริงๆนั้นเป็นที่รู้กัน?

เพียงแต่จะจบสั้นหรือเร็วมหากาพย์อีกต่อไปหรือเขายอมปรับตัวยอมรับความจริงแล้วหันหน้ามาเจรจากัน เพราะเขาเริ่มรู้ตัวว่าถนนโลกาภิฯนั้นแรงเสียดทานกับพวกหลงยุคมากไปได้ไม่ไกลอย่าฝืน? และฝ่ายแดงก็ไม่ใช่ใคร?ไม่ใช่ผิดหรือถูกทั้งหมดรวมทั้งฝ่ายอำมาตย์ฯเริ่มรู้ตัวว่าเทาๆด้วยกันทั้งคู่???

กับวิธีการเอา เทากว่าเกือบดำในวิธีการสาดโคลนให้ร้ายกัน มันยิ่งเลอะใครประเทศไทยคนไทยด้วยกันใช่ไหม?สาวไส้แล้วใครเจ็บ??? ต่างฝ่ายต่างจะไม่เหลือต้นทุนที่ดีให้ลูกหลานนับถือ? ที่สุดจะหันมาหาจุดร่วมในจุดต่างของกันและกันการเจรจากันตอนนี้คือทางออกในทางลัดที่สุดแล้วในมหากาพย์ตรงนี้?ที่จะไม่ลองผิดลองถุกตีกันจนอ่อนแรงแล้วค่อยมานั่งคุยกันเท่าเดิม? ไม่ใช่ เกี๊ยะเซี้ยะกัน หรือประณีประนอมกับความไม่ถูกต้อง แต่ทั้งคู่ไม่มีใครผูกขาดความถูกต้อง

แล้วทำไมมันจะพูดจาภษษคนไทยด้วยกันให้ฟังกันรู้เรื่องไม่ได้เพียงแค่ลดกำปแพงอคติต่อกันเมตตาต่อกันทำไม่มันจะหาจุดร่วมกันไม่ได้ กุนทีครับ? วางไม้ทีเขียนแบบในมือลงบ้านลงซ่ะ(ที่กะว่าจะเอาไปทิ่งตาอัดตาเสื้อเหลืองประกวดใครอัดตาใครได้มิดกว่ากันคนนั้นชนะ) เราโดนข้อหาลูกหลานคนบ้าสร้างบ้านมานานมากพอแล้ว อายเพื่อบ้านชาวโลกเขาเถอะ?กับแบบบ้านเสาเดียว(สุดโต่งลงทางแคบ) กับแบบบ้านติดล้อ(ทุนนิยมนักล่าไร้รากไร้เสาเข็ม) เถียงกันให้ตายมันก็ไม่มีวันลงตัวทั้งเสาเดียวและติดล้อ? ต่อให้ใครได้อำนาจรัฐมากำหนดแบบบ้านที่สุดออกแบบมาเสร็จมันก็เผาต่อสร้างใหม่อีก? และสถาปนึก.วิศวะกวน,นักวิชาเกิน ก็จะใช้วิธีบรรจงเต็มบรรทัดดอกไม้(บ้องหู) และวางพระบาทฯไปฟาดพระโอ้ย! กันแทนวางยุทธศาสตร์ประเทศระยะยาวแบบที่เป็นอยู่นี้เฮ้อ เหนื่อยจัง???

หนังสือใหม่ออกแล้ว....น่าอ่าน

หนังสือใหม่ออกแล้ว....น่าอ่านมากกกก...
หนังสือชื่อ "ถึงเธอเรียกพ่อ ลิ่วล้อเรียกนายก
สัตว์นรกเรียกนาย แต่เราคนไทยขอใช้คำว่า ทรราชย์"
แฉระบอบกูธิปไตย
แฉแผน ทักษิณ ใช้คนเสื้อแดง บังคับในหลวง นิรโทษกรรม
มีคำถามมากมายบนหน้าหนังสือพิมพ์ว่า “ทักษิณ ชินวัตร สู้กับใคร? และ สู้เพื่อใคร?
ใครได้ประโยชน์บนการต่อสู้ของทักษิณ ?” “ประชาชน ได้อะไร และ ประเทศชาติ ได้อะไร ?
การด่ากราด กล่าวหาองคมนตรี เป็นคณะเผด็จการ ทำลายประเทศ ทำร้ายประชาชน โค่นล้มประชาธิปไตยเป็นการตีวัวกระทบคราด ใช่หรือไม่ ?”
”หาก องคมนตรี คือ วัว แล้ว ใคร คือ คราด ? พระเจ้าอยู่หัว คือ คราด ที่ทักษิณ ต้องการให้ได้รับผลกระทบใช่หรือไม่ ?”
ทักษิณ ยังจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จริงหรือ ? เรื่องราวที่ทักษิณ เปิดเผยกับประชาชน บนเวทีคนเสื้อแดง
เป็นเรื่องเก่าที่เกิดขึ้นมานาน 3 ปี แล้ว และ ทักษิณ รู้เหตุการณ์เหล่านี้ทั้งหมดมาแต่ต้น แต่ไม่เคยนำมาพูด ไม่เคยบอกให้ประชาชนฟัง
เพราะอะไร ทำไมทักษิณ จึงเก็บเงียบมานานถึง 3 ปี ทำไมจึงเพิ่งจะมาแฉความเลวร้ายขององคมนตรี ในสายตาทักษิณ และคนเสื้อแดง ในวันนี้ เพราะ การเจรจาต่อรองกับ ป๋าเปรม ไม่สำเร็จ นั่นเอง
ทักษิณ ส่ง พจมาน ชินวัตร มาขอโทษป๋าเปรม และ ขอให้ป๋าเปรม ช่วยเจรจาคมช. ให้ได้กลับเมืองไทย
ทักษิณ ยกมือไหว้ขอโทษป๋าเปรม ในงานศพแม่ อนุพงษ์ เผ่าจินดา ทักษิณ ไปพบ ปีย์ มาลากุล 1 ครั้ง และส่ง พจมาน ไปพบอีก 2 ครั้ง ที่บ้านสุขุมวิท ซึ่งเป็นบ้านหลังเดียวกันกับที่ทักษิณ อ้างว่าเป็นสถานที่วางแผนก่อรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ทักษิณ โทรศัพท์เคลียร์กับ สนธิ บุญยรัตกลิน ปรับความเข้าใจ เป็นพี่น้องกัน หลังยึดอำนาจ คนทั้งหมดที่ ทักษิณ ไปพบและเจรจา เพื่อยุติปัญหา และความผิด เป็นคนกลุ่มเดียวกับที่ทักษิณ อ้างว่าเป็นผู้ก่อการยึดอำนาจ ทำลายประชาธิปไตย นี่หรือคือพฤติกรรมของนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย การแอบเจรจา คบหาสมาคมกับผู้ก่อการรัฐประหาร ย่อมไม่ใช่วิสัยของผู้รักประชาธิปไตย อย่างแน่นอน จริงหรือไม่?
ที่ผ่านมา ทักษิณ ไม่พูดเรื่องเหล่านี้ เพราะเจรจากันอยู่ แต่ไม่มีใครกล้าฝ่าฝืน กฎหมาย ช่วยแก้ไขความผิด ให้ถูกต้องได้
ทักษิณ จึงโกรธแค้น และ ออกมา ฉะ แฉ ฉาว ทุกคน ที่ไม่ทำตามในสิ่งที่เขาร้องขอ และ ข่มขู่เหมือนกับจะรู้ชะตากรรมล่วงหน้า แต่แท้จริงแล้ว เป็นเพราะทักษิณ รู้ดีว่าบทลงโทษของการกระทำในอดีตที่ผ่านมา คืออะไร
ทักษิณ จึงอาศัยจังหวะที่ศาลอนุญาตให้เดินทางออกนอกประเทศ ไปร่วมชมพิธีเปิดโอลิมปิกส์ที่ประเทศจีน แล้วก็ไม่เดินทางกลับมาประเทศไทยอีกเลย จึงกลายเป็นผู้ต้องหาหนีหมายศาล
เมื่อศาลตัดสินว่ามีความผิด ทักษิณ จึงมีสภาพเป็นนักโทษชายหนีคุกทันทีหลังจากถูกศาลตัดสินจำคุก 2 ปี ทักษิณ
กลับบอกว่าศาลไม่เป็นธรรม ไม่ให้โอกาสสู้คดี ทั้งๆ ที่หนีไปเอง
เมื่อตกอยู่ในสถานะนักโทษหนีคุก ทักษิณ บอกว่าเขาจะกลับประเทศไทย เพื่อมาต่อสู้ และเรียกร้องความเป็นธรรม ร่วมกับประชาชน
การโฟนอิน เมื่อครั้งคนเสื้อแดงชุมนุมที่สนามกีฬารัชมังคลาภิเษก ทักษิณ บอกว่าเขาจะกลับประเทศไทยได้ ด้วย 2 วิธี คือ 1.ได้รับพระราชทานอภัยโทษ และ 2. คนเสื้อแดงพากลับ
ทักษิณ บอกว่าต้องการได้รับพระราชทานอภัยโทษ แต่เขาไม่เคยขออภัยโทษ และประกาศว่าไม่มีวันที่จะขออภัยโทษด้วย
ชัดไหมว่า ทักษิณ ไม่ได้เห็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อยู่ในสายตา และ ไม่ได้เคารพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ทักษิณ เชื่อว่าเขาจะปลุกระดมมวลชน ให้มีจำนวนมากพอที่จะมายืนล้อมตัว และเป็นโล่มนุษย์ ป้องกันเขาจากการถูกจับกุม
ของเจ้าหน้าที่รัฐได้ ทักษิณ แสดงให้เห็นว่าสุดท้ายแล้ว
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็จะต้องพระราชทานอภัยโทษ ให้เขา ตามแรงกดดันของมวลชนคนเสื้อแดง ที่เขาปลุกระดมขึ้นมา
ทักษิณ กำลังใช้กฎหมู่มาทำลายกฎหมาย ทักษิณ กำลังเอามวลชนมาบีบพระเจ้าอยู่หัว ให้อภัยโทษ โดยที่เขาไม่ต้องร้องขอ เหมือนผู้ต้องคำพิพากษาของศาลรายอื่นๆ และไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
หากทำสำเร็จ ก็เท่ากับว่าทักษิณ มีอำนาจเหนือพระมหากษัตริย์ หาก ทักษิณ สามารถบังคับให้พระมหากษัตริย์ ทำตามที่ตนต้องการได้ทุกอย่าง แล้วประชาชน จะอยู่ได้อย่างไร ?
คนไทยจะยอมได้หรือ
หากว่าพระมหากษัตริย์ที่เราเคารพรักและเทิดทูนอยู่เหนือสิ่งอื่นใด จะต้องทำตามคำสั่งของทักษิณ เมื่อรู้เช่นนี้แล้ว ท่านจะตกเป็นเหยื่อ เป็นเครื่องมือของทักษิณ เพื่อลบล้างความผิดของตนเอง ล้มล้าง และทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ อีกหรือไม่
ถอยออกมาให้ห่างจากคนเสื้อแดง หลีกเลี่ยงการตกเป็นเครื่องมือของทักษิณ เพื่อปกป้องรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ ของคนไทยทุกคน
***กรุณารักประเทศไทยและร่วมส่งต่อเพื่อประณามการกระทำที่เป็นทรราชย์ต่อประเทศชาติ
ของ นช.(นักโทษชาย)ทักษิณ ชินวัตร ...ตัวนี้
ด้วยการช่วยส่งต่อเมลนี้ให้ประชาชนอีกหลายคนที่ไม่ได้รู้เรื่องชั่วๆ แต่ต้องมาเป็นขี้(ฆ่า)เพื่อให้มันฆ่าและ ถูกมันใช้เป็นเครื่องมือแสดงความชั่วที่แท้จริงของมันด้วย
ขอบคุณคนรักที่ประเทศไทย และคนรักในหลวงของเราทุกคนด้วย.

ครับผมเห็นฟอร์เวิร์ตนี้เยอะมา

ครับผมเห็นฟอร์เวิร์ตนี้เยอะมาก ขอตอบไว้ในนี้ ผมเชื่อว่าสิ่งที่คุณนำเสนอเป็นข้อมูลที่รับได้ทั่วๆไปไม่ใช่เรื่องลับจนต้องทำฟอร์เวิร์ต์ลับๆล่อๆแบบนี้ และผมเห็นว่ามันเป็นธรรมชาติที่เมื่อรู้ตัวว่าถูกกระทำอย่างไม่เป็นธรรมจะต้องหาทุกวิถีทาง เพื่อให้หลุดออกจากแรงกระทำอันนี้แม้มันอาจจะไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้องนัก?

ปัญหาจริงคือต้นกรรมของแรงกระทำนี้ว่ามัน เป็น"ธรรม"หรือเป็นการ"ทำ"และ"ถีบ"เขาโดยการอ้างกฏหมายหรือระบบตุลาการเต๋าถ่วง(ตุลาการอภิบาลนุมัติ) เก็บงานต่อจากปฎิวัติ ด้วยการหาความชอบธรรมว่าคือภาระกิจการมาระงับเหตุ แต่การกระทำไม่ได้เป็นไปตามที่อ้างทั้งหมด

เรื่องนี้มีหลักฐานชี้ชัดหลายอย่าง เช่นข้อมูลการประชุมลับในการหาทางจำกัดระบอบทักษิณจากผู้ใหญ่ของบ้านเมือง(ที่สนธิพวกเดียวกันดันออกมาเฟิร์มแฉจนโดนลอบยิง)การพยายาม แช่คาอำนาจของตัวเองไว้ในร.50(ใช้อำนาจผ่านศาลจนดุลสามอำนาจหลักมันโย้ไปหาอำนาจนอกระบบปชต)การสองมาตรฐานหลายเรื่องระหว่างเหลืองกับแดง นั้นส่อเจตนาการเป็นอันธพาลตัวใหญ่ไม่ใช่ผู้ใหญ่มาระงับเหตุ ที่สุดแทนที่จะมาระงับเหตุวงไพ่กาสิโนเถื่อนนี้ แต่กลายเป็นผู้ใหญ่ที่สังคมคาดหวังให้มาระงับเหตุดันเป็นเจ้ามือเขย่าไฮโลในกาสิโนอำนาจหันสั่นเสียเองหรือเป็นผู้เล่นเสียเองในเกมย้ายขั่วอำนาจเพื่อประโยชน์ตนแบบนี้

มันส่อเจตนาแบบไหน? แล้วการกระทำกับใคร(ทักษิณหรือเหยื่อหลายคนต่อเกมการย้ายขั่วอำนาจ เช่นยุบพรรคจับตอน111ผิดหลักนิติธรรมนิติรัฐทั้งที่รู้ก็มั่วเอาเพื่อเจตนาใช้ ศรัทธาบารมีศาลในต้นทุนศาลเดิมมาคอนเฟิร์มเกมอำนาจตนที่เป้าหมายคือเล่นงานระบอบทักษิณ

ผมเชื่อว่าคนทำฟอร์เวิร์ตนี้คือคนเสื้อเหลือง หรือพธม. ผมจึงฝากให้สติว่า คุณเข้าถึงข้อมูลระดับนี้ได้ในแง่มุมนี้ได้แล้วข้อมูลอีกด้านที่ผมหยิบมาแค่นิดเดียวของหลายตัวแปรปัญหาของอีกด้าน คุณได้เปิดใจรับฟังบ้างหรือไม่? ผมมองการดิ้นของทักษิณหลายอย่างที่ไม่ถูกต้องเช่นสาวไส้ประเทศ และแบบนี้ แต่ปัญหาคือ ต้นน้ำต้นเหตุต่างหากใครไปทำเขาไปสร้างเงื่อนไขแบบไม่เป็นผู้ใหญ่ก่อน?

เพราะถ้าไม่มีเหตุก็ไม่มีผลอันนี้ เช่นกันถ้าทักษิณไม่ใช้ทฤษฎีต้มกบกับคนไทยก็คงไม่ถึงกาลอวสานแบบนี้ แต่วิธีการบริหารจัดการกับปัญหานี้ของระบอบทักษิณไม่ใช่ไปเอาคู่กรณีอันธพาลตัวใหญ่ แบบมีปัญหาต้องพึ่งอันธพาลตัวใหญ่กว่าทเน้น เขาที่นั่งตบยุงรออยู่แล้วจากการที่ตีมาหลายครั้งมันไม่บิ่น? เล่นงานเขายามปกติไม่ได้ เพราะเกราะแก้วความชอบธรรมภาคปชชคุ้มไว้ แต่เพราะมีการเนรคุณเกราะฯตรงนั้นมันเลยคือกาลอวสานตรงนี้ การที่พธม.มาย้ายเราจากหม้อต้มกบระบอบทักษิณลงหม้อตุ๋นกบอำมาตย์แบบนี้จากบทบาททหาราบในกรงลิงพธม. ทั้งที่วิธีการด่านอรหันต์ที่เคยว่าไว้เสนอไว้ ไม่เคยคิดจะเอามาใช้และยังไม่ได้เริ่มใช้เพราะไหลตามกระแส ติดยึดตัวบุคคลที่คือคู่กรณีทักษิณ เกินไปจึงไปเชิญอันธพาลตัวใหญ่ที่นั่งตบยุงรอมันพลาดอยู่แล้ว? มาระงับเหตุมันจึงยิ่งบานปลายแบบนี้

แทนที่จะได้ใช้มาตรการด่านอรหันต์กรองปัญหาไว้หลายชั้น ไม่ใช่ไปตั้งรับไว้ที่ด่านสุดท้ายคือที่มั่นบารมีตัวบุคคล? แบบหนีเสือปะจรเข้ หรือกบเลือกนายแบบไทยๆที่สุดไม่พ้นหม้อต้มกบหรือตุ๋นกบอยู่ดีแบบนั้น ปัญหาคือสังคมขาดโอกาสที่ดีที่จะได้รักษาปชต.ไว้? เพราะกระแสไหลตามการติดยึดตัวบุคคลที่พธม.ชี้นำ พอมันไหลไปแล้วสายน้ำไม่ไหลกลับครับ? มันจะกลับมาที่ที่มั่นแรกที่กรองปัญหาไว้ที่ต้นน้ำแบบด่านอรหันต์ เพราะสายน้ำไหลย้อนกลับแบบหนังการ์ตูนไม่ได้เพราะใคร พธม.ใช่ไหมชี้นำทางนี้สายล่อฟ้าให้ทหารมาปัสวะ(ปฎิวัติ)รดที่นอน

เรื่องนี้ ผมว่าทุกคนในระบบมีส่วนผิดกระจายไปตามบทบาทหน้าที่ คือมั่วกันหมดแบบได้ที่? มันถึงมาถึงสถานการณ์แบบนี้กับการพยายามมาชี้ข้อมูลกล่าวหาทักษิณที่ปลายเหตุแบบนี้ มันได้ประโยชน์อะไรต้นกรรมที่ทำให้เป๋?คืออะไร? ใครมีส่วนร่วมทำให้มันเป๋บ้างกล้าทำก็ต้องกล้ายอมรับความเหม็นของขี้ตัวเองเป็นก่อนจะมาเพ่งโทษขี้คนอื่น

แล้ววิธีการแบบนั้นมันมัดเขาอยู่ตามเป้าหมายใช้ไฟเผาไหม? วอดแล้ววอดอีกแล้วมันจบไหม? แม้โอเค มาตรการในระบบปกติจัดการกับทฤษฎีต้มกบไม่ได้รองรับไม่ได้แน่ แต่มาตรการด่านอรหันต์ที่ผมเสนอไว้มัดได้แน่? และมัดได้โดยที่ยังรักษาปชต.ไว้หรือยังรักษาเรือไว้ได้เพียงแค่ยึดมั่นในตัวเรือก่อน ไม่ใช่เอะอะอะไร พากันสละเรือไปหาคนแบบนั้นได้เพียงแค่คุณยึดมั่นในตัวเรือเชื่อมั่นในวิธีการปชตไว้ถ้าเรือมันโครงเครง ไม่ใช่โครงนิดหน่อยก็ โหวกเหวก โวยวายแบบคนสติแตก แล้วก้ร้องเพลงมาร์ชพธมระดมพล(เพลงป่าประท้วง)

"เม่นชวนม้าลายกระต่ายชวนสิงโตแรดชวนฮิปโปมาเจอกันที่เก่า"

พ่อแม่พี่น้องเอ้ยๆๆ เรือมันจะจมเพราะทักษิณแล้ว(จริงๆที่โครงเครงหนักเพราะคุณพาชาวบ้านตื่นตูมก็ด้วย)แล้วเอ้ยๆ อย่ากระนั้นเลย สละเรือแล้วว่ายน้ำลอยคอตามข้าพเจ้ามา?ข้าพระเจ้าจะพาพวกท่านไปเรียนม.7 เพราะม.6 บนเรือแบบปชตไทยๆแค่นี้มันพาเราออกจากปัญหานี้ไม่ได้?

มีเรือกันอยู่ดีๆ แต่จะสละเรือลอยคอไปหาคนเพียงหนึ่งคน(ต่อให้เป็นเทวดาก็ช่วยได้ไม่กี่คน)สิ้นคิดกันไหม?ประเทศไทย?(แล้วใครต้นคิด) วิธีการแบบนั้นมันผิดหรือมันถูก แทนที่จะยึดมั่นปชต.หรือตัวเรือไว้ ใช้มาตรการด่านอรหันต์(อย่างไรไปห่อ่านของเก่าเอา)รองรับปัญหาถ้าระบบปกติกมันเอาไม่อยู่ ดีกว่าลอยคอไปหาอันธพาลตัวใหญ่จนเรื่องบานปลายมาถึงตรงนี้ ใครผิดบ้างล่ะ? ผมว่าทุกคนในเรือลำนี้ทั้งหมดนั้นล่ะมั่วกันเองตอนนี้จึงต้องลองสำรวจขี้ความไม่ดีที่มีส่วนไปทำให้เรือเสียครั้งนี้ก่อนจัดการตัวเองก่อนไปเพ่งโทษคนอื่นแบบไหลตามเกมป้ายสีป้ายขี้กันแบบนี้???