คนสตูลรวมตัวค้านท่าเทียบเรือปากบารา ยื่นหนังสือรมช.คมนาคม

สมบูรณ์ คำแหง


ศูนย์สื่อสังคมภาคใต้ รายงาน


 



 


 



 


เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา 13.30 น. ได้มีกลุ่มชาวบ้านซึ่งเป็นตัวแทนจากพื้นที่ต่างๆ ในอำเภอสตูล คืออำเภอเมือง อำเภอท่าแพ อำเภอละงู และอำเภอทุ่งหว้า กว่า 100  คน ในนามเครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรจังหวัดสตูล ได้รวมตัวกันที่หน้าสำนักงานเทศบาลตำบลกำแพง อำเภอละงู เพื่อยื่นหนังสือเปิดผนึกผ่านนายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ที่เดินทางมาตรวจเยี่ยม และฟังบรรยายสรุปความคืบหน้าในการก่อสร้างท่าเทียบเรือน้ำลึกปากบารา ณ สถานที่ดังกล่าว เพื่อนำเรียนให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีรับทราบเจตนารมณ์ของคนจังหวัดสตูลอีกส่วนหนึ่งที่ต้องการให้รัฐบาลแสดงความจริงใจ และเปิดเผยข้อมูลต่อโครงการดังกล่าวอย่างตรงไปตรงมา และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นผู้ออกมารับหนังสือดังกล่าวด้วยตนเอง


 


หนังสือร้องเรียนของเครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรจังหวัดสตูล มีรายละเอียดว่า ในความรับรู้ของคนสตูลและคนทั่วไปนั้นสตูลเป็น "เมืองสงบ สะอาด ธรรมชาติบริสุทธิ์" และหลายปีที่ผ่านมาคนสตูลได้วางแผนพัฒนา ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงสิ่งแวดล้อมกันอย่างหนัก และตระหนักอยู่เสมอว่า นี่คือหัวใจสำคัญที่ทำให้ชาวเมืองเล็กๆ แห่งนี้ดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างปกติสุข เพียงได้ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรเหล่านั้นอย่างพอเพียง ทั้งการท่องเที่ยวทางบก ทางทะเล การทำประมง การเกษตรสวนยางพารา สวนปาล์ม สวนผลไม้ สวนสมรม(เกษตรผสมผสาน) เหล่านี้ล้วนเป็นทรัพย์ในดิน สินในน้ำที่หล่อเลี้ยงคนเมืองสตูลมาตลอดหลายชั่วอายุคน


 



ทว่าเป็นที่น่าเสียใจที่รัฐบาลไม่เคยรับรู้ เข้าใจ และเห็นคุณค่าจากสิ่งดังกล่าวเบื้องต้น แต่กลับต้องการเปลี่ยนแปลงสังคม วิถีชีวิต วัฒนธรรม ของคนที่นี่ โดยการยัดเยียด "โครงการท่าเทียบเรือน้ำลึก" มาให้ เพียงอ้างถึงเศรษฐกิจเพ้อฝัน ที่บอกว่าจะทำให้คนสตูลมีชีวิตดีขึ้น โดยมิได้คำนึงถึงความสุข ความสงบ และธรรมชาติอันแสนบริสุทธิ์ของเมืองเล็กๆ แห่งนี้


 


ตรงข้ามกับที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ  ได้จัดทำสรุปรายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิ กรณีโครงการท่าเทียบเรือน้ำลึกปากบาราแห่งนี้ เมื่อปลายปี พ.ศ. 2551 ซึ่งสรุปความเห็นไว้ว่า


 



1. กระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนต่อโครงการท่าเทียบเรือที่จัดทำโดยบริษัทที่ปรึกษา ไม่สอดคล้อง และ ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ปี พ.ศ. 2550  เพราะการให้ข้อมูลไม่เป็นไปอย่างรอบด้าน ทั่วถึง


 



2. รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ขาดการมีส่วนร่วมของชุมชน ดังนั้น กระบวนการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการฯ จึงไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เช่นกัน


 



3. ชุมชนย่อมมีสิทธิกำหนดวิถีชีวิตของตนเอง  รวมถึงการมีส่วนร่วมในการจัดการ การบำรุงรักษา และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุล ยั่งยืน ดังนั้น เมื่อชุมชนไม่ประสงค์ให้เกิดโครงการฯ ย่อมเป็นสิทธิอย่างสมบูรณ์


 



พร้อมกันนี้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนชุดดังกล่าวได้เสนอมาตรการแก้ไขปัญหา คือ ให้รัฐบาลยกเลิกโครงการการก่อสร้างท่าเทียบเรือน้ำลึกปากคลองปากบารา ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู จังหวัดสตูล ทั้งนี้ให้ดำเนินการภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ได้รับรายงานฉบับนี้


 



เครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรเมืองสตูลจึงขอเสนอให้รัฐบาลชุดปัจจุบันที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ได้โปรดพิจารณาทบทวน และยุติการดำเนินโครงการดังกล่าว โดยคำนึงถึงเกิดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในด้านสังคม วิถี วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมของเมืองสตูลเป็นสำคัญ และโปรดปฏิบัติตามข้อเสนอที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินำเสนอตามความดังกล่าวเบื้องต้น


 



กลุ่มผู้ชุมนุมได้เสนอให้รัฐบาลแสดงข้อมูลการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม หรือ EIA ให้ประชาชนในจังหวัดสตูลรับทราบทั้งหมด อย่างรอบด้าน และขอให้มีการจัดเวทีนำเสนอข้อมูลดังกล่าวอย่างทั่วถึงด้วย และยังกล่าวว่า หากไม่มีการดำเนินการตามข้อเรียกร้องเครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรจังหวัดสตูล และประชาชนจังหวัดสตูลจะรวมตัวกันคัดค้านการก่องสร้างโครงการดังกล่าวให้ถึงที่สุด และให้ถือว่าครั้งนี้คือการเริ่มต้นนับหนึ่งเท่านั้น


 



เมื่อนายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร รับฟัง และรับมอบหนังสือเปิดผนึกเสร็จเรียบร้อย จึงเดินทางกลับ พร้อมคณะติดตามทั้งหมดซึ่งรวมถึงนายธานินทร์ ใจสมุทร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล นายฮ่อชาลี ม่าเหร็ม  สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล รวมถึงข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในจังหวัดสตูลอีกหลายคน