รายงานนักศึกษา ม.อ.ปัตตานีกลางไฟใต้: "เฟรชชี่" ครึ่งมหาวิทยาลัย "รอพินิจ"

 

ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ สิ่งที่หลายฝ่ายให้ความห่วงใยคือคุณภาพการศึกษาของนักเรียน นักศึกษาในพื้นที่ที่ตกต่ำลง ด้วยเหตุปัจจัยต่างๆ ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกฝ่ายต้องร่วมด้วยช่วยกันหาทางออก ไม่ใช่เพียงโทษเด็กว่ามีพื้นฐานอ่อน
สิ่งหนึ่งที่หลายฝ่ายแสดงความเป็นห่วงในห้วงทีผ่านมา ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ปะทุรุนแรงขึ้นมาตั้งแต่ปี 2547 คือคุณภาพการศึกษาของนักเรียน นักศึกษาในพื้นที่ที่ตกต่ำลง ด้วยเหตุปัจจัยต่างๆ
 
วันนี้สิ่งหนึ่งที่เป็นตัวชี้วัดได้ถึงปรากฏการณ์ดังกล่าว คือ ผลการการวัดผลการศึกษาของนักศึกษาในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) วิทยาเขตปัตตานี กว่าหนึ่งในสามของจำนวนนักศึกษาทั้งหมดที่ตกอยู่ในสภาพรอพินิจ (probation)
 
หนังสือพิมพ์บูมีตานี โดยนักศึกษาปีที่ 4 ของคณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ฉบับที่ 21 ประจำเดือนธันวาคม 2551 - มกราคม 2552 ได้รายงานเรื่องนี้ โดยเปิดเผยภาพรวมเกรดหรือการวัดผลการศึกษาของนักศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานีว่ามีสภาพที่น่าเป็นห่วง โดยตกอยู่ในสภาพรอพินิจ (probation) ถึงหนึ่งในสาม
 
โดยคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีสัดส่วนนักศึกษาที่ตกอยู่ในสภาพนี้เป็นอันดับหนึ่ง ตามมาด้วยคณะวิทยาการสื่อสารและคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
 
เมื่อพิจารณาภาพรวมสัดส่วนของนักศึกษาทุกคณะในวิทยาเขตปัตตานีที่มีเกรดเฉลี่ยสะสมต่ำกว่า 2.00 พบว่า คณะที่มีสัดส่วนนักศึกษาอยู่ในช่วงดังกล่าวมากที่สุด คือคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 85.59%  รองลงมาคือคณะวิทยาการสื่อสาร 44.93% ลำดับที่3 คือคณะศึกษาศาสตร์ 41.37% ลำดับที่ 4 คณะมนุษยศาสตร์ 30.69% และลำดับที่ 5 คณะรัฐศาสตร์ 27.72%
 
โดยในกรณีของคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งมีนักศึกษาที่มีเกรดเฉลี่ยสะสมน้อยกว่า 2.00 สูงสุดจำนวนถึง 285 คน จากนักศึกษาทั้งหมด 333 คนซึ่งนั่นหมายความว่า ในจำนวนนักศึกษา 10 คน จะมีสัดส่วนของนักศึกษาที่เกรดเฉลี่ยเกิน 2.00 เพียง 1 คนเท่านั้น
 
บูมีตานี รายงานด้วยว่า ส่วนนักศึกษาที่มีเกรดเฉลี่ยสะสมมาระหว่าง 1.25 -1.99 มากที่สุด พบว่า เป็นนักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมากที่สุด คือ 37.34% รองลงมาคือคณะศึกษาศาสตร์ 34.53% ลำดับที่สามคณะวิทยาการสื่อสาร 31.40% ลำดับที่สี่ คือคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ 23.46% และลำดับที่ห้าวิทยาลัยอิสลามศึกษา 15.08%
 
นอกจากนี้ยังมีรายงานเพิ่มเติมจากงานทะเบียนและสถิตินักศึกษาของวิทยาเขตปัตตานี ที่เปรียบเทียบสถิติผลการเรียนของนักศึกษาตั้งแต่ปี 2545-2549 ก็พบว่าจำนวนนักศึกษาที่พบกับภาวะรอพินิจเพิ่มขึ้นถึง 10 เท่าอีกด้วย
 
บูมีตานี รายงานเพิ่มเติมว่า ขณะนี้นักศึกษาของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ชั้นปีที่ 1 รุ่นปีการศึกษา 2551 มีทั้งหมด 2,254 คน มีนักศึกษาที่ได้เกรดเฉลี่ยสะสม น้อยกว่า 2.00 จำนวนถึง 929 คน คิดเป็น 41.22% 
 
ส่วนนักศึกษาที่ได้เกรดเฉลี่ยสะสมอยู่ระหว่าง 2.00-4.00 มี 1,135 คนคิดเป็น 50.35% โดยนับตั้งแต่ปี 2545 เป็นต้นมา นักศึกษาของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์จำนวนมากต้องประสบปัญหาผลการเรียนที่ต่ำกว่าระดับมาตรฐาน ซึ่งเมื่อทำการเปรียบเทียบกับสถิติในช่วงตั้งแต่ปี 2545-2549 พบว่า จำนวนนักศึกษาที่ต้องประสบกับภาวะรอพินิจ (Probation) เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมถึง 10 เท่า
 
ด้วยเหตุดังกล่าว ทางมหาวิทยาลัยเองก็ได้พยายามหาทางช่วยเหลือนักศึกษามาอย่างต่อเนื่องแล้ว
 
อย่างคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผศ.พักตรา คูบุรัตน์ คณบดี ระบุว่า สาเหตุที่ผลสำฤทธิ์ทางการศึกษาของนักศึกษาที่ต่ำลงเพราะนักศึกษารุ่นใหม่มีพื้นฐานอ่อน รวมทั้งมีปัญหาในเรื่องการแบ่งเวลา
 
ขณะที่การแก้ปัญหานั้น ทางคณะทำทั้งการเพิ่มชั่วโมงเรียน การนัดติวพิเศษโดยรุ่นพี่ที่มีผลการเรียนดี ขณะที่ในปีการศึกษาหน้าจะมีโครงการจัดคอร์สปูพื้นฐานสำหรับนักศึกษาเข้าใหม่ 1 เดือน รวมทั้งการปรับเกณฑ์การรับนักศึกษา โดยต้องมีคะแนนโอเน็ต ตั้งแต่ 20 % ขึ้นไป
 
เช่นเดียวกับคณะคณะอื่นๆ ก็ได้พยายามแก้ปัญหาในทิศทางที่คล้ายกัน โดยผศ.ดร.สมปอง ทองผ่อง รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) วิทยาเขตปัตตานี บอกว่า นอกจากโครงการพี่สอนน้องซึ่งจะทำกันทุกคณะแล้ว ขณะเดียวกันทางมหาวิทยาลัยได้ลงพื้นที่ไปตามโรงเรียนต่างในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อหาความร่วมมือในการพัฒนาคุณภาพนักเรียน โดยเฉพาะเพื่อปูพื้นฐานและเตรียมความพร้อมก่อนเข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัย
 
ขณะที่นายพีรยศ ราฮิมมูลา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะคณะทำงานของรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ และเป็นอดีตอาจารย์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี บอกว่า การแก้ปัญหาคุณภาพการศึกษาต่ำต้องไปที่ระดับโรงเรียน ซึ่งในจังหวัดชายแดนภาคใต้การจัดการศึกษาหลายส่วนยังมีปัญหามาก ซึ่งรัฐบาลได้ให้ความสำคัญและพยายามหาทางแก้ปัญหานี้อยู่
 
"ในส่วนการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยในพื้นที่ที่ตกต่ำลงนั้น ผมจะดึงนาย นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งดูแลสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ลงพื้นที่เพื่อหาทางแก้ปัญหานี้อย่างจริงจังด้วย"
 
ส่วนในมุมมองของนักศึกษา นางสาวขอดีเย๊าะ หมัดหมัน ชั้นปีที่ 1 วิชาเอกเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการจัดการ คณะวิทยาการสื่อสาร บอกว่า สถานการณ์ไม่สงบใน3จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ได้ส่งผลต่อผลการเรียน แต่สาเหตุที่แท้จริงเกิดจากการปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ที่แตกต่างจากสมัยเรียนชั้นมัธยม
 
"เป็นเรื่องที่ดีถ้าอาจารย์จะสอนให้ละเอียดเป็นพิเศษกว่านี้ หรือหาวิธีสอนที่ทำให้นักศึกษารู้สึกผ่อนคลายกล้าถามเพื่อช่วยเหลือนักศึกษาที่เรียนอ่อนและไม่กล้าถาม" นางสาวขอดีเย๊าะกล่าว
 
ส่วนนางสาวเจะฮาวา แยนา ชั้นปี 1 วิชาเอกวิทยาศาสตร์การอาหารและโภชนาการ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี บอกว่า นักศึกษาบางคนมีผลการเรียนต่ำ เรียนไม่ทันเพื่อน เนื่องจากตอนสอบเข้ามหาวิทยาลัย บางคนเลือกตามเพื่อน ไม่เข้าใจว่าวิชาเอกที่เลือกเรียน จึงส่งผลต่อการเรียนและเกรดเฉลี่ยต่ำ จึงต้องการให้ผู้เกี่ยวข้องให้ความรู้เกี่ยวกับวิชาเอกต่างๆ ให้นักเรียนด้วย ที่สำคัญคือผู้เรียนเอง ต้องศึกษาให้ละเอียดเกี่ยวกับวิชาเอกที่จะสอบเข้าจะได้ไม่ต้องเสียใจภายหลัง
 
คุณภาพการศึกษา อาจบ่งบอกถึงคุณภาพชีวิตและสังคมของคนในชายแดนใต้ด้วย ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกฝ่ายต้องร่วมด้วยช่วยกัน อย่างน้อยก็ได้ช่วยสังคมที่อยู่ท่ามกลางความไม่สงบอยู่ในขณะนี้ได้ โดยไม่ต้องไปโทษเด็กว่ามีพื้นฐานอ่อน แต่ไม่ได้ทำอะไรเลย แม้พวกเขาเข้ามาอยู่ในมหาวิทยาลัยแล้ว
 
 
 
 
 
 
รศ.อิ่มจิต เลิศพงษ์สมบัติ
คณะบดีคณะวิทยาการสื่อสาร ม.อ.ปัตตานี
 
"สาเหตุที่นักศึกษามีผลการเรียนต่ำมาจากหลายๆ ด้าน ส่วนหนึ่งมาจากนักศึกษาเอง และวิธีการสอนของอาจารย์ด้วย โดยสาเหตุจากตัวนักศึกษานั้นทางคณะแก้ปัญหาโดยให้อาจารย์ที่ปรึกษาเป็นผู้ดูแลนักศึกษาที่มีพื้นฐานการเรียนอ่อน โดยให้อาจารย์ใช้วิธีการถ่ายทอดความรู้ ให้นักศึกษามีทัศนคติที่ดีต่อการเรียนก่อน เมื่อนักศึกษามีทัศนคติต่อการเรียนที่ดีแล้ว การดึงตัวนักศึกษาให้เข้ากับระบบการเรียนที่เป็นอยู่ ก็จะทำได้ง่ายกว่านักศึกษาที่มีทัศนคติไม่ดีต่อการเรียน
 
ในส่วนของอาจารย์ก็จะเพิ่มการสอนในลักษณะเตรียมพื้นฐานก่อน นอกจากนี้ยังได้เตรียมห้องเรียนเสมือน(Visual classroom) เพื่อให้นักศึกษาทุกคนได้เข้าไปแลกเปลี่ยนหรือซักถามเนื้อหาเพิ่มเติมผ่านระบบออนไลน์ หรือข้อข้องใจที่ยังไม่ถาม หรือไม่กล้าถามในห้องเรียน
อาจารย์ต้องให้ความช่วยเหลือนักศึกษาให้มากกว่าเดิม ปีนี้มีนโยบายจะให้อาจารย์จัดทำสื่อการเรียนเพื่อให้นักศึกษาได้ทบทวนความรู้จากที่เรียนในห้องให้เป็นลักษณะวีดีทัศน์ เพื่อให้นักศึกษาสามารถดูข้อมูลการสอนย้อนหลังได้
 
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาส่วนใหญ่นักศึกษาที่เข้าร่วมติวจะเป็นนักศึกษาที่ขยันและเรียนดีอยู่แล้ว นักศึกษาที่เรียนอ่อนเข้าร่วมติวน้อย จุดนี้ถือว่าโครงการติวก็ยังไม่สามารถช่วยให้นักศึกษามีผลการเรียนดีขึ้นได้อยู่ดี ประเมินแล้วว่า วิธีการนี้ยังแก้ปัญหาได้ไม่ดีเท่าที่ควร
 
แม้สาเหตุของนักศึกษาที่มีผลการเรียนต่ำ เนื่องจากมีพื้นฐานการเรียนอ่อนมาก่อนก็ตาม แต่ปัญหานี้เป็นหน้าที่ของสถาบันและอาจารย์ผู้สอนที่จะต้องช่วยเหลือแก้ไขต่อไป
 
แต่ในเบื้องต้น นักศึกษาต้องช่วยเหลือตัวเองก่อนในการวิเคราะห์ว่า ระบบการเรียนของตนเองเป็นอย่างไร เพราะอาจารย์สามารถช่วยได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น อย่างไรก็ตามปัญหานี้ก็ต้องช่วยกันทั้งสองฝ่าย"
 
 
 
 
เสียงนักศึกษา ม.อ.ปัตตานี
 
 
 
นางสาวยูหารียะ สามารถ
ชั้นปี 1 เอกวัดผลการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์
 
"การปรับตัวกับการเข้ามาเรียนมหาวิทยาลัยสิ่งที่ปรับยาก คือ การปรับตัวเรื่องเวลา เนื่องจากปี 1 เป็นช่วงการรับน้อง ซึ่งเป็นช่วงของการปรับตัวของนักศึกษาใหม่กับการเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย มีกิจกรรมมาก ทำกิจกรรมเสร็จก็จะรู้สึกอ่อนเพลีย จึงไม่ค่อยมีเวลาทบทวนการเรียน ทำให้ผลการเรียนในเทอมแรกต่ำ แต่ก็ยังได้เกรดประมาณ 2.00 ขึ้นไป
 
ทางคณะมีโครงการพี่สอนน้อง ซึ่งจัดมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เทอมแรก จัดทุกวันอาทิตย์ ตั้งแต่ 8.00น.- 12.00น. ทำให้ได้ทบทวนวิชาเรียนในห้องได้อีกทางหนึ่ง
 
สิ่งที่อยากฝากคือเรื่องการรับน้อง คือเรียกทำกิจกรรมได้ แต่อยากให้เรียกเป็นเวลา ไม่ควรดึกเกินไป หรือใช้เวลามากเกินไป เพราะจะทำให้เสียเวลาในการทบทวนบทเรียน"
 
 
 
นางสาวมิสบ๊ะ เจะโซ๊ะ
ชั้นปี 1 เอกอิสลามศึกษา คณะวิทยาลัยอิสลาม
 
"การเรียนมหาวิทยาลัยมีความแตกต่างจากการเรียนระดับมัธยม ทั้งเรื่องเวลาและวิธีการสอน ยอมรับว่าตอนนี้เกรดเฉลี่ยลดลงจากเดิม
 
การเรียนในห้องที่เป็นกลุ่มเล็กทำให้อาจารย์มีความใกล้ชิดกับผู้เรียน ทำให้กล้าที่จะถามข้อสงสัยต่างๆจากผู้สอน แต่การเรียนมหาวิทยาลัยการสอนในห้องใหญ่ส่งผลให้ผู้เรียนบางคน หรือส่วนใหญ่ไม่กล้าถามเมื่อมีข้องสงสัยในเรื่องที่เรียน
 
เมื่อไม่กล้าถามอาจารย์ในห้องเรียน ก็จะมีการติวกันระหว่างเพื่อน และทางคณะก็มีการช่วยเหลือนักศึกษาโดยมีการจัดติวทบทวนบทเรียนขึ้น โดยส่วนใหญ่จะติวในช่วงก่อนสอบ แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรมาก เนื่องจากนักศึกษาที่ร่วมติวมีจำนวนน้อย
 
การที่มีนักศึกษาเข้าร่วมติวน้อย อาจมาจากหลายสาเหตุ เช่น การประชาสัมพันธ์ที่ไม่ทั่วถึง และความขี้เกียจของนักศึกษาเอง แต่ถ้ามีการบังคับน่าจะแก้ปัญหาได้"
 

Comments

ลูกพระบิดา

ลองไปหาดูว่าเด็กพวกนี้เข้ามาได้อย่างไร เรียนอย่างไร สอบอย่างไร อาจารย์ทำอย่างไรเวลาโดนกดดันให้เด็กพวกนี้ต้องสอบผ่าน และจบได้อย่างไร แล้วจะเข้าใจอภิสิทธิ์ของเด็กพวกนี้

มั่นคง

เกรดต่ำก็ประท้วงปิดมหาลัยขับไล่อาจารย์พุทธ แค่นี้เองปัญหาง่ายๆถนัดอยู่แล้ว

พระผู้เป็นเจ้าผู้ยิ่งใหญ่

โปรดประทานพร คืนแผ่นดินมลายูให้พวกเราอิสลามซึ่งเป็นแผ่นที่ไร้มลทิน
ขอให้หนุ่มสยามออกไป

ยั่งยืน

ถึงเวลาแล้วที่ทุกคนต้องหันมาสนใจการศึกษาอย่างเอาจริงเอาจังและปฎิรูบการศึกษาใหม่ทั้งระบบ เพื่ออนาคตที่สดใสของลูกหลานเราทุกคน จบมานอกจากมีงานรองรับอย่างแน่นอนแล้วต้องทำให้เขามีจิตใจที่ดีงาม คิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็นและมีจิตวิญญานรับใช้สังคมไม่ใช่มุ่งแต่จะเอาตัวรอดอย่างเดียว

มะเยะ

การศึกษามันห่วย สอนคนให้เป็นควาย บริโภคนิยม แฟชั่นอินเทรน หรูหรา คิดเองไม่เป็นดูถูกคนจน ดูถูกบรรพบุรุษ เป็นลูกเกษตรกรเป็นลูกชาวนาจบมาแทนที่จะพัฒนากลับดูถูก
เพราะมันเฮงซวยอย่างนี้เลยส่งปอเนาะดีกว่าถึงจะไม่รำ่่รวยก็ยังเหลือความเป็นคนอยู่บ้าง

มั่นคง

ปอเนาะวิทยา คณะแบ่งแยกดินแดน วิชาเอกก่อการร้าย

วิชาบังคับ บิดเบือนศาสนา บิดเบือนประวัติศาสตร์
ผลงานภาคสนาม ฆ่าพระ ฆ่าเผาไทยพุทธทั้งเป็น ตัดคอคนเพื่อขึ้นสวรรค์

ทนไม่ได้

เรียนมาแล้วสร้างประโยชน์น๊ะ ทั้งอาจารย์ทั้งศิษย์ สอนให้ตรงหลักสูตร
กลัวไปสอนแบ่งแยกดินแดนเหมือนในปอเนาะ

มั่นคง

ตัดคอคน คห.7 นำมาเสียบประจาน เธอเป็นไซตัลพูดไม่จริง ผิดหลักศาสนา องค์พระผู้เป็นเจ้าจะไม่เมตตา คห.7

มะเยะ

แ่ผ่นดินนี้เป็นของประชาชน ต้องปกครองโดยประชาชน และเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ทุกคนมีสิทธิ มีเสรีภาพ และมีความเสมอภาค แต่ปัจจุบันและที่ผ่านมามันเป็นอย่างนี้ไหมละ

แผ่นดินมลายู

เรารักแผ่นดินมลายูของเรา ปัตตานียิ่งใหญ่

SecTau

แผ่นดินมลายูแล้วไง เชื้อชาติเผ่าพันธุ์ไม่ได้ทำให้คนเราแตกแยกกันหรอก ผมเบื่อพวกชาตินิยมมลายู พ่อผม แม่ผม ปู่ย่าผม ตายายผมเป็นมลายู และผมก็มลายู แต่ก็ไม่ได้ทำให้ผมรักคนมลายูมากกว่ามุอฺมิน(Mumin)

คนมลายูไทย สร้างความเกี่ยวข้องระหว่างชาติพันธุ์กับศาสนาจนแยกไม่ออก หลักฐานคือ เวลาเรียกพุทธศานิกชนเรียกว่า "ซีแย(สยาม)" เวลาเรียกมุสลิมกลับเรียกว่า "นายู(มลายู)" ทั้ง ๆ ที่มุสลิมคนนั้นจะเป็น อเมริกัน อัฟริกัน จีน เห็นมุสลิมก็เหมารวมทั้งหมดว่าเป็นมลายู

อย่านำประเด็นเชื้อชาติเผ่าพันธุ์มาเป็นประเด็นเลย อัลลอฮฺกล่าวไว้ว่า "โอ้มนุษยชาติทั้งหลาย แท้จริงเราได้สร้างพวกเจ้าจากเพศชาย และเพศหญิง และเราได้ให้พวกเจ้าแยกเป็นเผ่า และตระกูลเพื่อจะได้รู้จักกัน แท้จริงผู้ที่มีเกียรติยิ่งในหมู่พวกเจ้า ณ ที่อัลลอฮ์นั้น คือผู้ที่มีความยำเกรงยิ่งในหมู่พวกเจ้า แท้จริงอัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงรอบรู้อย่างละเอียดถี่ถ้วน" (Quran 49:13)

main.9

ฑีฆายุโก โหตุ มหาราชา

มั่นคง

คห.11 คือคนที่เราต้องกำจัดให้หมดสิ้นแผ่นดิน ส่วน คห.12 ท่านคือผู้เจริญแล้ว

BRNปัตตานียิ่งใหญ่

"โอ้มนุษยชาติทั้งหลาย แท้จริงเราได้สร้างพวกเจ้าจากเพศชาย และเพศหญิง และเราได้ให้พวกเจ้าแยกเป็นเผ่า และตระกูลเพื่อจะได้รู้จักกัน แท้จริงผู้ที่มีเกียรติยิ่งในหมู่พวกเจ้า ณ ที่อัลลอฮ์นั้น คือผู้ที่มีความยำเกรงยิ่งในหมู่พวกเจ้า แท้จริงอัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงรอบรู้อย่างละเอียดถี่ถ้วน" (Quran 49:13)

คนไทยคนที่2

การที่นักศึกษาปีที่1 ได้โปรเบชั่นเพราะว่าได้เกรดไม่ถึง2นั้น มหาวิทยาลัยอื่นๆของประเทศนี้
ในอดีตหรือแม้นแต่ปัจจุบัน ก็มีนักศึกษาที่เกรดไม่พ้นโปรจำนวนมากเช่นกัน และถึงขั้นต้องถูกรีไทร์ หมดสภาพการเป็นนิสิตนักศึกษาในปีหนึ่งๆมิใช่น้อย โดยรีไทร์เป็นใบไม้ร่วง บางคณะถึงแทบสูญพันธ์ หลายคณะที่รีไทร์ที่ละเป็นร้อยคน
และสิ่งที่นักศึกษาหญิง ทั้งสองคนกล่าวมานั้่นถูกต้อง เพราะชีวิตในมหาวิทยาลัย นั้น
มันต่างจากชีวิตในโรงเรียนมัธยมประถม
มันจะไม่เหมือนกันเลย แบบชนิดพลิกฝ่ามือ โดยเฉพาะอย่างนักศึกษาที่มาจากต่างจังหวัดแล้วต้องจากพ่อแม่พี่น้องมาเรียนในต่างถิ่น พวกเขา และเธอเหล่านั้น ต้องรู้จักการปรับตัว
เพราะจำนวนมากต้องหัดรู้จักดูแลตัวเอง และหัดที่จะฝึกเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต นั่นคือการรู้จัก ความรับผิดชอบ
ชีวิตในปี1 และปี2ในมหาวิทยาลัยนี่มันสนุกมาก มันมีทั้งการรับน้องมีการประชุมเชียร์(ประชุมเชียร์นี่เสียเวลามากและแย่งเวลาจากนักศึกษาไปเยอะมาก มีงานมีทติ้งของแต่ละคณะเรียกได้ว่ามีมันเกือบทั้งปี สนุกมาก ดังนั้นแน่นอน สำหรับนักศึกษาบางคนที่เขาและเธอเหล่านั้นที่แบ่งเวลาไม่เป็น หรือบางคน ก็ได้เรียนในคณะที่ตนเองคิดว่าไม่ใช่ ดังนั้นแทนที่จะให้เวลาทบทวนต่อบทเรียนที่ได้เรียนมาจากห้องเล็คเช่อร์และห้องแลบส์ ก็ทำไม่เพียงพอหรือสนใจพอ มันจึงถึงเกิดปัญหา
จริงๆแล้ว พื้นความรู้ไม่ว่าจะเป็นด้านวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์รวมทั้งภาษาศาสตร์และสังคมศาสตร์ที่ได้จากชั้นมัธยมนั้นมันแทบไม่ได้แตกต่างไปจากความรู้ในชั้นมหาวิทยาลัยปี1และปี2เลย และยิ่งในยุึคนี้ มีการเรียนการสอนแคลคูลัสในระดับชั้นมัธยม มันจึงยิ่งง่ายต่อการที่จะเรียนต่อติดในชั้นมหาวิทยาลัยโดยเฉพาะในปีที่1(เฉพาะพวกที่ต้องเรียนคณิต)
การรักษาคุณภาพ ทางด้านการศึกษาเป็นสิ่งที่สำคัญมาก มันสำคัญต่อตัวของนักศึกษาเองและสำคัญต่อประเทศชาติ
การซูเอี๋ย เพื่อปรับลดคุณภาพเพื่อช่วยเหลือ เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และเป็นอันตรายทั้งต่อระบบการศึกษาอันตรายต่อตัวนักศึกษาเองและยังเป็นอันตรายต่อประเทศชาติ
การศึกษาในระดับอุดมศึกษา นั้น เพื่อที่จะฝีกเราให้กลายเป็นปัญญาชนในอนาคต ที่รู้จริง
ในแขนงการศึกษานั้นๆ รู้จักสามารถที่จะแก้ไขปัญหาได้จริง เอาไปใช้งานได้จริง
รวมทั้งฝึกเกลาให้เรา เป็นคนที่มีจริยะธรรม มองโลกที่กว้าง ไม่คับแคบ และพร้อมที่จะช่วยเหลือคนอื

พ่อไอ้มั่นคง

แบ่งแยกดินแดนคือความชอบธรรมและเป็นคำตอบที่ดีที่สุดในเวลานี้ เพราะชาวพุทธไม่มีทางแก้ปัญหาการเมืองกันได้แน่นอน ต้องอยู่ใต้ตีนทหารและ ระบอบศักดินากันทั้งประเทศ แต่ทหารพุทธไม่มีความจริงใจในการปกครองคนต่างศาสนา อยากอยู่แบบพุทธกันทั้งประเทศโดยไม่สนใจหลักสิทธิมนุษยชนตามระบอบประชาธิปไตย

ตะลบแตลงแบบนี้ ไม่มีใครคบอยู่แล้ว ได้อดตายกันในกะลาที่ตัวเองเลือกแน่ ขออวยพรให้สุขสมหวังกันภายใต้ร่มเงาสีเขียว เจริญรอยตามรัฐบาลทหารพม่า แต่กูไปดีกว่า

เด็กตั้ยแหลงทองแดง

นักฉึกฉามีโอกาสดั้ยเรียนจงเรียนให้เกิดป๋นต่อตนเองต่อชาติ(ไม่ฮว่าจะชาติตัยหรือมะลายู)ก็เอาเถิดหยั่งน้อยก้อดั้ยอ้างฮว่าเพื่อช่าติ
ทีนี้ก้อเหลืออีนังอาจานและไอนายอาจานมอ มอ ออ ออ ตั๊งหลัยฮว่าตนเองดั้ยทำหน้าตี้อาจานเต็มที่หรือยัง ตุ๊กวันนี้อาจานเกือบตุ๊กตัวก้อเอาแต่เลียนักการเมียงแห่งปั๊กปัดฉะหวะตะหลอดมั่ยฮว่าจะวิดต๊ะยาเขดหนัยจนหยักจะอ๊วกแตก
ฉอนนักฉ฿กฉาอย่าฉอนหั้ยแตกแยกทางควัมคิดนะ จาน
แล้วนักฉึกฉาเองก้อก้อต้องโล้จักคิดองอย่าไปเชื่ออาจานแบบโฮ่ๆด้วยล่ะ
มั่ยโล้ฮว่าโบ๋เลายิ่งเรียนยิ่งโฮ่อ๊ะป่าว
บางทีมันอาจหยากหั้ยเลาโฮ่ก้อเป็นดั้ยฉะหลาดเกินปกคองยากอ่ะ โฮ่ปกคองง่ายดี

นายู

คนมลายูสัญชาติไทย กับคนไทยสัญชาติไทย สองคนนี้คนละชาติพันธุ์ไม่เหมือนกัน แต่เป็นพลเมืองไทยเหมือนกัน พระผู้เป็นเจ้าบอกชัดเจนในอัลกุรอานว่า ได้สร้างมนุษย์เป็นเผ่าพันธุ์เพื่อรู้จักกัน ใครเป็นเผ่าพันธุ์ไหนต้องรักษาเผ่าพันธุ์นั้น คนที่ไม่รักเผ่าพันธุ์เป็นพวกวัวลืมตีน ไม่เห็นจะมีอะไรสับสน คนที่เป็นมลายูพูดมลายูได้ไม่ยอมรับว่าเป็นคนมลายูเป็นเรื่องของมึง เข้าใจหรือยังพี่น้อง

ศิษย์เก่า

ยอมรับความจริงกันได้หรือเปล่า ปัจจุบันนักศึกษา มอ.เกือบร้อยละแปดสิบเป็นเด็กในสามสี่ห้าจังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วยข้อจำกัด เงื่อนไข กฎเกณฑ์บางประการ ทำให้เด็กพวกนี้พื้นฐานวิชาสามัญไม่แน่นหนาพอ เอาง่ายๆ ให้เขาเขียนภาษาไทยง่ายๆ บางที่ยังเขียนไม่ถูกเลย ในเมื่อเรื่องพื้นๆแบบนี้มีปัญหาเสียแล้ว จะคาดหวังอะไรกัน

E-mail

พูดเหมือนรัฐบาลดูแลพวกเขาอย่างดีเท่ากับคนไทยพุทธ จะเรียกร้องเอาอะไรกันนักกันหนาจากคนที่ต้องปากกัดตีนถีบอยู่บผืนแผ่นดินไทยแลนด์ที่ปากปราศรัยน้ำใจเชือดคอ

คนไทยคนที่2

มึนมันจริงๆ ปรัชญาแห่งการศึกษาเรียนรู้มันคืออะไรหรือ
ทำไมคนไทยมุสลิมในภาคอื่นเขาก็เรียนหนังสือร่วมกับไทยพุทธคริสต์ซิกต์ฮินดูได้ ไม่เห็นมีปัญหา แถมเรียนดีก็ตั้งเยอะ
แบบที่บอก ไอ้ที่เรียนแล้วโดนรีไทร์ตอนปี1ปี2นี่ เด็กมหาวิทยาลัยในภาคกลางภาคอิสานเหนือ ล้วนโดนรีไทร์แบบใบไม้ร่วง มีมาแล้วทั้งนั้น
การศึกษามันไม่เกี่ยวกับชาติพันธ์ศาสนาอะไรทั้งสิ้น มันอยู่ที่ตัวของเราเองต่างหากว่าจะสนใจมันหรือไม่
ขนาดในอดีต คนที่สอบติดบอร์ด(ปัจจุบันเลิกไปแล้ว) ได้ที่1ของประเทศ ยังเรียนสอบตกในชั้นมหาวิทยาลัย นี่ก็มี แถมคนที่เคยสอบติดบอร์ดได้ที่1ของประเทศและสอบได้ทุนเล่าเรียนหลวง ไปเรียนยังต่างประเทศ ก็ยังถูกรีไทร์จากมหาวิทยาลัยในต่างประเทศเรียนไม่จบก็ยังเคยมี
ในอดีตอีกเหมือนกัน ที่สมัยก่อนนักเรียนหลายสิบจังหวัดในประเทศไทย ที่แม้นแต่ขนาดจะสอบผ่านชั้นม8หรือมศ5หรือมัธยม6ในปัจจุบันก็ยังสอบมันตกทั้งจังหวัดก็มีไม่น้อย
แต่เดี๋ยวนี้ ขนาดช่วยกันทุกวิถีทางจนกระทั่งแทบที่จะไม่มีใครสอบตกมันแล้วในชั้นม6
แต่นี่ก้ยังจะพยายามขอซูเอี๋ยในระดับมหาวิทยาลัยอีก
เคยถามตนเองไหมว่า เราเรียนไปเพื่ออะไร ต้องการเพียงแค่ใบเบิกทางว่ามันจบปริญญาแค่นั้นหรือ จบแบบชนิดลอกเพื่อน แอบจดเข้าไปในห้องสอบหรือจ้างเพื่อนให้ทำรายงานเพื่อส่งอาจารย์เพื่อให้ได้ผ่านหรือ ถ้าแบบนั้นมันจะมีคุณค่าอะไรของชีวิต ไม่ต้องเรียนมันก็ได้
ในมหาวิทยาลัย เราเป็นผู้ใหญ่แล้ว ต้องมีความรับผิดชอบ ไม่ต้องมาอ้างโน่นอ้างนี่อ้างชาติพันธ์อ้างข้อจำกัด เพราะจริงๆแล้วไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบกัน เพราะมันเรียนตำราเล่มเดียวกัน
เมื่อไม่เข้าใจก็ควรซักและถามอาจารย์ที่สอนในวิชามันเลยทีเดียว ไม่ต้องเกรงใจ ถามให้รู้เรื่องทำความเข้าใจกับมัน แล้วก็ทำแบบฝึกหัด มันไม่มีทางตกอยู่แล้ว เกาะกลุ่มกันให้ได้
ต้องช่วยกันเรียนคนที่รู้ต้องช่วยติวหรือสอนคนที่ไม่รู้ ดึงไปด้วยกัน เพราะมันใช้วิธีการตัดเกรด ถ้าลองคะแนนเกาะกันเป็นกลุ่มมันก็ต้องไม่ตก
คนไทยมุสลิมที่สอบชิงทุนโคลัมโบ ได้ก็เยอะแยะในสมัยก่อน แต่สมัยก่อน ก็ไม่เห็นว่าจะมีใครมองว่าเป็นมุสลิมเป็นพุทธเป็นคริสต์ มันก็ไอ้เพื่อนกันทั้งนั้นที่เป็นคนไทยแม้นแต่ชาติพันธ์มันต่างกัน
ไอ้ความเห็น21และ23นี่มันก็ว่าไปเรื่อยเฉื่อยที่ซี้ซั้วเอาคำสอนในคำภึร์มาพูดมันผิดๆส่งๆเดชๆแล้วสร้างปัญหาหลอกลวงผู้คน

ผู้มีประสบการณ์

ปัญหานักศึกษาส่วนใหญ่เรียนอ่อนกว่าสมัยก่อนนั้น ขณะนี้เกิดขึ้นทุกมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะวิชาทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และอังกฤษ จากที่สังเกตมา ตั้งแต่มีการสอบเข้ามหาวิทยาลัยแบบแอดมิชชั่น ที่ใช้ผลการเรียนในโรงเรียนมาพิจารณา ทำให้นักเรียนที่ไม่เก่งก็มีโอกาสได้เข้าเรียน เป็นการเพิ่มโอกาสให้นักเรียนได้เข้าเรียนมากขึ้น แต่อย่าลืมว่าศาสตร์ต่างๆยังยากเหมือนเดิม แคลคูลัส ฟิสิกส์ยังยากเหมือนสมัยก่อน อาจารย์ไม่สามารถ ลดความยากของศาสตร์เหล่านี้เพื่อเอาใจคนเรียนได้ เรียนเคมีโดยไม่รู้จักสัญลักษณ์ธาตุย่อมไม่ได้ เรียนฟิสิกส์ไม่รู้กลศาสตร์ก็ไม่ได้ สมัยก่อนคนที่จะได้เข้ามหาวิทยาลัยจะผ่านการสอบคัดเลือกมาหลายชั้นตั้งแต่จบประถมก็ต้องสอบคัดเลือกเข้าเรียน เพราะนักเรียนมากกว่าสถานที่เรียน การเกิดขึ้นของคณะและมหาวิทยาลัยจำนวนมากและการให้โควต้าเข้าเรียนเป็นความหวังดีของรัฐบาล แต่สำหรับคนที่ไม่เก่งแล้วเหมือนถูกหลอกไปติดกับ ดีใจว่าได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัย แต่หารู้ไม่ว่าชีวิตการเรียนในสาขาต่างๆ มันยากแค่ไหน คนที่จบม.ปลายเกรดต่ำมานั้น สิ่งหนึ่งที่เป็นสาเหตุ คือการเรียนไม่เป็น ขาดความรับผิดชอบ ไม่รักการอ่าน ไม่ค้นคว้า เขียนตอบข้อสอบบรรยายไม่เป็น เพระเคยแต่ข้อสอบแบบเลือกตอบ พูดง่ายๆ ว่าความสามารถไม่ถึงที่จะเรียนในสาขาที่ยาก แต่มีโอกาสได้เข้าเรียน หากจะสำเร็จได้ ต้องใช้ความพยายามมากๆ สำหรับม.สงขลานครินทร์ปัตตานี ปัจจุบันมีนักศึกษาต่างจังหวัดมาเรียนน้อยลงกว่าสมัยก่อนมากเพราะกลัวไม่ปลอดภัย และนักศึกษาที่จบจากโรงเรียนในพื้นที่ก็มีโอกาสเข้าเรียนมากขึ้น ซึ่งโรงเรียนในพื้นที่ก็มักไม่มีความพร้อมในการสอนวิชาสามัญ เด็กที่จบมาอ่อนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ เช่นนักศึกษาปีหนึ่งบางคนแทบไม่รุ้จักสัญลักษณ์ธาตุ อ่านสูตรเคมีง่ายๆไม่ออก บางคนคิดร้อยละไม่เป็น เมื่อพื้นฐานอ่อน มาเจอกิจกรรมต่างๆ ปรับตัวไม่ได้ก็ลำบากมาก ดังนั้นควรพิจารณาตัวเองด้วยว่าควรเรียนไปทางใด ถ้าเรียนอ่อนมา แม้มหาวิทยาลัยเปิดโอกาสให้เข้าง่ายๆก็ไม่จำเป้นต้องเข้าเรียน เรียนในสิ่งที่เหมาะสมกับศักยภาพตัวเองดีกว่า

SecTau

ผู้ที่มีเกียรติยิ่งคือผู้ที่มีความยำเกรง

นายู

คนมลายูสัญชาติไทย กับคนไทยสัญชาติมลายู สองคนนี้คนละชาติพันธุ์ไม่เหมือนกัน แต่เป็นพลเมืองไทยเชื้อชาติมลายู สัญชาติมลายูเหมือนกัน พระผู้เป็นเจ้าบอกชัดเจนในอัลกุรอานว่า ได้สร้างมนุษย์เป็นเผ่าพันธุ์เพื่อรู้จักกัน ใครเป็นเผ่าพันธุ์ไหนต้องรักษาเผ่าพันธุ์นั้น คนที่ไม่รักเผ่าพันธุ์เป็นพวกวัวลืมตีน ไม่เห็นจะมีอะไรสับสน คนที่เป็นมลายูพูดมลายูได้ไม่ยอมรับว่าเป็นคนมลายูเป็นเรื่องพวกเราชาวมุสลิมแห่งแดนดินสาธารณรัฐอิสลามปัตตานี เข้าใจหรือยังพี่น้อง