ข่าวมอนิเตอร์ประจำวันที่ 27 ธันวาคม 2551





การเมือง


 


คนไทยเศร้าสะเทือนใจพันธมิตรฯ เป็นที่สุดแห่งปี 51


สำนักข่าวไทย - วานนี้ (26 ธ.ค.) ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์) สำรวจความคิดเห็นเรื่อง "ที่สุดแห่งปี 2551 ในสายตาคนกรุงเทพฯ" จากประชาชนทุกสาขาอาชีพในเขตกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 20-23 ธันวาคมที่ผ่านมา จำนวน 1,206 คน พบว่าข่าวหรือเหตุการณ์ในประเทศไทยที่สร้างความปีติยินดีมากที่สุดในรอบปี ได้แก่ ข่าวเกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เช่น ข่าวทรงหายจากพระอาการประชวร และการจัดงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม ร้อยละ 22.2 รองลงมาคือ การได้รัฐบาลใหม่ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ร้อยละ 21.2 การยุติการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ร้อยละ 11.4 นักกีฬาไทยได้เหรียญทองจากการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมที่กรุงปักกิ่ง ร้อยละ 8.9 น้ำมันลดราคา ร้อยละ 5.4 และประชาชนคนไทยน้อมส่งเสด็จสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ สู่สวรรคาลัย ร้อยละ 2 การออกนโยบาย 6 มาตรการ 6 เดือน อาทิ ขึ้นรถเมล์ฟรี และรัฐรับภาระเรื่องการจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ร้อยละ 1.9


 


ส่วนข่าวหรือเหตุการณ์ที่สร้างความเศร้าสะเทือนใจมากที่สุดในรอบปี ได้แก่ การชุมนุมประท้วงยึดสนามบินและทำเนียบรัฐบาลของกลุ่มพันธมิตรฯ ร้อยละ 26 การสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ร้อยละ 23.8 การสลายการชุมนุมของตำรวจบริเวณหน้ารัฐสภาและการปะทะกันของกลุ่มต่าง ๆ จนทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ร้อยละ 19.4 สังคมไทยแตกความสามัคคี มีการแบ่งฝ่าย ทำให้เกิดการขัดแย้งกันทางความคิด ร้อยละ 12.5 ข่าวความไม่สงบใน 3 จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ร้อยละ 4.1 และเศรษฐกิจตกต่ำ การเลิกจ้าง การขึ้นราคาสินค้า ร้อยละ 3.7


 


บุคคลหรือกลุ่มบุคคลในสังคมไทยที่มีพฤติกรรมน่าชื่นชมยกย่องมากที่สุดในรอบปี ได้แก่ สมจิตร จงจอหอ และทีมนักกีฬาไทยที่คว้าชัยชนะในโอลิมปิกเกมที่กรุงปักกิ่ง ร้อยละ 15.8 รองลงมาคือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ร้อยละ 8.3 กลุ่มพันธมิตรฯ ร้อยละ 5.3 ทหาร ตำรวจ ที่ประจำอยู่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ร้อยละ 4.1 ส่วนบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีพฤติกรรมน่าผิดหวังมากที่สุดในรอบปี ได้แก่ กลุ่มพันธมิตรฯ ร้อยละ 31.1 ทั้งกลุ่มพันธมิตรฯ และกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ร้อยละ 13.8 นักการเมืองไทย ร้อยละ 11.5 พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ร้อยละ 7.9


 


เรื่องที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดสำหรับประเทศไทยในปี 2552 ได้แก่ ปัญหาเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ และการว่างงาน ร้อยละ 69.1 ปัญหาความแตกแยกทางการเมืองและการใช้ความรุนแรงในการชุมนุมของฝ่ายต่าง ๆ ร้อยละ 26.4 ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ร้อยละ 1 และอื่น ๆ อาทิ ปัญหาโจรกรรม ปัญหาสังคม และปัญหาครอบครัวอันเนื่องมาจากภาวะเศรษฐกิจ ร้อยละ 3.2.


 


 


ศาลแพ่งคุ้มครองพ่อค้าแม่ค้าคลองเตย


เว็บไซต์คมชัดลึก - เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 26 ธันวาคม เจ้าพนักงานศาลแพ่งนำคำสั่งศาลไปติด ที่บริษัทลีเกิ้ลโปรเฟสชันแนล จำกัด เลขที่ 888 ถ.อโศก-ดินแดง แขวงดินแดง เขตดินแดง กทม. คดีความขัดแย้งที่กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าตลาดคลองเตยเป็นโจทก์ยื่นฟ้องศาล ขอเพิกถอนสัญญาประมูล (เช่า) ตลาดคลองเตยของการท่าเรือแห่งประเทศไทย กับ บริษัทลีเกิ้ลโปรเฟสชันแนล จำกัด ซึ่งศาลได้มีคำสั่งคุ้มครองโจทก์โดยระบุว่า ห้ามฝ่ายจำเลยขนย้ายแผงลอยและทรัพย์สินของโจทก์ทั้งสิ้น 19 คน ออกจากพื้นที่ค้าขายเดิมในตลาดคลองเตยจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง


 


นายมานัส มังกรทอง ทนายฝ่ายโจทก์กล่าวว่า รู้สึกพอใจในคำตัดสินของศาล หลังจากวันนี้กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าที่ได้รับความคุ้มครองก็สามารถกลับไปค้าขายได้ตามปกติ เพราะศาลมีคำสั่งคุ้มครองมาแล้ว หาก บ.ลีเกิ้ล ส่งคนเข้ามารื้อถอนอีกก็จะถือว่าละเมิดอำนาศาล ซึ่งตอนนี้ยังมีกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าอีกกว่า 1,000 คนที่กำลังเดือดร้อน และอยู่ในระหว่างการรวบรวมเพื่อยื่นคำร้องขอคุ้มครองต่อศาล เราพยายามที่จะผลักดันเรื่องทั้งหมดให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพื่อไปต่อสู้กันในชั้นศาล


 


 


สมัครเลือกตั้ง ส.ส.วันสุดท้าย มีเพิ่ม 14 คน รวม 83 คน


ไทยรัฐ - เมื่อเวลา 18.00 น. วันนี้ (26 ธ.ค.) คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้รับรายงานจาก กกต.ประจำจังหวัดที่มีการเลือกตั้ง ส.ส. แทนตำแหน่งที่ว่าง จำนวน 29 ตำแหน่ง ใน 22 จังหวัด 26 เขตเลือกตั้ง ปรากฏว่า หลังปิดรับสมัคร มีผู้มาสมัครรวม 83 คน แยกเป็นชาย 60 คน และหญิง 23 คน


 


โดยวันนี้ ซึ่งเป็นวันสุดท้าย มีผู้มาสมัครเพิ่มจำนวน 14 คน ดังนี้ 1. กทม.เขต 10 ได้แก่ นายอนุสรณ์ สมอ่อน ผู้สมัครหมายเลข 5 พรรคความหวังใหม่ 2. จ.ฉะเชิงเทรา เขต 1 ได้แก่ นายณัชพล ตันเจริญ ผู้สมัครหมายเลข 2 พรรคเพื่อแผ่นดิน และนายสิครินทร์ จันทรศร ผู้สมัครหมายเลข 3 พรรคเพื่อไทย 3. จ.นครพนม เขต 1 ได้แก่ นายโกศล เหมพลชม ผู้สมัครหมายเลข 3 พรรคความหวังใหม่ และนายสุริยา พรหมดี ผู้สมัครหมายเลข 4 พรรคเพื่อไทย 4. จ.นราธิวาส เขต 2 ได้แก่ นายอับดุลอาซิ หามะ ผู้สมัครหมายเลข 3 พรรคประชาราช


 


5.จ.มหาสารคาม เขต 1 ได้แก่ นายขจิต ชัยนิคม ผู้สมัครหมายเลข 4 พรรคเพื่อไทย 6. จ.ลพบุรี เขต 1 ได้แก่ นายประสงค์ สอนมานะ ผู้สมัครหมายเลข 4 พรรคเพื่อไทย 7. จ.สระบุรี เขต 2 ได้แก่ นายตระกูล จันทร์แจ่มใจ ผู้สมัครหมายเลข 2 พรรคเพื่อแผ่นดิน 8. จ.สุพรรณบุรี เขต 1 ได้แก่ นางแก้วตา โล่ห์กิม ผู้สมัครหมายเลข 4 พรรคเพื่อไทย นางสมจิตร พิทยชัย ผู้สมัครหมายเลข 5 พรรคเพื่อไทย นางดาวเรือง ดุษกุล ผู้สมัครหมายเลข 6 พรรคเพื่อไทย 9. จ.อุบลราชธานี เขต 3 ได้แก่ นายสุทัศน์ เรืองศรี ผู้สมัครหมายเลข 4 พรรคเพื่อแผ่นดิน 10. จ.บุรีรัมย์ เขต 2 ได้แก่ นายจำรัส เวียงสงค์ ผู้สมัครหมายเลข 3 พรรคเพื่อไทย


 


ส่วนพรรคการเมืองที่มีจำนวนผู้สมัครมากที่สุดจนถึงน้อย ที่สุด ดังนี้ 1. พรรคเพื่อไทย 19 คน 2. พรรคชาติไทยพัฒนา 13 คน 3. พรรคประชาราช 11 คน 4. พรรคเพื่อแผ่นดิน 10 คน 5. พรรคประชาธิปัตย์ 9 คน 6. พรรคความหวังใหม่ 9 คน 7. พรรคสาธารณชน 5 คน 8. พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา 2 คน ทั้งนี้ มีพรรคที่ส่งผู้สมัครเพียง 1 คน ดังนี้ พรรคประชากรไทย พรรคเผ่าไท พรรคประชาชาติไทย พรรคเสียงประชาชน พรรคเครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทย


 


อย่างไรก็ตาม ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ใน 26 เขตเลือกตั้ง ไม่ปรากฏว่า มีเขตเลือกตั้งใดที่มีผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.เพียงพรรคเดียว เพื่อให้ได้คะแนนเสียงไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 และต้องมากกว่าบัตรไม่ประสงค์ลงคะแนน ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว. พ.ศ. 2550


 


 


ปณิธานรับหนักใจนั่งโฆษกรัฐบาลแต่พร้อมรับแรงกดดัน


ไทยรัฐ - ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า วันนี้ (26 ธ.ค.) นายปณิธาน วัฒนายากร ว่าที่รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางมายังทำเนียบรัฐบาลเป็นครั้งแรก หลังจากที่นายกรัฐมนตรีได้วางตัวให้ทำหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยได้ทักทายกับสื่อมวลชนในรังนกกระจอกเก่า และสำรวจที่ทำงานที่ตึกนารีสโมสร โดยกล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ออกมติ ครม. มีคำสั่งให้ออกจากราชการชั่วคราว จากนั้นจะเข้าทำงานทันที โดยตนจะเน้นการแถลงนโยบายเป็นหลัก และจะไม่ ตอบโต้ทางการเมือง เพราะขณะนี้คนอยากรู้นโยบายมากกว่า


 


อย่างไรก็ตาม ตนจะทำหน้าที่โฆษกรัฐบาลแค่ชั่วคราวเท่านั้น เพื่อรอตัวจริงเข้ามาทำงานแทน สำหรับทีมโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ขณะนี้มีนายพุทธิพงษ์ ปุณณกัณต์เป็นรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แต่โดยส่วนตัวแล้วอยากให้ผู้หญิงเข้ามาเป็นโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพราะหากผ่านการแถลงนโยบายและการทำงานลงตัวแล้ว ก็อยากให้นักการเมืองเข้ามาทำหน้าที่แทน


 


"ยอมรับว่าหนักใจ แต่พร้อมรับแรงกดดันในการทำงาน ไม่ว่ากับสื่อหรือกับฝ่ายค้าน โดยจะให้ข้อมูลกับทุกฝ่ายที่ต้องการอย่างเพียงพอ การทำงานจะแบ่งหน้าที่กับรองโฆษกทั้ง 2 คน คนหนึ่งอาจพูดเรื่องการเมือง อีกคนพูดเรื่องเศรษฐกิจ ส่วนตนจะพูดเรื่องนโยบายเป็นหลัก" นายปณิธาน กล่าว


 


 






อาชญากรรม


 


หนีคดีปาดคอสาว กบดานในที่ชุมนุมพันธมิตรฯ


เว็บไซต์ไทยรัฐ - เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 24 ธ.ค. พล.ต.ต.นเรศ นันทโชติ ผบก.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา ร่วมกับ พ.ต.อ.ธาตรี ตั้งโสภณ รอง ผบก. พ.ต.อ.สมบัติ ชูชัยยะ ผกก.สภ.พระนครศรีอยุธยา แถลงจับกุมนายกิตติธัช หรือแบงก์ เพชรเจริญศรี อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 61/326 หมู่ 16 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ผู้ต้องหาคดีฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา


 


สำหรับเบื้องหลังการจับกุมสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 19 พ.ย.ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งพบศพ น.ส.เอื้อมพร หรือแหม่ม สิทธิน้อย อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 116/1 หมู่ 8 ต.พรหมนิมิตร อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ พนักงานโรงงานบริษัทไพโอเนียร์ (ประเทศไทย) จำกัด ภายในนิคมสวนอุตสาหกรรมโรจนะ อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา ในห้องพักหมายเลข 203 หอพักครูฉวีเพลส อ.พระนครศรีอยุธยา สภาพถูกปาดคอเป็นแผลเหวอะหวะ ศีรษะแตกเลือดอาบ โดยมีโทรศัพท์มือถือและสร้อยคอทองคำไม่ทราบน้ำหนักของผู้ตายหายไป


 


หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.สมบัติ ชูชัยยะ ผกก.สภ.พระนครศรีอยุธยา สั่งการให้ชุดสืบสวนนำพยานมาสอบปากคำ กระทั่งทราบว่าก่อนพบจุดจบได้มีชายวัยรุ่นมาหาผู้ตายที่ห้องพัก ก่อนที่ทั้งคู่จะออกไปซื้อของที่ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น บริเวณปากซอยทางเข้าหอพัก จึงประสานขอภาพจากกล้องทีวีวงจรปิดในร้านเซเว่นฯมาตรวจสอบจนทราบชื่อผู้ต้องหา จึงจัดกำลังติดตามจับกุมได้ขณะหนีไปกบดานที่หอพักแห่งหนึ่งใน อ.เมืองพิษณุโลก คุมตัวมาสอบสวนให้การรับสารภาพ


 


ด้านนายกิตติธัช ผู้ต้องหา ให้การว่า มีอาชีพเป็นช่างซ่อมคอมพิวเตอร์ แต่ตอนหลังตกงาน เลยนั่งรถไฟจาก จ.พิษณุโลก มุ่งหน้ามาหางานทำที่ กทม. ระหว่างนั้นได้รู้จักกับ น.ส.เอื้อมพรบนรถไฟ และได้ติดต่อกันเรื่อยมา โดยก่อนเกิดเหตุได้ไปหาผู้ตายที่ทำงาน แต่ น.ส.เอื้อมพรยังไม่เลิกงาน เลยนั่งรอจนถึง 1 ทุ่ม หลังเลิกงานผู้ตายได้พาไปที่ห้องพัก พร้อมทั้งแวะซื้อของที่ร้านเซเว่นฯที่หน้าปากซอย วันรุ่งขึ้นผู้ตายได้ออกไปทำงาน ปล่อยให้ตนอยู่ที่ห้องคนเดียว


 


ตกเย็นหลังเลิกงานผู้ตายได้มารับไปซื้อของที่โลตัสเอ็กซ์เพรสแล้วกลับเข้าห้อง เลยเอ่ยปากทวงเงิน 2,000 บาทที่ผู้ตายรับปากว่าจะให้ยืม แต่ น.ส.เอื้อมพรบ่ายเบี่ยง ทำให้ทะเลาะมีปากเสียงกัน ผู้ตายได้คว้าสากกระเบือปาใส่ ด้วยความโมโหจึงใช้สากทุบศีรษะและลำคอหลายครั้ง ก่อนเก็บเสื้อผ้าเพื่อจะหลบหนี แต่ผู้ตายที่ยังมีสติได้หยิบมีดทำท่าจะฟัน จึงเข้าแย่งมีดและจับเชือดคอจนขาดใจตาย จากนั้นล้างทำความสะอาดคราบเลือดในห้องน้ำแล้วออกไปซื้อน้ำมันนำมาราดศพและที่นอนเพื่อจุดไฟเผา แต่กลัวคนข้างห้องรู้ เลยยังไม่ได้เผา แล้วขี่รถ จยย.ของผู้ตายไปจอดทิ้งไว้ที่ตลาดเจ้าพรหม แล้วนั่งรถไฟกลับไปหาเมียที่ จ.พิษณุโลก


 


ผู้ต้องหาให้การอีกว่า หลังจากนั้นได้หลบหนีเข้ากรุงเทพฯแล้วนำทรัพย์สินของผู้ตายที่นำติดมือมาไปขาย ประกอบด้วยสร้อยคอทองคำไม่ทราบน้ำหนักได้เงินมา 1,200 บาท และโทรศัพท์มือถือราคา 600 บาท แต่ไม่รู้จะหลบหนีไปไหนเลยเข้าไปแฝงตัวอยู่กับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ชุมนุมกันอยู่ในทำเนียบรัฐบาล จนกระทั่งกลุ่มพันธมิตรฯประกาศสลายตัว จึงย้อนกลับไปหาภรรยาที่ จ.พิษณุโลก โดยไปเช่าหอพักเป็นที่กบดาน กระทั่งถูกตำรวจตามจับกุมได้ดังกล่าว


 


 






เศรษฐกิจ


 


เอ็นจีวียังไม่ขึ้นราคา ปตท.โอดรับขาดทุน น้ำมันลดอีก 60สต.


เว็บไซต์คมชัดลึก - นายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สัปดาห์หน้ามีโอกาสที่ผู้ค้าน้ำมันจะพิจารณาปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศลงอีก หากราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่ตลาดสิงคโปร์ในสุดสัปดาห์นี้ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง เพื่อเป็นของขวัญให้ประชาชนในเทศกาลปีใหม่ ขณะที่ล่าสุดได้ปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินและดีเซล 60 สตางค์ต่อลิตร ที่มีผลวันที่ 26 ธันวาคม ส่งผลให้ค่าการตลาดเฉลี่ยอยู่ที่ 1.90-2 บาทต่อลิตร ขณะที่ค่าการตลาดเฉลี่ยทั้งปีนี้อยู่ที่ 1.46-1.47 บาทต่อลิตร ถือว่าดีที่สุดในรอบ 4 ปี แต่มองว่าค่าการตลาดที่เหมาะสมในกลุ่มเบนซิน ควรอยู่ที่ 1.70-1.80 บาทต่อลิตร และดีเซล อยู่ที่ 1.30-1.40 บาทต่อลิตร


 


ด้านนายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ปตท. กล่าวว่า จากราคาน้ำมันที่ลดต่ำมากรัฐบาลน่าจะใช้โอกาสนี้ปรับโครงสร้างราคาพลังงานให้เหมาะสม โดยภาษีน้ำมันน่าจะทบทวนปรับขึ้นไปได้ในอัตราเดิม ส่วนแอลพีจีและเอ็นจีวี มองว่าภาวะปัจจุบันสามารถลอยตัวแอลพีจีได้ส่วนเอ็นจีวีเชื่อว่าเดือนมกราคม 2552 อาจยังไม่มีการปรับราคาแม้ว่า ปตท.จะขายขาดทุนมาตลอดและมีการลงทุนสูงมาก โดยมองว่าหากไม่มีการปรับขึ้นอาจจะส่งผลกระทบทำให้ขาดทุนมากขึ้นและเป็นข้อจำกัดในการลงทุนในอนาคต


 


สำหรับราคาน้ำมันที่ปรับลดลงส่งผลให้ อี 85 ลิตรละ 18.29 บาท อี 20 ลิตรละ 14.99 บาท แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 16.29 บาท แก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 15.49 บาท เบนซิน 91 ลิตรละ 20.79 บาท ไบโอดีเซล บี 5 ลิตรละ 17.24 บาท และดีเซล 18.74 บาท



 


 


รมว.แรงงาน เดินสาย แก้ปัญหาเลิกจ้าง พบอยุธยาเลิกจ้างแล้วครึ่งหมื่น


แนวหน้า - ที่ศาลากลางจังหวัด จ.พระนครศรีอยุธยา วานนี้ (26 พ.ย.) นายไพฑูรย์ แก้วทอง รมว.แรงงาน เป็นประธานการประชุมหารือเพื่อวางแนวทางการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาหาการว่างงานใน จ.พระนครศรีอยุธยา ร่วมกับผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน สภาองค์กรนายจ้างลูกจ้าง สภาอุตสาหกรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สภาหอการค้าจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทั้งนี้ นายปรีชา กมลบุตร ผู้ว่าฯ พระนครศรีอยุธยา กล่าวรายงานสถานการณ์ว่า ขณะนี้ จ.อยุธยาได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจโดยมีการคาดการณ์ว่าตลอดทั้งปี 2552 จะมีผู้ถูกเลิกจ้าง 1 แสนคน หรือประมาณ 35 % ของจำนวนแรงงานทั้งสิ้น 3.5 แสนคน อย่างไรก็ตามตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. - 24 ธ.ค. 2551 สถานประกอบการใน จ.อยุธยามีการเลิกจ้างไปแล้ว จำนวน 5,066 คน จากลูกจ้างที่มีอยู่ทั้งหมด 48,548 คน ครึ่งหนึ่งเป็นพนักงานรับเหมาค่าแรง (ซับคอนแทรก 2,791 คน) นอกจากนี้ยังได้รับแจ้งว่ายังมีสถานประกอบกิจการ 22 แห่ง มีแนวโน้มว่าจะเลิกจ้าง 6,971 คน


 


ด้านนายทศพล วังศิลาบัตร ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัด กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้มีการทำแบบสอบถามผู้ประกอบการ เมื่อวันที่ 24 ธ.ค.เกี่ยวกับออร์เดอร์ พบว่าลดลงไปถึง 50-80 % ทำให้ผู้บริหารต้องพูดคุยกันรายสัปดาห์ เพื่อดูว่าจะเลี้ยงพนักงานไว้ได้หรือไม่ ทั้งนี้อยากให้ภาครัฐอัดฉีดเม็ดเงินลงมาที่ภาคการผลิตให้มาก เพราะถ้าปี 52 มีการตกงาน 1 ล้านคน ที่อยุธยาจะมีผู้ตกงานแน่ๆ 10 % หรือ 1 แสนคน เนื่องจาก จ.อยุธยามีโรงงานอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย


 


ขณะที่นายมนัส โกศล ประธานสภาองค์การลูกจ้างพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ขณะนี้สภาองค์การลูกจ้างและสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ ได้ยื่นหนังสือให้มีการจัดตั้งกองทุนเพื่อป้องกันแก้ไขช่วยเหลือภาคแรงงาน โดยเสนอของบ 1.5 พันล้านบาทเพื่อป้องกันการตกงาน โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานเอง ทั้งนี้ถ้ารัฐบาลไม่มีมาตรการป้องกันเร่งด่วน เชื่อว่าไวรัสตัวใหม่จะเกิดขึ้นคือเรื่องการปิดถนน ตามมาจำนวนมาก


 


นางอัมพร นิติสิริ อธิบดีกรมสวัสดิการฯ กล่าวว่า กรมจะมีการปรับปรุงโครงการที่ได้นำเสนอไปในงบประมาณ 5 พันล้านบาท โดยเป็นโครงการที่เกิดขึ้น ก่อนการเลิกจ้าง ระหว่างการเลิกจ้าง หลังการเลิกจ้าง รวมทั้งการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ซึ่งขณะนี้ได้ร่างโครงการที่จะดำเนินการไว้แล้วหลังจากที่มีการแถลงนโยบายจะทำการเสนอโครงการทันที นอกจากนี้ระหว่างวันที่ 5-9 ม.ค.2552 กรมจะมีการประชุมพบปะระหว่างสภาองค์การนายจ้างและลูกจ้าง จำนวน 24 แห่ง โดยมีรมว.แรงงานเป็นประธาน เพื่อรับฟังสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน


 


นายไพฑูรย์ กล่าวยอมรับว่า วันนี้อุตสาหกรรมส่งออกใน จ.อยุธยาที่ได้รับผลกระทบมาก คือ กิจการรถยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ เฟอร์นิเจอร์ โดยคาดการณ์ว่าต้นปี 52 ลูกจ้างในจังหวัดจะถูกเลิกจ้างประมาณ 10,000 คน และหากกำลังซื้อในต่างประเทศยังมีจำนวนน้อยก็ต้องลดการผลิตลงไป โดยตนได้นัดหารือกับนายกรัฐมนตรีเพื่อแก้ปัญหาแล้ว ส่วนตัวเลขการคาดการณ์ว่าจะมีคนว่างงานเป็นล้านคนนั้น ทางกระทรวงแรงงานได้รับรายงานว่าอาจจะเป็นจริงตามนี้เพราะมีสถานประกอบการที่จดทะเบียนเพื่อการส่งออกกับกระทรวงพาณิชย์ 1.5 ล้านแห่ง ในจำนวนนี้มีประมาณ 4,000 แห่ง ลูกจ้างแห่งละ 200 คน ที่จะได้รับผลกระทบจากวิกฤต รวมทั้งมีลูกจ้าง 1 แสนคนที่อยู่ในสถานประกอบการที่ไม่ได้จดทะเบียน เมื่อรวมกับนักศึกษาที่จบใหม่และไม่มีงานทำอีก 1-2 แสนคน คำนวณแล้วก็จะมีคนว่างงาน 4-5 แสนคน ทำให้ตัวเลขคนตกงานอาจถึงสองล้านคนก็เป็นไปได้


 


ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างที่นายไพฑูรย์ กำลังประชุมอยู่นั้น ได้มีพนักงานของ บริษัท ชิงเกิ้ล พอยท์ พาร์ท (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ซึ่งตั้งอยู่ภายในนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ เป็นบริษัทผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์กล้องถ่ายรูปยี่ห้อนิคอล จำนวนกว่า 100 คน ได้รวมตัวชุมนุมประท้วงอยู่บริเวณด้านหลังศาลากลาง จ.อยุธยา เพื่อยื่นข้อเรียกร้องให้นายไพฑูรย์ เข้าช่วยเหลือลูกจ้างที่ถูกนายจ้างเลิกจ้างและไม่ได้รับเงินค่าชดเชย


 


น.ส.ศิริพร สวนพลู อายุ 28 ปี พนักงานเหมาค่าแรงที่ถูกเลิกจ้าง กล่าวว่า ตนกับเพื่อนพนักงานอีกกกว่า 200 คน ซึ่งทั้งหมดเป็นคนงานซับคอนแทรค และส่วนใหญ่มีอายุงานไม่ถึง 120 วัน ถูกนายจ้างไล่ออกจากงานอย่างไม่เป็นธรรม ซึ่งทั้งหมดไม่รู้ตัวกันล่วงหน้ามาก่อนว่างจะถูกเลิกจ้าง เนื่องจากก่อนหน้านี้นายจ้างยืนยันว่าจะไม่มีการปลดพนักงานออก แม้ว่าจะประสบภาวะเศรษฐกิจ โดยนายจ้างขอให้พนักงานช่วยกันประคับประคองธุรกิจด้วยการลดการทำงานล่วงเวลาลง จนกระทั่งวันที่ 24 ธ.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่ทุกคนกำลังจะเข้าไปทำงานตามปกติ ปรากฏว่านายจ้างได้สั่งปิดงาน โดยอ้างว่ากิจการที่ไม่มีออเดอร์ ทั้งนี้พวกตนได้รับแค่ค่าบอกกล่าวล่วงหน้า 2,500 บาท ส่วนค่าชดเชยไม่ได้รับ เพราะติดข้อกฎหมาย พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ที่ระบุว่า หากลูกจ้างทำงานไม่ถึง 120 วัน จะไม่ได้รับค่าชดเชย ซึ่งตนขาดอีกแค่ 6วัน ก็จะครบ 120 วัน ทั้งนี้ ภายหลังการประชุมนายไพฑูรย์ ได้ลงมารับข้อเรียกร้องดังกล่าวด้วยตัวเอง


 


ทั้งนี้ นายไพฑูรย์ กล่าวว่า จะเร่งให้เจ้าหน้าที่จัดหางานจังหวัด นัดพบนายจ้างและลูกจ้างในวันที่ 7 ม.ค. เพื่อเข้าร่วมในการเจรจาด้วยเพื่อหาข้อยุติเป็นที่พอใจของทั้งสองฝ่าย และประนีประนอมให้นายจ้างยอมรับข้อเสนอให้พนักงานกลับเข้าไปทำงาน หรือจ่ายเงินชดเชยให้มากขึ้นตามข้อเรียกร้อง


 


 






คุณภาพชีวิต


 


หลาน "สพรั่ง" จัดพิธีแต่งงานในโรงภาพยนตร์คู่แรกของเมืองไทย


เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป - เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป สร้างมิติใหม่ให้กับธุรกิจโรงภาพยนตร์ด้วยการเปิดให้บริการจัดงานแต่งงานในโรงภาพยนตร์ครั้งแรกของเมืองไทย ซึ่งเป็นการขยายช่องทางการให้บริการรูปแบบใหม่ ๆ อีกทั้ง ยังสามารถช่วยเพิ่มรายได้กับการทำการตลาดเจาะกลุ่มเป้าหมายแบบ Segmentation โดยเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับ คู่วิวาห์ และ กลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่ชอบความทันสมัยและแปลกใหม่


 


ประเดิมด้วยคู่แต่งงานคู่แรก คุณปราณี สิทธิไพโรจน์สกุล และ คุณวศิน กัลยาณมิตร เจ้าบ่าวเจ้าของบริษัท ออแกไนเซอร์ชื่อดัง สารพัดไอเดีย หลานชาย พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ได้เลือกใช้โรงภาพยนตร์สุดหรู โนเกีย อัลตร้า สกรีน ของ พารากอน ซีนีเพล็กซ์ เป็นสถานที่จัดงานแต่งงาน เมื่อวันเสาร์


ที่ 20 ธันวาคมที่ผ่านมา


 


 






ต่างประเทศ


 


โจรสลัดโซมาเลียยังอาละวาดหนัก เมินเรือคุ้มกันต่างประเทศ


เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ - เฮลิคอปเตอร์กองทัพเยอรมนี สามารถช่วยเรือสินค้าของอียิปต์จากการถูกโจรสลัดปล้นและยึดเรือ บริเวณนอกชายฝั่งโซมาเลีย เมื่อวันพฤหัสบดี (25 ธ.ค.) ในขณะที่ประเทศต่างๆ กำลังส่งเรือรบเข้าไปลาดตระเวนในพื้นที่ดังกล่าวมากขึ้น


 


แม้นานาชาติได้เพิ่มความพยายามในการปราบปรามโจรสลัด แต่เรือซิริอุส สตาร์ เรือขนน้ำมันขนาดใหญ่ของซาอุดีอาระเบียที่บรรทุกน้ำมันดิบมูลค่ากว่า 100 ล้านดอลลาร์ ที่ถูกจี้ไปตั้งแต่วันที่ 15 พ.ย. ยังอยู่ในการครอบครองของโจรสลัด


 


ชายรายหนึ่งที่อ้างตัวว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มโจรสลัดที่ยึดเรือซิริอุส สตาร์ไว้ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอพี ว่า เขาและเพื่อนๆ ถูกบังคับให้ต้องเป็นโจรสลัด เพราะเรือประมงจากชาติตะวันตกและเอเชีย เข้ามาปล้นทรัพยากรของโซมาเลีย ด้วยการลักลอบจับปลาในน่านน้ำโซมาเลียจนหมด ทำให้ต้องจับอาวุธปล้นเพื่อหาเลี้ยงชีพ


 


ขณะที่นายยาซึกาสุ ฮามาดะ รัฐมนตรีกลาโหมของญี่ปุ่น เผยว่า นายกรัฐมนตรีทาโร อาโซะ มีคำสั่งให้คณะรัฐมนตรีเร่งเตรียมการส่งเรือรบไปยังน่านน้ำโซมาเลียให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ โดยสำนักข่าวเกียวโด นิวส์ รายงานอ้างแหล่งข่าวว่า รัฐบาลตั้งใจที่จะส่งเรือรบไปยังโซมาเลียในเดือน ก.พ.ปีหน้า


 


อย่างไรก็ตาม กฎหมายญี่ปุ่นกำหนดไว้ว่า เรือรบญี่ปุ่นปกป้องได้เฉพาะเรือที่ปักธงญี่ปุ่นหรือมีผู้โดยสารชาวญี่ปุ่นเท่านั้น ทำให้นายอาโซะเรียกร้องให้พิจารณาข้อกฎหมายใหม่ เพื่อให้เรือรบญี่ปุ่นสามารถคุ้มกันเรือสินค้าต่างชาติได้


 


รัฐบาลจีนได้ส่งเรือรบ 2 ลำ ประกอบไปด้วย กองกำลังพิเศษ ขีปนาวุธและเฮลิคอปเตอร์ รวมถึงเรือเสบียงอีก 1 ลำไปยังโซมาเลียแล้วเมื่อวานนี้ (26 ธ.ค.) เพื่อรับมือกับโจรสลัดเช่นเดียวกับมหาอำนาจรายอื่นๆ


 


 


"เอฟบีที" หนุน สปป.ลาว 30 ล้านจัดซีเกมส์


เว็บไซต์แนวหน้า - นายสมพู พงษ์สา รองประธานกรรมการกีฬา สปป.ลาว และรองประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 25 เป็นประธานในพิธี ระหว่าง เอฟบีที ร่วมเซ็นสัญญากับบริษัท เพชรจำปา แอ๊ดเวอร์ไทซิ่ง จำกัด ผู้แทนจัดสรรการตลาดของการจัดการแข่งขันฯ ที่โรงแรมโนโวลเทล เวียงจันทร์ ประเทศลาว เมื่อวันที่ 25 ธันวาคมที่ผ่านมา


 


สำหรับการสนับสนุนของเอฟบีทีนั้น จะรวมไปด้วยชุดแข่งขันและฝึกซ้อมของนักกีฬาทีมชาติลาว อุปกรณ์กีฬามาตรฐานสากลเพื่อใช้ในการแข่งขัน และเสื้อผ้าสำหรับคณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ อาสาสมัคร เจ้าหน้าที่จัดการแข่งขันทั้งหมด รวมเป็นจำนวนเงินกว่า 30 ล้านบาท


 


ทั้งนี้ คณะกรรมการจัดการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 25 ได้จัดเตรียมพนักงานต้อนรับและเจ้าหน้าที่กว่า 25,000 ชีวิต เพื่อที่จะทำให้ซีเกมส์ครั้งแรกที่ลาวเป็นเจ้าภาพประสบความสำเร็จ ซึ่งเอฟบีที ในฐานะบริษัทฯ คนไทย บ้านพี่เมืองน้องของลาวก็จะสนับสนุนและใช้ประสบการณ์ที่ยาวนานในการจัดการแข่งขัน เพื่อช่วยให้การกีฬาของภูมิภาคมีการพัฒนาไปอย่างต่อเนื่องและเพื่อที่จะสร้างสรรค์สิ่งดีให้กีฬาต่อไป



 


 


ญี่ปุ่นลดกำลังผลิตรถยนต์ ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์


ไทยรัฐ - สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันนี้ (26 ธ.ค.) ว่า วิกฤติเศรษฐกิจโลกส่งผลให้ผลผลิตอุตสาหกรรมของประเทศญี่ปุ่นเมื่อเดือนพ.ย. ลดลงไปถึงร้อยละ 8.1 ถือเป็นการลดลงในระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ นับตั้งแต่กระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรมญี่ปุ่น เริ่มมีการเปิดเผยข้อมูลสถิติ ตั้งแต่เมื่อปี 2496 ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อในเดือนเดียวกันขยับขึ้นอีกร้อยละ 1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว แต่เมื่อเทียบกับเมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา พบว่าอัตราเงินเฟ้อลดลงร้อยละ 0.8


 


รายงานระบุด้วยว่า อย่างไรก็ดี การขยายตัวของอัตราเงินเฟ้อเมื่อเดือนพ.ย.ที่ร้อยละ 1 น้อยกว่าที่มีการคาดไว้ล่วงหน้าที่ร้อยละ 1.1 เป็นผลจากราคาพลังงานที่ปรับลดลงอย่างต่อเนื่องตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา


 


 


ซานตาคลอสแดนโสมส่งข้อความสั้นแจกเงินประชาชน


ไทยรัฐ - สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันนี้ (25 ธ.ค.) ว่า หนังสือพิมพ์ โคเรีย ไทมส์ รายงานว่า ซานตาคลอสรายนี้ แอบแจกเงินในช่วงคริสต์มาสมาตั้งแต่ปี 2543 จนถึงบัดนี้ เงินที่แจกจ่ายไปมีมูลค่ารวมกว่า 81 ล้านวอน หรือกว่า 2 ล้านบาท และ ในปีนี้ เขาใช้วิธีส่งข้อความสั้น (sms) ทางโทรศัพท์ไปยังเจ้าหน้าที่ที่ทำงานอยู่ในศูนย์ พักพิง ที่เมือง จิยอนจู ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ เพื่อบอกใบ้ให้เจ้าหน้าที่รายนั้นรู้ตัวว่า กำลังจะได้โชคก้อนใหญ่ส่งท้ายปี


 


ทั้งนี้ ข้อความสั้นทางโทรศัพท์ระบุว่า " Cheer up, breadwinners" หรือหมายความว่า "ร่าเริงเข้าไว้นะ สำหรับผู้ที่ต้องหาเลี้ยงครอบครัว" หลังได้รับข้อความทางโทรศัพท์ เจ้าหน้าที่ศูนย์พักพิงคนดังกล่าว ก็บังเอิญไปพบกล่องอยู่ที่ลานจอดรถ ภายในนั้นบรรจุเงินถึง 20 ล้านวอน หรือประมาณ 4 แสนบาท


 


สำนักข่าวต่างประเทศรายงานด้วยว่า เจ้าหน้าที่ ศูนย์พักพิงต่างคาดว่า ซานตาคลอสลึกลับรายนี้ แท้จริง อาจไม่ใช่คนที่ร่ำรวยมากนัก แต่ก็ยังอุตส่าห์นำเงินที่เก็บออมมาแจกให้ชาวบ้านอยู่เป็นประจำทุกปี ถือเป็นเรื่องน่ายินดี ที่ยังมีคนใจบุญเช่นนี้อยู่ในเกาหลีใต้ ส่วนเงิน 20 ล้านวอน ที่เขาแอบให้เจ้าหน้าที่คนหนึ่งของศูนย์พักพิง ทางศูนย์พักพิงก็จะนำเงินก้อนนั้น บริจาคต่อให้ชาวบ้าน 100 ครอบครัว


 


อย่างไรก็ดี นับจากปี 2543 เป็นต้นมา ซานตาคลอสลึกลับ ก็ได้แอบแจกเงินมาแล้วนับ 10 ครั้ง บางครั้งอาจไม่ตรงกับช่วงคริสต์มาส แต่ที่ผ่านมา ก็ยังไม่เคยมีใครจับได้สักทีว่า ซานตาคลอสคนนี้คือใครกันแน่

Comments

พันธม้วย

ความจริงต่างๆ ในความชั่วช้าชอง พธม.ที่ทำไว้ ก็จะประจักษ์ให้สังคมคนไทยได้เห็น ความเลวทรามที่ทำลายบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองแม้กระทั่งวันเฉลิมพระชนมพรรษาเมื่อต้นเดือนธันวาฯ พธม.คือเครื่องมือแห่งการสาปแช่งจากพระเจ้ากับประเทศไทย เราเลือกที่จะตัดสินใจด้วยการนิ่งเฉยดื้อด้านและรับกรรมต่อไป หรือสำนีกผิดสารภาพด้วยความจริงใจแล้วจะได้รับการทรงอภัย..?? "No one, when he has lit a lamp, covers it with a vessel or puts it under a bed, but sees it on a lampstand, that those who enter may see the light. For nothing is secret that will not be revealed, nor anything hidden that will not be known and come to light. Therefore, take heed how you hear. For whoever has, to him more will be given: and whoever does not have, even what he seems to have will be taken away from him" (Luke 8 : 16-18)

ชายไทย

รู้รักสามัคคีเพื่อชาติไทย

สาธร ไหม ไทย

มี หลาย ร้อย พัน ข่าว มี เเต่ ข่าว เเย่ๆ เเต่ ข่าว ชิน โบ๊ เเดง จับ พวก ก่อ การ ร้าย ใน ไทย ไม่ ใด้ เรือง เสีย หาย ที่ สนธิ หรือ กลุ่ม พ.ธ.ม.จอม ปลอม ทํา ร้าย เเละ ฆ่า คน ไทย อย่าง ไม่ เคย มี มา ก่อน ทํา ชั่ว เเต่ ใด้ ดี กับ มี เส้น สูด ยอด ของ ปี 2551...นี้เด่น เเละ ดังทํา ขนาด เป็น โจร สากล เลย เเต่ ยัง ไม่ จับ มา ดํา เนิน คดี เป็น เพราะ อะ ไร ถึง ไม่ ทําความ เสีย หาย นับ ไม่ ถ้วน เเละ เงิน ปลอม เรา ก็ รู้ ที่ มา เงิน เเท้ๆ สนธิ เก็บ ไป ฝาก เมือง นอก เเล้ว เหลือ เเต่ เงิน ปลอม ที่ จ่าย พวก มือ ปืน ให้ สนธิ จํา ลอง สอง ตา ยาย เต่า ร้อย ปี นี้ หรือ เมือง ใหม่ ของ ไทย ใช้ เงิน ปลอม นี้ เเหละ เมือง ผี ของ สนธิ ...อะไร มัน ต้อง หรอก ถึง จะ รวย ทํา ชั่ว ใด้ ดี คือ เมือง ไทย ป่าน นั้น จะ คิด ค้า ขาย กับ นาๆประ เทศ ..ผล สุด ท้าย ก็ เห็น เมือง คน ขี่ โกง ขี่ เกลียด ที เงิน ตัว เอง เเล้ว ปลอม ที่ เงิน คน อื่น จ้อง เเต่ จะ เอา ของ เขา พา กัน รวม หัว กัน จ้อง จะ ใด้ มา เป็น ของ ตน พวก เทวดา ที่ ไม่ รุ้ จัก พอ เเละ รุ้ จักร์ ผิด ...