ตั้ง 5 อรหันต์ กก.ชั่วคราวทีวีสาธารณะ ชงเทพชัยนั่งผอ. เริ่มออนแอร์ 1 ก.พ.

ครม.ตั้ง"เทพชัย หย่อง-ขวัญสรวง อติโพธิ-ณรงค์ ใจหาญ-อภิชาต ทองหยู่และนวลน้อย" เป็นกรรมการนโยบายชั่วคราวทีไอทีวี มีเวลาทำงาน 180 วัน ล่าสุดกก.ทั้ง 5 คน ประชุมเห็นชอบ "ขวัญสรวง" นั่งประธาน "เทพชัย" รักษาการ ผอ.ทีพีบีเอส ยึด 4 แนวทางเร่งเดินเครื่อง 1 กุมภาพันธ์ ผลิตรายการทีวีสาธารณะได้


 



เมื่อวันที่ 15 ม.ค. เวลา 13.00 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ประชุมครม.ได้ให้ความเห็น ชอบในการแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย 5 คนประกอบด้วย รศ.ดร.นวลน้อย ตรีรัตน์, นายอภิชาติ ทองอยู่, นายขวัญสรวง อติโพธิ, นายณรงค์ ใจหาญ และนายเทพชัย หย่อง ซึ่งนายปราโมช รัฐวินิจ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ได้แจ้งให้ทราบว่าคณะกรรมการจะประชุมกันช่วงบ่ายของวันเดียวกัน


 


ซึ่งได้มอบงานให้คณะกรรมการเพื่อที่ให้คณะกรรมการประชุมวางกรอบการทำงานได้ทันที โดยคณะกรรมการฯ ชุดดังกล่าวจะมีอายุการทำงานไม่เกิน 180 วัน ซึ่งจะสอดคล้องกับกระบวนการสรรหาคณะกรรมการนโยบายตาม พ.ร.บ.ที่ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน


 



คุณหญิงทิพาวดี กล่าวว่า สำหรับหน้าที่ของคณะกรรมการจะเป็นไปตามพรบ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประ เทศไทยคือคณะกรรมการจะต้องวางกฎกติกาการบริหารเพื่อให้สามารถตั้งองค์กรได้ โดยมีการเตรียมระเบียบพัสดุ ระเบียบการเงินระเบียบจัดซื้อจัดจ้าง ระเบียบเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล ซึ่งคณะกรรมการสามารถดำเนินการได้ทันทีโดยไม่ต้องขอความเห็นชอบจาก ครม. รวมถึงข้อปฏิบัติทั่วไปไว้ให้คณะกรรมการแล้ว นอกจากนี้คณะกรรมการฯต้องกำหนดกรอบแนวทางการทำงานเพื่อให้ทีวี สาธารณะเดินหน้าได้ และจะต้องมีการตั้งผู้อำนวยการและคณะกรรมการบริหาร โดยจะต้องกำหนดแนวในการบริหารสถานีว่าควรจะไปในทิศทางใด ทั้งนี้คณะกรรมการจะต้องรีบดำเนินการในรายละเอียดต่างๆ เช่น การตั้งโลโก้สถานีใหม่เป็นต้น เพื่อให้องค์กรเดินหน้า ต่อไปได้


 



สำหรับเรื่องการโฆษณานั้นไม่สามารถดำเนินการได้ แต่สามารถรับเงินสนับสนุนจากองค์กรต่างๆ ที่ชื่นชมการทำงานของทีวีสาธารณะ ทั้งนี้ ในส่วนของผู้ผลิตรายการหรือบริษัทโฆษณาที่ยังมี สัญญาต่อกันอยู่นั้น คณะกรรมการฯ จะเป็นผู้พิจารณากันต่อไป



เวลาต่อมา คณะกรรมการนโยบายองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทยทั้ง 5 คนได้ประชุมกันที่โรงแรมเรดิสัน หลังจากนั้นมีการแถลงข่าวมีใจความว่า ที่ประชุมมีมติให้นายขวัญสรวง อติโพธิ เป็นประธานคณะกรรมการนโยบายชั่วคราว และให้นายเทพชัย หย่อง เป็นรักษาการผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์สาธารณะทีพีบีเอส


 



นายขวัญสรวง ประธานคณะกรรมการนโยบายองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จะเร่งดำเนินการพิจารณาจัดการทำงานของทีพีบีเอส ให้เสร็จ ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ จะเริ่มการออกอากาศภายใต้ผังรายการใหม่ โดยจะเริ่มรับสมัครพนักงาน 16 มกราคมนี้เป็นต้นไป


 


นายขวัญสรวง กล่าวถึงหลักการในการพิจารณาดำเนินการสถานีสื่อสาธารณะ โดยยึด 4 แนวทาง ได้แก่ การสร้างความสมดุลย์ของการสื่อสารในสังคม ไม่ต้องถูกกดดันในการหารายได้ มีความเป็นอิสระ ปราศขจากความครอบงำ ทั้งจากภาครัฐ และเชิงพาณิชย์ ขึ้นตรงต่อจรรยาบรรณวิชาชีพสื่อ ทำงานสาธารณะ เชื่อมโยงกับสังคมตลอดเวลาและการมีส่วนร่วม และมีการบริหารการทำงานที่โปร่งใส โดยตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ จะเริ่มการทอล์กโชว์ผ่านรายการข่าวได้ และหลังจากวันที่ 1 มีนาคม เป็นต้นไป คงจะเริ่มรายการตามผังใหม่



           


 


พนง.ทีไอทีวีฟ้องศาลปค.เพิกถอนคำสั่ง


ขณะที่พนังงานทีไอทีวีเดิมกว่า 100 คนนำโดยนายอลงกรณ์ เหมือนดาว บรรณาธิการบริหาร สถานีโทรทัศน์ ทีไอทีวี จำกัด (มหาชน) ได้เดินทางไปยื่นคำร้อง ขอให้ศาลปกครอง เพิกถอนคำสั่งกรมประชาสัมพันธ์ที่ 25/2551 ลงวันที่ 14 ม.ค.51 ซึ่งลงนามโดยนายปราโมช รัฐวินิจ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เรื่องให้สถานีวิทยุโทรทัศน์ระบบ ยูเอชเอฟ ปฎิบัติตาม พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ.2551 ที่สั่งให้ สถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี ยุติการแพร่ภาพออกอากาศตั้งแต่เวลา 24.00 น. วันที่ 14 ม.ค.51 พร้อมทั้งขอให้ศาลกำหนดมาตรการบรรเทาทุกข์ โดยให้ศาลมีคำสั่งให้สถานีโทรทัศน์ ทีไอทีวี ออกอากาศได้อย่างต่อเนื่อง ตามคำสั่งศาลปกครองกลางในคดีหมายเลขดำที่ 431,437/2550 เพื่อประโยชน์ต่อสาธารณะ


 


คำร้องของพนักงานสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี ระบุว่า ผู้ร้องเห็นว่าคำสั่งกรมประชาสัมพันธ์ที่ 25/2551 ดังกล่าว เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเป็นคำสั่งที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อสาธารณะประโยชน์ และยังเป็นคำสั่งที่ละเมิดอำนาจศาลปกครองกลาง ในคดีหมายเลขดำที่ 431,437/2550 ลงวันที่ 7 มีนาคม 2550 ได้กำหนดมาตรการ หรือวิธีการคุ้มครอง เพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษา โดยให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่เป็นผู้ที่มีหน้าที่โดยตรงในการจัดให้มีบริการสาธารณะทางด้านกิจการวิทยุโทรทัศน์ ระบบยูเอชเอฟ ดำเนินการให้บริการสาธารณะดังกล่าวดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง โดยจะดำเนินการ หรือจะมอบหมายให้ผู้อื่นดำเนินการแทนตนและในนามของตนก็ได้ ตามแต่จะเห็นสมควร จนกว่าคดีจะถึงที่สุด หรือศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ซึ่งผู้ร้องเห็นว่าคำสั่งของอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ละเมิดคำสั่งศาลปกครองกลาง ที่ต้องการคุ้มครองการออกอากาศของสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี ที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะอย่างต่อเนื่อง


 


การที่ผู้ถูกร้องอ้างว่า ได้ดำเนินการดึงสัญญาณจากสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทยช่อง 11 เพื่อออกอากาศแทนสัญญาณภาพจากสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี ซึ่งเท่ากับได้ดำเนินการแพร่ภาพต่อเนื่องนั้น เป็นการขัดวัตถุประสงค์การคุ้มครองการออกอากาศของสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี ตามคำสั่งศาลปกครองกลาง เนื่องจากศาลปกครองกลางคุ้มครองการออกอากาศของสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี โดยคำนึงถึงเนื้อหาที่ผลิต และแพร่ภาพโดยพนักงานสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี ดังนั้นการดึงสัญญาณจากสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทยช่อง 11 จึงไม่ใช่เนื้อหาที่ศาลปกครองคุ้มครอง


 


นอกจากนี้ผู้ร้องเห็นว่า คำสั่งของอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ยังเป็นการละเมิดอำนาจของคณะกรรมการนโยบายชั่วคราว ที่คณะรัฐมนตรีจะแต่งตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ.องค์การแพร่ภาพและการกระจายเสียงสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ.2551ด้วย เพราะอธิบดีไม่มีอำนาจในการสั่งยุติการออกอากาศ ทำให้คำสั่งฉบับดังกล่าวสร้างความเสียหายให้กับประโยชน์สาธารณะ ทำให้ประชาชนขาดทางเลือกในการบริโภคข่าวสาร ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างรุนแรง หน้าที่ของอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ตาม พ.ร.บ.องค์การแพร่ภาพและการกระจายเสียงสาธารณะฯ ม.57 คือให้โอนบรรดากิจการอำนาจหน้าที่ ทรัพย์สิน งบประมาณ หนี้ สิทธิ คลื่นความถี่ และภาระผูกพัน ของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ที่เกี่ยวกับการดำเนินสถานีวิทยุโทรทัศน์ระบบยูเอชเอฟ (ทีไอทีวี) ให้กับองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย โดยไม่ได้ให้อำนาจในการสั่งให้ยุติการออกอากาศ สิ่งที่อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ทำได้ คือต้องโอนทั้งหมดตาม ม.57 รวมทั้งพนักงานไปยังองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย


 


การกระทำของอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ยังเป็นการแทรกแซงการทำงานของฝ่ายข่าวสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี ซึ่งขัดต่อ ม.46 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 และขัดต่อ ม.8 พ.ร.บ.องค์การแพร่ภาพและการกระจายเสียงสาธารณะฯ ที่ห้ามมิให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทำการ ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อมในลักษณะเป็นการขัดขวาง หรือแทรกแซงการนำเสนอข่าวขององค์การกระจายเสียงฯด้วย



 


 


ศาลปค.รับไต่สวนฉุกเฉินแพร่ภาพทีไอทีวี พรุ่งนี้(16) บ่ายโมง


ด้านศาลปกครอง ได้รับคำสั่งไต่สวนฉุกเฉินคุ้มครองสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวีให้แพร่ภาพชั่วคราว หลังจากที่ได้หยุดแพร่ภาพไปเมื่อเวลา 24.00 น.วันที่ 15 ม.ค.ตามที่กฎหมายสถานีกระจายเสียงและแพร่ภาพโทรทัศน์สาธารณะหรือทีพีบีเอสประกาศลงในพระราชกิจจานุเบกษาให้มีผลบังคับใช้ อย่างไรก็ตามทางพนักงานทีไอทีวีได้ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองให้ไต่สวนฉุกเฉินคุ้มครองแพร่ภาพชั่วคราวไว้


 


ต่อมาเวลา 14.30 น. น.พ.เหวง โตจิราการ อดีตแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ ( นปก.)รุ่น 1 และนางประทีป อึ้งทรงธรรมฮาตะ แกนนำ นปก. รุ่น 2 ได้เดินทางมายื่นคำร้องสอด ในฐานะผู้บริโภค ที่เสียโอกาสในการรับรู้ข่าวสารของสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี ร่วมกับพนักงานสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวีด้วย เพื่อขอให้ศาลพิจารณาไต่สวนฉุกเฉินเพื่อมีคำสั่งคุ้มครองให้สถานีโทรทัศน์ทีไอทีวีสามารถดำเนินการออกอากาศได้ โดยให้ปฏิบัติตามกฎหมายทีวีสาธารณะจนกว่าจะได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายถาวร และดำเนินการตามเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ. องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ.2551 เพื่อให้ได้ทีวีสาธารณะอย่างสมบูรณ์


 



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศการฟ้องคดีวันนี้ นายไตรภพ ลิมปพัทธ์ เจ้าของบริษัท บอร์นคอร์ปอเรชั่นฯ ผู้ผลิตรายการเกมเศรษฐี ออกอากาศทางสถานีทีไอทีวี ที่ได้รับผลกระทบการระงับการออกอากาศ เดินทางมาให้กำลังใจ พนักงานไอทีวี โดยอยู่ร่วมลุ้นรอฟังคำสั่งศาล พร้อมกับน.ส.ตวงพร อัศววิไล บก.ข่าวประจำวัน นายจตุรงค์ สุขเอียด บก.ข่าวเฉพาะกิจ และพนักงานไอทีวีอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งระหว่างรอลุ้นคำสั่ง พนักงานไอทีวี โทรศัพท์ติดต่อสอบถามความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับมติ ครม. และการแถลงข่าวของ คณะกรรมการนโยบายในการดำเนินกิจการทีวีสาธารณะ ซึ่งโดยเบื้องต้นเมื่อทราบว่า ทีไอทีวี ต้องถูกเปลี่ยนชื่อและโลโก้ เป็น "ซีเอบีเอส" พนักงานไอทีวี ถึงกลับแสดงสีหน้าเซ็ง ๆ พร้อมกับพูดว่า " นึกไว้อยู่แล้ว"



 


 


'เทพชัย หย่อง' ลาออกจากเครือเนชั่น นั่งเก้าอี้ ผอ.ทีวีสาธารณะ


นายเทพชัย หย่อง คณะกรรมการนโยบายชั่วคราว และรักษาการผู้อำนวยการชั่วคราว สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส หรือทีวีสาธารณะแห่งแรกของประเทศไทย อดีตบรรณาธิการเครือเนชั่น กล่าวว่า ได้ยื่นใบลาออกจากเครือเนชั่นตั้งแต่วันนี้ (15ม.ค.) เป็นต้นไป


 


แต่เนื่องจากบริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และได้แจ้งไปที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ แล้ว ซึ่งมีผลตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (16ม.ค.) สำหรับหุ้น บมจ.เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ปจำนวนหุ้น 1 แสนหุ้นที่ตนถืออยู่ จะประกาศขายในตลาดหลักทรัพย์ในวันที่ 16 มกราคมนี้


 


ทั้งนี้ ตนได้รับการทาบทามจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้มาดำรงตำแหน่ง คณะกรรมการนโยบายชั่วคราวทีวีสาธารณะ เมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ที่ยังไม่ได้ยื่นใบลาออกจากเนชั่นก่อนหน้านี้ก็เพราะรอ ครม.เห็นชอบเสียก่อน โดยการที่มารับตำแหน่งคณะกรรมการทีวีสาธารณะเนื่องจากมีความสนใจในการทำทีวี สาธารณะ และต้องการให้ประเทศไทยมีทีวีสาธารณะ เพื่อนำเสนอข่าวสารและสาระที่มีประโยชน์ต่อผู้ชม


 


"กรอบทำงานของคณะกรรมการชั่วคราวฯ มีระยะเวลา 6 เดือน โดยในระยะแรก วันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ ทีวีสาธารณะจะเริ่มออกอากาศ จะนำเสนอข่าวสารเป็นหลัก ระยะที่สอง ในวันที่ 1 มีนาคม ผังรายการจะประกอบไปด้วยข่าวและรายการที่ผลิตขึ้นเอง หลังจากนั้นจะเป็นระยะที่สาม ที่มีผังรายงานสมบูรณ์ ทั้งนี้จะทำการเปิดรับสมัครฝ่ายข่าวและฝ่ายผลิต ในวันที่ 16-19 ม.ค.นี้ ณ กรมประชาสัมพันธ์ ซอยอารีย์สัมพันธ์ ซึ่งพนักงานทีไอทีวีที่มีประสบการณ์ด้านข่าวสามารถมาสมัครและร่วมการ พิจารณาร่วมกับบุคคลอื่นๆ"


 


"ส่วนพนักงานเก่า ของทีไอทีวี ถ้ามีความเชื่อว่าสามารถทำงานร่วมกัน เพื่อให้ทีวีสาธารณะเป็นของประชาชน เป็นประโยชน์ต่อสังคมได้อย่างแท้จริง ก็สามารถที่จะมาร่วมงานกันได้เพราะทีวีสาธารณะ ก็ยังต้องการพนักงานที่มีประสบการณ์ ความรู้ความสามารถ" นายเทพชัย กล่าว



 


นักวิชาการนิเทศศาสตร์รับได้ 5 กก.


นายอนุสรณ์ ศรีแก้ว คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต แสดงความเห็นถึงคณะกรรมการนโยบายชั่วคราว ขององค์การแพร่ภาพและกระจายเสียงสาธารณะแห่งประเทศไทย 5 คนว่า ภาพรวมของคณะกรรมการถือว่าเป็นคนที่มีจุดยืนทำงานเพื่อประโยชน์สาธารณะ และเคยเรียกร้องถึงสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน เช่น นางนวลน้อย ตรีรัตน์ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายขวัญสรวง อติโพธิ อาจารย์พิเศษคณะสถาปัตยกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ส่วนนายเทพชัย หย่อง บรรณาธิการเครือเนชั่น เคยอยู่ไอทีวีมาก่อน และเป็นบุคคลที่เหมาะสมเป็นผู้อำนวยการสถานี


 


นายอนุสรณ์ ยังกล่าวแนะนำว่า ช่วงเปลี่ยนจากทีไอทีวีเป็นโทรทัศน์สาธารณะ ในระยะเวลา 6 เดือน ควรจะสรรหาคณะกรรมการนโยบาย 9 คน รวมถึงการจัดตั้งสภาผู้ชมตามกฎหมาย เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ซึ่งจากนี้ไปคณะกรรมการชั่วคราว ต้องทำงานอย่างหนัก เพื่อทำความเข้าใจพนักงานเรื่องโทรทัศน์สาธารณะ เพราะไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศไทย ดังนั้น จึงต้องให้เวลาสำหรับการเปลี่ยนผ่าน ส่วนบุคลากร ต้องให้โอกาสพนักงานทีไอทีวี และคนใหม่ อย่างเท่าเทียมกัน



 


จอนแนะ 5 อรหันต์เร่งสางปัญหาพนักงานทีไอทีวี


นายจอน อึ๊งภากรณ์ ประธานคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน หรือ กป.อพช. กล่าวถึงกรณีคณะรัฐมนตรีมีมติแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายชั่วคราวในสถานีโทรทัศน์สาธารณะ 5 คนว่า รายชื่อคณะกรรมการ 5 คน ถือว่าพอใช้ได้ แต่กรรมการชั่วคราวถือเป็นกรรมการรักษาการ จึงอยากให้มีการสรรหากรรมการจริงขึ้นมาโดยเร็ว เพราะอาจเกิดความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการมีโทรทัศน์สาธารณะ


 


"สำหรับสิ่งที่กรรมการชั่วคราวควรทำเรื่องแรกคือ ดำเนินการของบประมาณโดยเร็ว และแก้ไขปัญหาพนักงานทีไอทีวีว่าจะรับทั้งหมด หรือบางส่วน โดยต้องระบุเหตุผลให้ชัดเจน รวมทั้งวางแผนนโยบายการผลิตรายการ ซึ่งตนเองไม่เห็นด้วยที่จะนำรายการโทรทัศน์ช่อง 11 มานำเสนอ แต่ควรคงรายการข่าวและรายการสาระ โดยนำพนักงานทีไอทีวีมาทำข่าว และนำเสนอเนื้อหาที่เป็นกลาง เน้นข่าวภาคประชาชน ที่เข้าถึงทุกกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงทดลองผลิตรายการสำหรับเด็ก" นายจอน กล่าว



 


คลังขึ้นภาษีบาปอุ้ม"ทีวีสาธารณะ"


แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กรมสรรพสามิตได้เสนอให้นายฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ รมว.คลัง ลงนามในประกาศเพิ่มภาษีสุรา เบียร์ และยาสูบขึ้นอีก 1.5% ของมูลค่าภาษีที่เสียอยู่ โดยคาดว่าภาษีที่เก็บได้ประมาณ 1.7 พันล้านบาท เพื่อนำส่งให้สถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี ซึ่งได้กลายสภาพเป็นทีวีสาธารณะ โดยคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 15 ม.ค.นี้


 


ทั้งนี้ ผลการปรับขึ้นภาษีจะทำให้ราคาบุหรี่เพิ่มขึ้นซองละ 0.50 สตางค์-1 บาท ต่อซอง ส่วนภาษีสุราปรับขึ้นเล็กน้อย 3-5 บาทต่อขวด ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนไม่มาก เพราะไม่ได้เป็นการเพิ่มอัตราภาษีโดยตรง


 


"กรมสรรพสามิตคาดว่าการเก็บภาษีเพิ่ม จะมีผลทำให้ราคาขายสุรา เบียร์ เหล้าขาว และบุหรี่ ปรับราคาขึ้นทันทีภายในสัปดาห์นี้" แหล่งข่าวเปิดเผย


 


หากผลการเก็บภาษีสรรพสามิตเพิ่ม 1.5% ทำให้มีรายได้เกิน 2 พันล้านบาท ส่วนที่เกินนี้จะต้องนำส่งเข้ากระทรวงการ คลัง เพราะมติคณะรัฐมนตรีกำหนดให้นำเงินภาษีที่เพิ่มขึ้นอุดหนุนทีไอทีวีไม่เกิน 2 พันล้านบาทต่อปี โดยจะนำเงินภาษีส่งให้ ทีไอทีวีทุกเดือน ภายใน 15 วัน ของเดือนถัดไป


 


นอกจากนี้ ประกาศดังกล่าวยังให้อำนาจ รมว.คลัง ประกาศเพิ่มเงินภาษีให้กับทีไอทีวีทุก 3 ปี หากพิจารณาเห็นว่าวงเงินที่กำหนดให้นำส่งสูงสุด ไม่เพียงพอ ต่อการดำเนินงานของทีไอทีวี


 


แหล่งข่าวเปิดเผยว่า เงื่อนไขในการอนุมัติเงินจะต้องมีการติดตามประเมิน ผลงานของทีไอทีวี ว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ก่อตั้งให้เป็นทีวีสาธารณะหรือไม่


 


สำหรับราคาบุหรี่ที่เพิ่มขึ้น จะส่งผลกระทบกับการบริโภคน้อยมาก โดยที่ผ่านมาการขึ้นภาษีสามารถลดการบริโภคได้ในช่วงสั้นๆ เท่านั้น หลังจากนั้นการบริโภคก็จะกลับมาเป็นปกติ


 


นอกจากนี้ การปรับภาษีเพิ่มครั้งนี้ ไม่ได้ทำให้รายได้ของรัฐบาลมากขึ้น เพราะต้องนำเงินส่วนใหญ่ส่งให้ทีไอทีวี


 


ในเดือน ธ.ค. 2550 กรมสรรพสามิตจัดเก็บรายได้จากภาษียาสูบที่ 3,664 ล้านบาท สูงกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ที่ 2,629 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 1,035 ล้านบาท คิดเป็น 39.4%


 


ขณะที่ภาษีสุราเก็บได้ 3,120 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา ซึ่งเก็บได้ 2,805 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 315 ล้านบาท หรือ 11.2% และภาษีเบียร์ 4,701 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่ 5,412 ล้านบาท หรือลดลง 711 ล้านบาท คิดเป็น 13.1%


 


ก่อนหน้านี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมี มติเห็นชอบให้ปรับขึ้นอัตราภาษีสุรา และยาสูบอัตราภาษีใหม่ มีผลตั้งแต่วันที่ 29 ส.ค. 2550 ประกอบด้วย ภาษีสุราขาว และสุราผสม ปรับภาษีมาอยู่ที่ 50% ทำให้ ราคาขายปลีกเพิ่มขึ้นขวดละ 9-12 บาท สุราพิเศษ ประเภทบรั่นดี ปรับมาอยู่ที่ 45% ราคาขายปลีกจะเพิ่มขึ้นประมาณ 0-91 บาท ส่วนบุหรี่ให้ปรับเพดานจาก 80% เป็น 90% ของมูลค่า หรือขึ้น 1-2 บาท และบุหรี่นำเข้า ซึ่งมีราคาสูงกว่าจะเพิ่มขึ้น 2-3 บาทต่อซอง


 


 


สมาคมสายฟ้า ป้องทีมงานเก่าทีไอทีวี
ขณะเดียวกันสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทยได้ออกแถลงการณ์ เรื่อง การเปลี่ยนผ่านทีไอทีวีสู่สถานีโทรทัศน์สาธารณะว่า กระบวนการเปลี่ยนผ่านทีไอทีวี ไปสู่การเป็นสถานีโทรทัศน์สาธารณะย่อมมีผลกระทบต่อความไม่แน่นอนในการ ประกอบวิชาชีพของพนักงานทีไอทีวิจำนวนหนึ่ง สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย มีความเห็นใจและเข้าใจต่อกลุ่มพนักงานทีไอทีวี ซึ่งได้รับผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น สมาคมฯ จึงขอเรียกร้องให้คณะกรรมการนโยบายชั่วคราว ทั้ง 5 คน ที่ได้รับการแต่งตั้งจากคณะรัฐมนตรีในวันนี้ (15 ม.ค 2551) รวมทั้งผู้บริหารใหม่ของสถานีโทรทัศน์สาธารณะ ได้ดำเนินการอย่างเป็นธรรมกับอดีตพนักงานเดิม โดยนำข้อเรียกร้องและข้อเสนอแนะของกลุ่มพนักงานและภาคประชาสังคมที่ต้องการ ให้คณะกรรมการนโยบายชั่วคราวพิจารณาดำเนินกิจการอย่างโปร่งใสและเป็นธรรมมาประกอบการพิจารณาด้วย


 


 


ที่มา : เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ, เว็บไซต์สยามรัฐ, โพสต์ทูเดย์


 


 


 

Comments

น่าเสียดายผู้ใหญ่บ้านนี้เมืองนี้ขี้อิจฉาเหมือนเด็ก

....ยกไอทีวีให้เนชั่นคราวนี้..น่าจะมีเบื้องหลัง...(What^*s really behind ITV?)***

นั่งดูเขายกไอทีวีให้คนของเนชั่นและกลุ่มเอ็นจีโอ ได้เข้ามาละเลงไอทีวี งานนี้ ไม่น่าจะธรรมดา

ผมขอเขียนกระทู้เอาจากความคิดเห็นส่วนตัว และความจำล้วน ๆ เป็นเพียงแค่ข้อสังเกตเท่านั้นนะครับ

1). ช่วงที่ไอทีวีเปลี่ยนเป็นทีไอทีวี มีกระแสข่าวว่า สนธิ ลิ้มทองกุล ปรารถณาจะได้สถานีนี้ เพื่อเป็นผลตอบแทนการเป็นหัวหมู่ทะลวงฟันทักษิณจากอำนาจ แต่ผลสุดท้าย รัฐบาลสุรยุทธ์เล่นเชิง ไม่ยอม จนมีการโจมตี คุณหญิงทิพพาวดี กรณีอะไรนะ..เงินสินบนอะไร สมัยเป็นปลัดกระทรวงไอซีที..โดยการโจมตีมาจากฝั่งเมเนเจอร์

2). หลังจากนั้น วิบากกรรมก็ซัด สนธิ ลิ้มทองกุล โดยถูกเล่นงานจนต้องโทษจำคุก ในขณะที่ฝั่งเนชั่น ได้รับการปูนบำเหน็จหลายอย่าง เช่น รายการต่าง ๆ ก็ผลิตได้ในช่อง 9 คนของเนชั่นก็กระจายไปตามที่ต่าง ๆ

ถ้ามองอย่างอคติ ก็อาจจะเป็นไปได้ว่า คมช. หรือ ผู้มีอำนาจ เขาเล็งเห็นว่า เนชั่น มีเรื่องกับกลุ่มคาราวานคนจน ตั้งแต่ปีที่แล้วแล้ว ทำให้ คมช. อยากใช้บริการฝั่งเนชั่น มากกว่า ฝั่งเมเนเจอร์ แถมกรณีโดนคุณสมัครถามเรื่องขายตึก ทำให้ตัดสินใจได้ง่ายหน่อย

3). คู่แข่งของสองค่าย ก็คือ เมเนเจอร์กับเนชั่น สองเจ้านี้ ถ้าพูดภาษาชาวบ้านคือ ไม่ค่อยมีตังส์เหมือนกัน ต้องหาที่พักพิงใหม่ เป็นไปได้หรือไม่ ที่ทั้งสองค่ายนี้ จ้องตาเป็นมันจะฮุบไอทีวี

4). กระแสอยากจะทุบไอทีวี มีมานาน แต่หาเรื่องเขาไม่ได้สักที พอจะย้าย ผอ.ฝ่ายข่าว ก็โดนโจมตี ก็เลยหาเรื่องยุบมันเสียเลย แถมไม่ต้องออกเทปสัมภาษณ์ทักษิณด้วย (ถ้าคุณจอมจะกรุณา ช่วยนำเทปดังกล่าว เผยแพร่ทางเน็ต จะดีมาก...ฝากไฮทักษิณด้วย)

5). การควบคุมสื่อของธีรภัทร์ และกลุ่มผู้มีอำนาจ เล่นงานมาตั้งแต่ยุค อ.ส.ม.ท. โดยตอนแรกเอาคนของมติชน มาเป็น ผอ.ชั่วคราว หลังจากนั้นก็ไปเล่นช่อง 11 ต่อ

6). ในเอกสารลับฉบับแรกและฉบับสองของ คมช. มีการระบุถึงการใช้ "สื่อที่ไม่เป็นกลาง" ในการโจมตีทักษิณและพรรคพลังประชาชน ซึ่งสื่อที่คาดกันว่าจะอยู่ในการควบคุมของ คมช. ก็น่าจะเป็นสองค่ายนี้ แต่ภายหลัง คมช.อาจจะเห็นว่า ค่ายเมเนเจอร์ ได้คืบจะเอาศอก เลยไม่ให้ ก็เลยมาเอาของเนชั่นแทน. เพราะเหตุผลตามข้อ 2

จากการวิเคราะห์ถึงที่มาที่ไปดังกล่าว คนที่น่าจะตอบคำถามนี้ได้ ก็คือ คุณหญิงทิพพาวดี...ซึ่งน่าเสียดายว่า เมื่อสมัยทักษิณเป็นนายก ฯ เธอเคยอยู่ ก.พ. มาก่อน และรัฐบาลทักษิณก็แต่งตั้งให้เป็นปลัดกระทรวงไอซีที น่าจะมีความคิดรอบคอบมากกว่านี้

ทั้งหมดนี้ น่าสนใจตรงที่ว่า สมาคมนักข่าว ฯ หรือสมาคมอะไรเทือกนี้ ไม่พูดอะไรซักแอะ ต่างจากสมัยทักษิณ ที่จะเป็นจะตายหาว่าปิดกั้นสื่อ

แต่จะบอกอย่างหนึ่งว่า ประชาชนอย่างผม ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากหรอก เพราะทุกวันนี้ รับรู้ข่าวสารจากสื่อภาคประชาชน ไม่ได้ง้อพวกสื่อหลัก ๆ สักนิดเลย

[emo2.gif][emo6.gif][emo6.gif]

hiseewho

อ่านว่า "5 ออ-ระ-หัน" นะครับ
คนละเรื่องกับ "อะ-ระ-หัน" ซึ่งแปลว่าผู้บรรลุธรรม ปราศจากกิเลสทั้งปวงแล้ว
เพราะดูแล้ว ยังไงๆ 5 คนที่ว่ามาหนะ ยังห่างไกลจากความเป็น "อะ-ระ-หัน" อีกหลายภพหลายชาติทีเดียวเชียวแหละ

ยืนยัน

ตั้ง 5 อรหันต์ กก.ชั่วคราวทีวีสาธารณะ

น่าจะเรียกว่า"5 ซาตาน" จะเหมาะกว่านะ

ชิน

ยกให้นายทุนทักษิณทำกำไร เหมือนที่เคยทำยังดีซะกว่า ไม่ต้องจ่ายค่าสัมปทานด้วย แล้วยังได้รายการที่มอมเมารากหญ้า ไม่ต้องรู้ทันด้านการเมืองอีกต่างหาก

ladyant

กระจอกแบบ หย่องนี่นะ และแฝดนรก แบบ ขวัญสนรวงนี่อีกคน
สะเออะจะมาเรียกเป็นอรหันต์ บาปปากเปล่าๆๆๆๆคนทูเรศ ขนาดนี้เรียกแล้วศาสนาเสื่อม
หย่องนี่หน้าด้านนะ ทำเนชั่น เจ๊งคามือยังกล้ามาเป็นประธาณ
ไอ้แฝดนรกก็ ไม่เคนหวังดีต่อ itv
ในฐานะผู้ถือหุ้น itv เราไม่รับ คนแบบนี้มาบริหาร
คนอุบาทว์ หน้าด้าน ทั้งสองคนนี้
คนไร้ความสามารถ มากด้วย ความด้าน

คนไทยคนที่2

ห้าอรหันต์เรอะ ล้อเล่นน่า เพราะความจริง
ไอแกระบือ5ตัวนี่ น่าจะเรียกว่า 5หน้าด้านตัวประหลาดขี้ข้าสากดินาทรราชเผด็จการทหารจุนตาเน่ามากกว่า หรือไม่ก็5เดนนรก
เลวมันสิ้นดี ตอแหลมันเกินพิกัด ทั้งๆที่รวมหัวกันวางแผนมานานหลายเดือนแต่นังตอแหลและไอ้พวกตอแหล ก็ยังทำหน้าด้านๆ หนาๆ ไร้ยางอาย บอกไม่รู้เรื่องยังไม่รู้จะแต่งตั้งใคร นี่บ้านเมืองมันทุรยุคขนาดนี้ แล้วดุแต่ละตัวที่ตั้งขึ้นมา เป็นไงสาธุชน ล้วนแต่ขี้ข้าเผด็จการทรราชทั้งนั้น ล้วนแต่ไอ้พวกศรีธนญชัยทั้งนั้น

kk

เทพชัย หย่อง เป็น พี่น้องแท้ ๆ ของสุทธิชัย หยุ่น แต่ ด้วยความผิดพลาดในช่วงการโอนสัญาชาติ ทำให้ การสะกดผิดพลาดไป ....

สุทธิชัย หยุ่น และ เทพชัย หย่อง ร่วมกันทำสื่อ ในเครือเนชั่นอยู่ระยะหนึ่ง ครั้น ปี 2539 การเกิดขึ้นของ iTV เครือเนชั่น เสนอผลตอบแทนที่เกินจริง ทำให้ ได้สัมปทานมาทำสถานี ร่วมกับ ธนาคารไทยพานิชย์ แต่ ทำได้ แค่ 4 ปี ก็ ประสบกับการขาดทุน แบบไม่มีกำไร ต่อเนื่อง เนชั่น ขายหุ้นให้ ไทยพานิชย์ และ ไทยพานิชย? ก็ ขายต่อให้เครือชิน เข้ามาบริหารในช่วงปี 2543 แต่ก่อนหน้านั่น เครือเนชั่น ทำหนี้สะสมไว้ นับแสนล้านบาท พร้อมหมกเม็ด การแก้ไขสัญญาไว้ ด้วย

ต่อมา มีการ ปรับผัง ของ ไอทีวี เรื่อถึงได้ บานปลายมาอย่างที่เห็น

เทพชัย หย่อง ไม่ใช่แค่ ลูกจ้างของเครือเนชั่น การลาออก ไม่ใช่ คำตอบสุดท้าย ที่ เทพชัย จะ ให้ กับสังคมไทย

เพราะ ผลประดยชน์ ที่เครือเนชั่น ทำงานสื่อ และ ทีวีสาธารณะ ก็ คือสื่อ ผลประโยชน์มากมาย มหาศาที่จะลงมาที่ สถานีแห่งนี้ โดยที่ไม่ต้องเหนื่อยวิ่งหา แอดโฆษณา ทำให้ เครือเนชั่น น้ำลายสอ .

ส่งเทพชัย หย่อย เข้าร่วมก๊วน กับ คปส. ที่มี น้องอภิญญา กลางณรงค์ เป็นเลขาธิการ แบบแนบเนียน เพื่อสร้างความชอบธรรมในภาคสังคม คนทำงานภาคสังคม ก็ ตกหลุมพราง ของ พี่น้องเนชั่น จนได้ ??

ทางออกที่ดีที่สุด คือ คระกรรมการ ทั้ง 5 ชีวิต ใครก็ตาม มีผลประโยชน์ทับซ้อน กับธุรกิจสื่อ ต้อลาออกโดยไม่มีเงื่อนไข จาก คระกรรมการชุดนี้ ทันที

so seng

ตั้ง 5 อรหันต เห็นแค่นี้ก็ขำกลิ้งแล้ว
ใครหนอช่างสรรเสริญเยินยอเกินงาม

อ้อ! หนึ่งในแหล่งข่าวคือ กรุงเทพธุรกิจน่ะเอง

Gneiseanau

เอาดราก้อนบอลของกูคืนมา!!!! แกล้งเด็กได้เลวจริงๆ

devtobe

Thai people will be free from APICHON control only when poltician united and military coup is punishable by death and nobody can pardon them......

devtobe

Thai people will be free from APICHON control only when poltician united and military coup is punishable by death and nobody can pardon them......

น้อย

ที่สุดของที่สุด
ไม่รู้จะหยุดที่จุดใหน
เพราะกิเลสตัณหาพาไป
โลภอยากได้จึงไขว่คว้า

คว้าไขว่ด้วยใจที่มืดบอด
ส่ายสอดไม่รอดคำครหา
พิรุดไมหยุดอหังการ์
จึงสร้างปราการกั้นกันจองเวร

หนนี้ หรือหนไหนใครๆรู้
ในหลืบรูเหินสู่ฟ้าพันตาเห็น
ทำเกลื่อนกลบทบถมมีคมเลนซ์
จับประเด็นเป็นภาพฟ้องจ้องเอาคืน

กฏแห่งกรรม
คือเกฏเกณฑ์ เวรใครทำ กรรมใครก่อ
กรรมนั้นส่อ เจตนา จงอย่าฝืน
ก่อกรรมใด ต้องชดใช้ ให้เขาคืน
กระสุนปืน อย่า อย่าท้า"พลังมหาประชาชน"

น้อย

ที่สุดของที่สุด
ไม่รู้จะหยุดที่จุดใหน
เพราะกิเลสตัณหาพาไป
โลภอยากได้จึงไขว่คว้า

คว้าไขว่ด้วยใจที่มืดบอด
ส่ายสอดไม่รอดคำครหา
พิรุดไมหยุดอหังการ์
จึงสร้างปราการกั้นกันจองเวร

หนนี้ หรือหนไหนใครๆรู้
ในหลืบรูเหินสู่ฟ้าพันตาเห็น
ทำเกลื่อนกลบทบถมมีคมเลนซ์
จับประเด็นเป็นภาพฟ้องจ้องเอาคืน

กฏแห่งกรรม
คือเกฏเกณฑ์ เวรใครทำ กรรมใครก่อ
กรรมนั้นส่อ เจตนา จงอย่าฝืน
ก่อกรรมใด ต้องชดใช้ ให้เขาคืน
ห้า อรหันต์หื่นอย่าฝืนคลื่น"พลังมหาประชาชน"

Manawatu

เอา "what is it ? อะไรกันนี่" ของกรูคืนมาด้วย ความสุขเล็กๆ น้อยๆ บ่ายวันอาทิตย์ของกรู

5 ซาตาน

ญาติไอ้แก้วแตกหน้าผีและพวกสมุนเผด็จการ คมช.พวกไร้ค่า

สนับสนุนแนวคิดที่7

เวรกรรมของโคตรสื่อเฮงซวยว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง
เทพชัย หย่อง ผลประโยชน์ทับซ้อนหรือเปล่า ว่าไงสหายวีระ สมความคิดกับเผด็จการ คมช.วันนี้เองไม่ไปยื่นหนังสือร้องเรียนอีกหรือสหาย

f

โอย.......

รายการชวนอ๊วก ถึง ๑ กุมภา

หาดใหญ่

ผลประโยชน์ทับซ้อน มีแน่ๆ คอยดูตอนพิจารณาว่ารายการใดจะได้ออนแอรื พิจารณาก็เอาแต่ของตัวเอง ของพรรคพวก เอาแต่ของกลุ่มไอ้โล้นสุทธิชัยพี่ชายตัวเอง ของไอ้ลิ้ม พวกเดียวกะที่ช่วยกันทำให้ประเทศระส่ำ เอารายการห่วยๆของเจิมสัก เอารายการของบริษัทื้ไอ้สุริยะใสไปตั้งรอท่าช่องสาธารณะไว้แล้ว มาออก คอยดูว่าจะจริงไหม
ประชาชนต้องจับตาดู อย่ากระพริบตา สังคมยุคนี้ ด้านเท่านั้น ทำได้ทุกอย่าง เหมือนไอ้พวกนี้จริงๆ

แบะๆๆ

แค่ช่อง 11 มันก็กินเงินภาษีชาวบ้านเค้าไปวันๆ ยังไม่เห็นมีอะไรพอจะเข้าตาชาวบ้านเค้าเลย นี่จาเอาไอทีวีมาให้พวก..สายเอ็นจีโอปู้ยี้ปู้ยำ โดยใช้เงินภาษีชาวบ้านเค้าอีกเรอะ เอางบไปสร้างโรงเรียนให้เด็กไม่ดีกว่าหรือท่านผู้มีเจริญทั้งหลาย หัดใช้สมองคิดซะมั้ง..

เรยอง

หนังเรื่อง5อรหันต์กับแฝดนรกกำกับโดยเนชั่วลงโรงเมื่อไรคงเจ๊ง
เป็นแน่แท้

เรยอง

หนังเรื่อง5อรหันต์กับแฝดนรกกำกับโดยเนชั่วลงโรงเมื่อไรคงเจ๊ง
เป็นแน่แท้

noom^*

ค ว ย ขี้เลื้อน 5 ตัว กูก็เพิ่งรู้นี่แหละว่า ค ว ย กินขี้ แ ด ก ขี้ศักดินาบ้าอำนาจชาติชั่ว เ ฮ้ ย ไม่มีวันสิ้นสุด หน้าด้าน หน้าหนา ไร้ยางอาย โคตรทุเรศทุรัง พวกขี้กาก พวกสังคัง พวกขี้อยู่ในส้วมที่ไม่เคยดูด 60 ปี เน่าเหม็นแม้แต่ห ม า ขี้เลื้อนก็ไม่มอง
ห่าเอ๊ย พูดออกมาได้ไงว๊ะว่า ห่าอรหัน
ห่าฮูดากกูนิ

[emo16.gif]

ทำใจ

ต้องทำใจครับ เพราะยุคนี้
เป็นถิ่นของกาขาว พวกนักบิดเบือนข่าวสาร
ครองเมืองครับ ก็ได้แต่ตะแบงในเว็ปไปวันๆ

ยุคทมิฬ ถิ่นกาขาว...

ธง

หย่องกระหยิ่มยิ้มย่อง เพราะสมใจอยาก คือ อยากที่ 1. อยากออกทีวี 2.อยากได้ทีวีมาบริหาร 3.อยากอวดศักดาความเป็นสื่อเพื่อทำข่าวเข้าข้างผลประโยชน์ตัวเองและพรรคพวก 4.อยากโชว์สาว เพราะขี้จุ๊ย ชอบฟันเด็ก
ทั้งหมดนี้แค่ขี้ๆส่วนที่เละของหย่องมากกว่านี้เยอะ ทางที่ดีควรจะตรวจสอบก่อนว่ามีเบื้องหลังอะไร เรื่องลาออกจากเนชั่น ฟังแล้วอยากอ้วก ก็เป็นน้องหยุ่น จะลาออกไปไหน ยังไงเอ็งก็มีส่วนติดเนื้อติดตัวเป็นเนื้อเดียวกับเนชั่น อย่าอ้างเรื่องลาออก เหม็นขี้ฟันว่ะ

ลิ่ว

อย่าใช้คำว่า อรหันต์ กับคนทั่วไปมันบังอาจเกินไป อรหันต์ต้องใช้กับพระหรือผู้ศึกษาจนบรรลุธรรมขั้นสูงแล้วเท่านั้น อย่านำมาใช้พร่ำเพรื่ออย่างไร้ความคิดแบบนี้ ทำให้คำว่าอรหันต์ขาดความศักดิ์สิทธิ์ สื่อมวลชนคือตัวทำลายภาษาและวัฒนธรรมอย่างไร้ความรับผิดชอบมากที่สุด

NGO=โง่

นวลน้อย ตรีรัตน์ สมาชิกกลุ่มเศรษฐศาสตร์การเมืองจุฬาฯ ก๊วนเดียวกับผาสุก พงษ์ไพจิตร, สังศิต พิริยะรังสรรค์, ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ ในที่สุดก็เปิดเผยหน้ากากที่แท้จริงออกมาแล้ว หลังจากเล่นบทอีแอบทำตัวสร้างภาพว่าอยู่ฝ่ายมวลชนผู้ยากไร้มานาน ที่แท้ก็เป็นขี้ข้าเผด็จการศักดินาอำมาตย์ ซึ่งได้รับการปูนบำเหน็จคราวนี้ คุ้มจริง ๆ ที่เลือกอยู่ฝ่ายจ้าว

อีนางนวลน้อยไร้ค่า

รับใช้เผด็จการ คมช.ทุเรศสิ้นดีเสียดายภาษีของประชาชนไทย

ทีข่าว..แบบนี้สื่อไทย.ทำไมไม่ตรวจสอบ.ฉิบห..ย

เห็นข่าว คมช. ขอให้ คณะรัฐมนตรีคุณธรรมสูงส่ง เพิ่มค่าตอบแทนให้อีกคนละ 15% ซึ่งข่าวแรกที่ผมได้ยิน มาจากคุณนักเลงโบราณ จากเว็บเสรีชน และต่อมา ไทยรัฐก็ลงข่าวว่า ทางโฆษกรัฐบาลได้มาแก้ข่าวว่า ไม่ใช่ ไม่จริง

มาเมื่อวาน มีการอนุมัติการเพิ่มเงินเดือนให้กับ คมช. ทั้ง ๆ ที่ชาวบ้านชาวช่อง อดอยากจะตายกันอยู่แล้ว แถม ไอทีวี ก็โดนปล้นไปอย่างหน้าไม่อาย พนักงานกว่า 800 คน ไม่รวมลูกเมียอีกกี่ชีวิต จะต้องลำบากลำบน

หันไปดูสื่อเมืองนอกอย่าง "ไฟแนนเชียลไทมส์" เขาเขียนข่าวว่า

ในตอนที่ คมช.ทำการรัฐประหารรัฐบาลทักษิณ พวกเขากล่าวหาทักษิณว่า คอรัปชั่น และคอรัปชั่นเชิงนโยบาย (ศัพท์จากพรรคประชาธิปัตย์) โดยใช้อำนาจเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง

"Throughout his tenure, Thaksin was accused of so-called "policy corruption", or using his state powers to benefit his family business, though he has not been criminally convicted of any wrongdoing."

เขาบอกว่า แต่เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (เมื่อวาน) คณะรัฐมนตรีที่ถูกแต่งตั้งโดย คมช. ได้อนุมัติเพิ่มเงินเดือนให้ คมช. อีกคนละ 15%

เขาบอกว่า "เป็นการเพิ่มเงินเดือนเป็นครั้งที่ 3 นับแต่การรัฐประหาร 16 เดือนที่ผ่านมา ช่างเป็นการเพิ่มเงินเดือนอย่างมากเหลือเกิน"

สุดท้ายที่เขาเหน็บได้เจ็บดี เขาบอกว่า

"So much for holding the moral high ground."

ถ้าแปลเป็นไทยก็อาจจะได้ว่า "โคตรมีคุณธรรมเลยว่ะ"

************************************

ตัวจริง..ชัดเจน..ล้านเปอร์เซนต์

หลังจากที่ขบวนการล้มล้างประชาธิปไตย ได้วางแผนสร้างความปั่นป่วนสมคบกับข้าราชการตุลาการ(ผู้พิพากษา)ในศาลปกครอง ยัดเยียดข้อกล่าวหาและเอาผิดกับไอทีวี จนถึงขั้นล้มละลาย เพราะกลายเป็นหนี้ถึงแสนล้านบาท จากการใช้อำนาจตุลาการที่ฉ้อฉล

มาวันนี้ พวกรัฐบาลเถื่อนและสภาเถื่อน ก็ยังอ้างกฎหมายเถื่อน ที่ออกมาจากสภาโจร ที่พวกกบฏตั้งขึ้นมาเอง

พวกเขา อ้างว่า กฎหมายต้องเป็นกฏหมาย

ถ้าพวกเขาไม่ปิด/ไม่ยึดไอทีวีทันที พวกเขาก็จะทำผิดกฎหมาย ซึ่งพวกเขาเขียนกันขึ้นมาเอง

เขาอ้างว่าตอนนี้ไอทีวี กลายเป็นทีวีสาธารณะที่มี "นายเทพชัย หย่อง" ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการใหญ่

ใครอยากจะทำงานไอทีวี ก็ต้องไปสมัครให้นายหย่องคัดตัว

นายเทพชัย หย่องเป็น น้องชายของนายสุทธิชัย หยุ่นคนที่เคยบริหารไอทีวี จนเจ๊งมากับมือ

มาวันนี้ พวกเขา ก็ได้ไอทีวีคืนมาอยู่ในมือของพวกเขาฟรี ๆ โดยไม่ต้องใช้เงินแม้แต่บาทเดียว

ก็แค่ใช้พวกตุลาการเผด็จการ ยัดเยียดให้ไอทีวีล้มละลายแล้ว ให้รัฐบาลเถื่อนกับสภาโจร รวมหัวกันแปลงรูป ยึดมาเป็นของรัฐบาลเถื่อน

ให้พวกที่สมุนร่วมกันล้มล้างการปกครองมาแสวงหาผลประโยชน์ และใช้เป็นเครื่องมือส่งเสริมระบอบเผด็จการทหารสมบูรณาญาสิทธิทรราชย์.. ต่อไป....

แค่นี้ก็..เรียบร้อยโรงเรียนโจร แล้ว ตามแผน

นายเทพชัย หย่องถึงกับอุทานให้ได้ยินในกลุ่มพันธมิตรว่า"ทีวีช่องนี้พวกเราอยากได้...

คนเมือง

ทั้ง 5 คน นี้ คือยอดฝีมือ ทางบริหารของโลก
เฮ้อ

ธนาภัทร เรืองอำพัน

ผลประโยชน์ ทับซ้อน 2 คนคือ เทพชัยหย่อง ประกอบอาชีพด้านสื่อและจะทำให้เกิด นอมินีเหมือนกับที่เคยว่าคุณทักษิณคือแกล้งโอนแกล้งขายให้ญาติแต่ที่จริงถือไว้เองหรือเปล่า ส่วนขวัญสรวง อติโพธิ แฝดพี่ชาย เป็นคตส.ฟันคุณทักษิณเลยปูนบำเหน็จให้น้องหรือเปล่า บ้านเมืองนี้ชอบว่าคนอื่นเลวที่แท้ก็ไม่พ้นกำพืดตนเอง

ปฏิกูลต้องชำระทิ้ง

ถูกตั้งได้ก็ถูกถอดได้เหมือนกัน รอไว้ให้มีรัฐบาลที่ประชาชนส่วนใหญ่เป็นผู้เลือกก่อน จะได้ล้างบางไอ้อีเสนียดแผ่นดินพวกนี้ให้หมด