สงครามกลางเมืองเนปาลคร่าชีวิตเด็กไปแล้วกว่า 400 คน

ประชาไท-องค์กรนิรโทษกรรมสากล ( Amnesty International -  AI) ประณามทั้งรัฐบาลเนปาลและกลุ่มนิยมลัทธิเหมาที่ได้ช่วยกันสร้างความทุกข์ทรมานและสูญเสียให้กับเด็กซึ่งไม่รู้อิโหนอิเหน่ด้วยกับเหตุ


การณ์การความไม่สงบที่ยืดเยื้อมาเป็นเวลากว่า 9 ปีแล้ว


 


องค์กรนิรโทษกรรมสากล (AI) ซึ่งเป็นองค์ที่เฝ้าระวังเกี่ยวประเด็นสิทธิมนุษยชนได้รายงานตัวเลขการสูญเสียชีวิตผู้คนในเหตุการณ์ความขัดแย้งที่ดำเนินมาอย่างยาวนั้นว่า ได้คร่าชีวิตคนไปกว่า 12,000 คนแล้ว และประเด็นที่สำคัญที่AI ต้องการเน้นก็ในที่นี้ก็คือ  มีเด็กที่ต้องทุกข์ทรมานจากการถูกละเมิดสิทธิอย่างร้ายแรงจากทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายก่อความไม่สงบเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ


 


"เหตุการณ์ความไม่สงบนี้คือหายนะของเด็กๆเนปาล" ปูร์นา เซ็น ผู้อำนวยการองค์กรแอมเนสตี้แห่งภาค


พื้นเอเชีย-แปซิฟิก กล่าวหลังจากที่ได้เผยแพร่รายงานชื่อ "เนปาล: เด็กในภาวะความขัดแย้ง" ออกไปทั่วโลก


 


ในรายงานดังกล่าวเปิดเผยว่า มีเด็กอย่างน้อย 400 คนถูกฆ่าทั้งทางตรงโดยกองกำลังของทั้งสองฝ่ายและทางอ้อมจาก การทิ้งระเบิด เครื่องมือและอุปกรณ์ระเบิด และ โดนลูกหลงจากการสู้รบกัน ทั้งนี้ทาง AI หวั่นว่าตัวเลขเหล่านี้จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ


 


รายงานได้ยกตัวอย่างเหตุการณ์ความโหดร้ายที่เกิดขึ้นให้เห็น 2-3 กรณีที่เกิดจากการกระทำของทั้งฝ่ายกองกำลังรักษาความมั่นคงและฝ่ายกบฏนิยมลัทธิเหมา


 


ครอบครัวของจันทรา มาลลา ซึ่งสามีถูกสังหารเนื่องจากสงสัยว่า จะเข้าร่วมกับกลุ่มนิยมลัทธิเหมา ถูกคุก


คามอย่างหนักจากกองกำลังด้านความมั่นคง ลูกชายวัย 10 ขวบถูกจับขังไว้เป็นเวลา 6 วัน และถูกซ้อมโดยเจ้าหน้าหน้าตำรวจเพื่อเค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับความเกี่ยวพันของเขากับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ


 


ถึงแม้ว่า เด็กชายจะถูกปล่อยตัวออกมาแล้วก็ตาม ทว่า กองกำลังด่านความมั่นคงก็ยังคงติดตามมาหาเขาที่บ้านและขู่ว่าจะข่มขืนพี่สาววัย 12 ของเขา


 


ในเดือนกันยายนปี 2004 ในขณะที่เด็กหญิงที่ไม่มีอาวุธใดๆ 3 คนเดินออกมาจากโรงเรียน พวกเธอถูก


กล่าวหาจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงที่เดินตามมาว่า พวกเธอทั้งสามเป็นผู้ต้องสงสัยว่าจะเป็นส่วนหนึ่งกลุ่มวัฒนธรรมที่ดำเนินการโดยกลุ่มกบฏ เด็กหญิงทั้งสามถูกยิงเสียชีวิต


 


เดือนมิถุนายนปีนี้เอง ผู้หญิง 2 คน และเด็กอายุ 1 ขวบอีกหนึ่งคนถูกลักพาตัวโดยกลุ่มนิยมลัทธิเหมา ต่อมาร่างที่ถูกตัดออกเป็นส่วนๆก็ถูกพบอยู่ในป่าแห่งหนึ่ง


 


"เด็กๆ ถูกฆ่า ถูกกักขังอย่างผิดกฎหมาย ถูกทรมาน ถูกข่มขืน ถูกลักพาตัวและถูกคัดเลือกให้ไปเข้าร่วมในกิจกรรมของทหาร" AI กล่าว พร้อมตำหนิทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายกองโจรที่ได้กระทำการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานที่สุดของเด็กๆ


 


ในขณะที่ฝ่ายกองกำลังรักษาความมั่นคงนั้นสังหารเด็กไปเนื่องจากสงสัยว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มกบฏนิยมลัทธิเหมา ทางฝ่ายกลุ่มกบฏก็ลักพาตัวและฆ่าเด็กไปเนื่องจากคิดว่าเป็นบุคลากรของฝ่ายความมั่นคง และยังมีการสังหารอีกจำนวนมากจากการระเบิดทำลายโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน และวางเครื่องมือระเบิดอัตโนมัติไว้ในบริเวณที่มีพลเรือนอาศัยอยู่


 


"มีเด็กจำนวนมากที่มีรายงานว่าถูกกักขังนั้นได้ถูกทรมาน โดยฝ่ายความมั่นคงในระหว่างการกักขัง"การ


ให้บริการด้านการศึกษาเป็นเรื่องที่เสี่ยงมากเพราะทั้งสองฝ่ายใช้พื้นที่โรงเรียนเพื่อวัตถุประสงค์ทางการทหาร


 


"การโจมตีโรงเรียนในรูปแบบต่างๆรวมทั้งการลักพาตัวนักเรียนของกลุ่มนิยมลัทธิเหมา หมายถึงว่า เด็กๆในเนปาลนั้นต้องขาดการศึกษาไปในช่วงวัยที่สมควรจะได้รับการศึกษา"


 


ทาง AI ได้กระตุ้นรัฐบาลให้ปฏิบัติตามสนธิสัญญาระหว่างประเทศที่ได้ลงนามเอาไว้แล้วว่าจะคุ้มครองสิทธิเด็กโดยการลงโทษบุคลากรด้านความมั่นคงที่กระทำความผิดและจัดการบริการที่เหมาะสมให้กับเด็กที่อยู่ในภาวะความขัดแย้ง ทาง AI ยังได้เรียกร้องให้กลุ่มนิยมลัทธิเหมายุติการลักพาตัวเด็ก หรือคัดตัวเด็กไปเป็นทหาร และให้ปล่อยตัวทหารเด็กทั้งหมดออกมา และเลิกการโจมตีอย่างไม่เลือกหน้า ที่มีเป้าหมายที่เป็นพลเรือนผู้บริสุทธิ์


--------------------------------------------


ที่มา: <?xml:namespace prefix = st1 ns = "urn:schemas-microsoft-com:office:smarttags" />Hindustan times


เผยแพร่ใน: http://www.hindustantimes.com/news/7598_1442409,000500020003.htm