บทเรียนระเบิดลอนดอน : ถึงเวลามุสลิมสายกลาง ต้องออกมาแก้ปัญหา

 



 


 


ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตาปรานีเสมอ ขอความสันติจงมีแด่ศาสดามุฮัมมัดและผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน


 


กรณีระเบิดรถไฟใต้ดินสามแห่ง และรถประจำทางสองชั้นคันหนึ่งในกรุงลอนดอนเมื่อช่วงเวลารีบด่วนสายวันพฤหัสบดี ที่ 7 กรกฎาคม  2548 ทำให้มีผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตจำนวนมากและ บาดเจ็บอีกเกือบพันคนกำลังสร้างความไม่พอใจของคนอังกฤษต่อมุสลิมในประเทศอังกฤษจำนวนมาก จนทำให้เกิดการทำลาย


ศาสนสถาน  มัสยิดหรือแม้กระทั่งคนมุสลิมเองรู้สึกไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน


       


ใครที่เป็นมุสลิมจะถูกจับตามองเป็นพิเศษจากตำรวจและ หน่วยสืบราชการลับ


 


เหตุการณ์เหล่านี้เคยเกิดขึ้นในประเทศสหรัฐอเมริกา หลังเหตุการณ์ 11 กันยายน   หรือแม้กระทั่งประเทศไทยอันเนื่องมาจากเหตุการณ์ไม่สงบในภาคใต้ และกำลังจะขยายในยุโรปและทั่วโลกในที่สุด


 


คำว่ามุสลิมหัวรุนแรง  กลุ่มก่อร้ายมุสลิม  เครือข่ายก่อการร้ายมุสลิมสากลถึงแม้มุสลิมส่วนใหญ่ยอมรับไม่ได้เมื่อสื่อไทยหรือเทศรายงานข่าวหลังเหตุการณ์ก่อการร้ายแต่สิ่งหนึ่งที่มุสลิมเองจะต้องยอมรับคือมีมุสลิมส่วนหนึ่งจริงๆ( ส่วนน้อยของประเทศไทยหรือทั่วโลก) เป็นผู้ปฏิบัติการณ์


 


สุดท้ายผู้ที่ได้รับอานิสงค์ และผลกระทบอย่างรุนแรงคือมุสลิมส่วนใหญ่ผู้รักสันติ(แนวคิดสายกลาง)ไม่ว่าจะเป็นผู้รู้ด้านศาสนา  อุสตาซ  ครู  วัยรุ่น  เด็กและสตรี สรุปง่ายๆคือทุกคนที่เป็นมุสลิม


 


สิ่งที่เห็นได้ชัดจากการประกาศสงครามปราบปรามการก่อการร้ายของสหรัฐคือชีวิต และทรัพย์สินของชาวอัฟกานิสถานและอิรักซึ่งไม่ทราบว่ามุสลิมประเทศใดจะเป็นรายต่อไป ไม่ว่าความรุนแรงจะมีสาเหตุมาจากเหตุผลกลใดแต่มุสลิมส่วนใหญ่ผู้รักสันติ(แนวคิดสายกลางโดยเฉพาะบรรดาผู้รู้ด้านศาสนา) จะต้องรีบออกมาแก้ปัญหาของตนอย่างเร่งด่วนก่อนที่ชีวิตและทรัพย์สินจะคืบคลานเข้ามาสู้ตัวเอง


    


ชัยคฺ ดร. ยุซุฟ อัลก็อรฏอวีย์(ชาวอียิปต์) ประธานของสหภาพนักปราชญ์มุสลิมนานาชาติ (IAMS) กล่าวว่าปัจจัยต่างๆของปรากฏการณ์ความรุนแรง


 


 








 

 

 

( รูป :ชัยคฺ ดร. ยุซุฟ อัลก็อรฏอวีย์(ชาวอียิปต์) ประธานของสหภาพนักปราชญ์มุสลิมนานาชาติ (IAMS)และคณะ)



 


1. การขาดแนวคิดสายกลาง เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องให้แนวคิดอิสลามสายกลางเป็นที่แพร่หลายในหมู่คนหนุ่มสาว เพื่อที่พวกเขาจะพบวิถีทางที่ถูกต้อง แทนที่พวกเขาจะทำตัวไม่เปิดเผย  ซึ่งการขาดแนวคิดเช่นนี้ได้เปิดโอกาสให้แนวคิดสุดโต่งแทรกเข้ามา


                   


 2. การขาดอุละมาอฺ (นักปราชญ์อิสลามศึกษา)ที่แท้จริง ซึ่งสามารถให้ความเชื่อมั่น(ต่อแนวทางสายกลาง)ด้วยหลักฐานที่มาจากอัลกุรอานและซุนนะฮฺ (วจนศาสดา)  พวกเขาได้หายไปจากสนามแห่งนี้ จึงเปิดโอกาสให้กับผู้ที่ขาดคุณสมบัติ  ที่ถูกเรียกว่าอุลมาอฺที่ทำงานเพื่อผู้ที่มีอำนาจ   ดังนั้นคนหนุ่มสาวจึงสูญเสียเชื่อมั่นไป และได้ตั้งตัวพวกเขากันเองให้เป็นชัยคฺ (คือเป็นโต๊ะครูหรือนักปราชญ์อิสลามศึกษา) ในการฟัตวา(วินิฉัยหลักศาสนา)ประเด็นปัญหาที่ซับซ้อน


3.การแพร่กระจายของความชั่วร้ายและเพิ่มขึ้นของการกดขี่ในสังคมเป็นเหตุผลที่สร้างความไม่พอใจอย่างรุนแรง (ชัยคฺ ดร. ยูซุฟ อัล ก็อรฎอวียฺ เขียน อบู รญาล  แปลเรียบเรียง คัดลอกจากfidyah.com)


วิธีการแก้ปัญหา (บูรณาการจากแนวคิดของหมอประเวศ  วะสี)


มุสลิมสายกลางโดยเฉพาะอุละมาอ์ของไทยและโลกจะต้องเป็นผู้นำในการ

(1) สร้างมหาประชามติปฏิเสธการใช้ความรุนแรง
ในการแก้ปัญหา

(2) แสดงอุดมการณ์อิสลามเพื่อสันติภาพอย่างเข้มข้น

เพื่อดำเนินการตามหลักการ
2 ประการข้างต้น ควรดำเนินการ ดังต่อไปนี้

(1)
มุสลิมสายกลางจับมือกันปฏิเสธความรุนแรง  โดย เฉพาะอุละมาอ์ของไทยและโลกจะต้องส่งเสริมให้มุสลิมไทยและโลกทุกภาคส่วน ทุกพื้นที่ ทั่วประเทศ และทั่วโลกพร้อมกัน ณ วันใดวันหนึ่ง เช่น วันที่ 16 สิงหาคม 2548 อันเป็นวันครบรอบ 60 ปี ของการประกาศสันติภาพของประเทศไทยหรือวันอีดของมุสลิม ในวันและเวลาเดียวกัน เป็นเครือข่ายคนมุสลิมทุกประเทศและที่เปล่งวาจาปฏิเสธความรุนแรง แต่สนับสนุนสันติวิธีในการแก้ปัญหาและสันติภาพ

(2) ส่งเสริมการเคลื่อนไหวของภาคีเครือข่ายองค์กรมุสลิมเพื่อสันติภาพ ศาสนาอิสลามเป็นศาสนาแห่งสันติภาพ มีผู้พยายามสร้างให้เกิดความเข้าใจผิดๆ ว่า คนมุสลิมนิยมความรุนแรง รัฐบาล
ทุกประเทศควรส่งเสริมการเคลื่อนไหวของภาคีเครือข่ายองค์กรมุสลิมเพื่อสันติภาพ ทั้งองค์กรภายในประเทศ และองค์กรต่างประเทศ อย่างองค์กร OIC (Organization for Islamic Conference) ที่ส่งผู้แทนมาศึกษาสถานการณ์ในประเทศไทยเมื่อเร็วๆ นี้ ให้ประโยชน์มาก อีกทั้งเป็นโอกาสที่เพื่อนชาวมุสลิมทั้งหลายที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม จะรวมกันประกาศว่า อิสลามและมุสลิมนั้นดำรงอยู่ด้วยอุดมการณ์แห่งสันติภาพ


การแสดงอุดมการณ์อิสลามเพื่อสันติภาพอย่างเข้มข้น จะเข้าไปลดมิจฉาทิฐิของผู้ที่หลงใช้ความรุนแรง

(3) สร้างความเข้าใจ
แก่มุสลิมเพื่อให้เห็นความเป็นจริงถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมอย่างกว้างขวางใน ประเทศไทยและทั่วโลกเพราะทั่วโลกเป็นที่อยู่ของคนหลายเชื้อชาติและศาสนา ความเข้าใจและการเห็นคุณค่าของความหลากหลายทางวัฒนธรรม ทำให้อยู่ร่วมกันอย่างมีศักดิ์ศรีและสันติสุข ขจัดเงื่อนไขของความรุนแรง

(4) จัดให้มีการปรึกษาหารือร่วมกัน
และเสวนาธรรมของศาสนาต่างๆหรือการจัดศาสนิกสัมพันธ์อย่างจริงจังและกว้างขวาง


ผู้เขียนคิดว่าึงเวลาแล้วที่มุสลิมสายกลาง ต้องเป็นผู้นำในการแก้ปัญหาและหวังว่าแนวทางนี้น่าจะเป็นทางออกที่ยั่งยืนถึงแม้ผลของการยุติความรุนแรงและสุดโต่งอาจจะช้าและไม่ทันใจ


 


สุดท้าย ผู้เขียนขอกล่าวว่า  "ผมไม่สามารถปฏิเสธว่า การตัดศีรษะพลเรือนอเมริกัน   การระเบิดรถไฟที่สเปนและอังกฤษเป็นปฏิกิริยาโต้ตอบอาชญากรรมที่กระทำต่อมนุษย์ของทหารอเมริกันที่คุกอบูฆอริบ   การรุกรานของอังกฤษและสหรัฐต่อประชาชนอิรักหรือปฏิกิริยาการโต้ตอบของผู้ก่อการบางคนในภาคใต้โดยการฆ่าพระ  ครู ผู้บริสุทธิ์และการระเบิดแหล่งชุมชนเป็นการแก้แค้นในกรณีมัสยิดกรือเซะและตากใบเแต่ผมก็ไม่อาจถือว่ามันเป็นเหตุผลหรือข้ออ้างที่จะนำมาใช้ในการกระทำที่เป็นที่ต้องห้าม(สังหารผู้บริสุทธิ์)อย่างสิ้นเชิงในหลักการอิสลามได้"


 


อับดุชชะกูร์ บินชาฟิอีย์ดินอะ(อับดุลสุโก  ดินอะ)


shukur2004@chaiyo.com


นักศึกษาปริญญาเอก(ศาสนาเปรียบเทียบ)  มหาวิทยาลัยอิสลามนานาชาติมาเลเซีย


และผู้ช่วยผู้จัดการโรงเรียนจริยธรรมศึกษามูลนิธิ ม.8 ต. สะกอม อ. จะนะ จ. สงขลา


ที่อยู่269/1 ถ.ราษฎร์รักษ์  ม.2ต.บ้านนา อ. จะนะ จ.สงขลา  90130 โทร 09-7359279  -074431354 Fax 074431354


 


 

Comments

นึกลอยๆ

ความรุนแรงคือวงจรอุบาทว์ มันไม่ใช่เรื่องศาสนาน่ะผมว่า มันเป็นเพียงข้ออ้าง และไม่มีสิ่งใดให้ความภูมิใจ และ Excuse แก่ความคับแค้นกดดันของตนเองเท่ากับความชอบธรรมทางศาสนา